<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
<channel>
<title>||| Fiction's |||</title>
<language>th-TH</language>
<link>http://ficjinme.storythai.com</link>
<description>http://ficjinme</description>
<item>
<title><![CDATA[ย้ายยย]]></title>
<link>http://ficjinme.storythai.com/200807/entry-1</link>
<description><![CDATA[<p><br />ย้ายค่ะ</p>
<p><font size="4"><strong><br /></strong><a href="/dex/ficjinme.storythai.com/blog/manage/ficblog.exteen.com" target="_blank"><font size="5">http://ficblog.exteen.com</font></a></font></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>(ทำลิงค์ไม่สำเร็จ ก๊อปวางแล้วกันค่ะ แฮ่)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><br />ทีแรกกะไม่ไปไหน&nbsp; แต่หลังจากพบว่าเราเม้นท์ไม่ติดเลยสักครั้ง ก็เลย....<br />ย้ายละกันนะคะ&nbsp; = ='<br /><br /><br />บล็อกยังโล่ง ๆ อยู่ และคงจะโล่งอีกนาน&nbsp; เพราะสบายตาดี&nbsp; ไม่รู้จะเอาอะไรใส่เข้าไป&nbsp; เลยเอาออกเป็นส่วนใหญ่ 5555<br />ขอบคุณทุกคนที่แวะมาหานะคะ ดีใจจริง ๆ ค่า&nbsp;&nbsp; ^^~</p>]]></description>
<pubDate>Mon, 07 Jul 2008 21:10:13 +0700</pubDate>
<guid isPermaLink="true">/entry-1</guid>
</item>
<item>
<title><![CDATA[[SF] The Crazy One]]></title>
<link>http://ficjinme.storythai.com/200806/sf-the-crazy-one</link>
<description><![CDATA[<p><strong>scene-1-</strong><br /></p>
<p><br />คุณรู้จักคาเมะมั้ย?<br /><br />คาเมะเป็นเด็กผู้ชายอายุสัก 16 -17 ปีได้&nbsp;&nbsp; แต่อายุอานามที่แท้จะเท่าไหร่นั้นไม่เคยมีใครรู้&nbsp; เคยมีข่าวลือจากฝ่ายทะเบียนว่าคาเมะเกิดปี 1986&nbsp; เพราะฉะนั้นตอนนี้คาเมะอายุ 22 แล้ว&nbsp;&nbsp; แต่คาเมะลืมตาดูโลกมาได้กี่ปีนั้นไม่สำคัญ&nbsp; ใครต่อใครที่โรงพยาบาลก็ยังมองคาเมะเป็นเด็กขี้อ้อนคนหนึ่งอยู่ดี&nbsp; <br /><br />เมื่อปลายปีที่แล้ว ผมกับจินกำลังเดินเตะฝุ่นเพลิน ฐานะทางบ้านไม่เดือดร้อนอะไรนัก แล้วยังอยู่ในช่วงอยากหาประสบการณ์ไปเรื่อยมากกว่าจะหางานทำเป็นหลักแหล่ง หลังเรียนจบ ใครต่อใครพากันหางานให้ควั่ก จินกลับชวนผมไปเป็นอาสาสมัครที่โรงพยาบาล เพื่อนแม่จินทำงานอยู่ที่นั่น เขาบอกว่าบุคลากรขาดเยอะทั้งที่คนไข้มากขึ้นทุกวี่ทุกวัน เมื่อที่บ้านไม่คัดค้าน ผมกับจินเลยเดินตัวปลิวเข้าไปสมัคร ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ว่าก็แค่ลองดู<br /><br />พื้นที่ที่โรงพยาบาลกว้างขวาง เหมือนสวนสาธารณะมีตึกตั้งอยู่ประปราย คนใจบุญในยุควัตถุนิยมเดี๋ยวนี้ยังพอมีอยู่มาก เงินบริจาคเข้ามาทำนุบำรุงเรื่องต่าง ๆ จึงไม่ถือว่าขัดสนขาดแคลน แต่ต้องค่อยใช้ค่อยสอยเหมือนกัน&nbsp; ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลเอกชน จะหวังรายได้จากคนไข้ก็ไม่ใช่เรื่อง <br /><br />บอกหรือยัง ว่าที่นี่โรงพยาบาลบ้า<br /><br />บางคนโรคประสาท&nbsp; ก็ถูกเอามาโยนไว้ที่นี่เหมือนกัน ยิ่งบ้าเข้าไปใหญ่ ถ้าคนใหญ่คนโตแล้ว&nbsp; การมีคนในครอบครัวเป็นบ้า&nbsp; ถือเป็นเรื่องน่าอดสูร้ายแรง&nbsp; หากไม่เคยได้ย่างกรายออกมาเห็นเดือนเห็นตะวัน ก็ถูกพามาปล่อยไว้ที่นี่ นาน ๆ ทีญาติถึงจะมาดูดำดูดีบ้าง&nbsp; บางทีหายไปเลย&nbsp; คนบ้าต่างกับออทิสติก เพราะสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นและพาเอาหมดความอดทนได้ง่าย&nbsp;&nbsp; คนบ้าถูกทิ้งจึงมีมากกว่าถูกดูแลประคบประหงม&nbsp; แต่ก็ดีอย่างที่พวกเขาบ้า&nbsp; จึงไม่รับรู้ต่อสายตารังเกียจรังชังพวกนั้น <br /><br />คาเมะอาจเป็นหนึ่งในนั้นด้วย<br /><br />คาเมะเป็นคนไข้ห้องพิเศษ ฐานะดีมากถึงมากที่สุด&nbsp; พ่อแม่จะวิเศษวิโสมากจากไหนไม่เคยมีใครขุดคุ้ย แต่ส่งเงินค่ารักษาเลี้ยงดูมาให้ทุกเดือนไม่เคยขาด&nbsp;&nbsp; กระนั้นยังมีลือกันอีกว่าพ่อคาเมะเป็นนักการเมืองชื่อดัง&nbsp; ที่นี่ปิดประวัติได้ดีเยี่ยมอย่างร้ายกาจ&nbsp; ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าคาเมะมีชื่อนามสกุลจริง ๆ ว่าอะไร&nbsp; อาจเป็นเจตจำนงของพ่อแม่คาเมะเสียเอง&nbsp; ที่ต้องการลบตัวตนของคาเมะออกไปจากตระกูล<br /><br />ที่พูดมา&nbsp; ผมฟังเขามาอีกทีเท่านั้น&nbsp; จริงแท้อย่างไร&nbsp; ไม่ขอยืนยัน<br /><br />วันแรกที่ผมเจอคาเมะ&nbsp; คือที่สวนดอกไม้ด้านหลังตึกใหญ่&nbsp; ที่นั่นมีคนไข้มากหน้าหลายตาซึ่งผ่านการลงความเห็นของแพทย์แล้วว่าพอจะคุยรู้เรื่อง&nbsp; จึงได้รับสิทธิพิเศษให้ออกมากินลมชมวิวเพียงลำพัง&nbsp; พวกสติไม่ดีจริง ๆ&nbsp; ต้องอยู่ในสายตาของพยาบาลตลอด&nbsp; ถ้าไม่ได้รับอนุญาต อย่าคิดพาออกมาเสียให้ยาก&nbsp; แค่อยู่ในห้อง ดีไม่ว่าดียังอาละวาดจนเตียงพังไปเป็นแถบแล้วก็มี&nbsp; การแบ่งชนชั้นโดยไม่ตั้งใจเลยเกิดขึ้นเพื่อความปลอดภัย&nbsp; <br /><br />คาเมะมีรูปร่างแบบบาง&nbsp; เพราะไม่ค่อยกินข้าว&nbsp; ในมือจะถือรูปไว้หนึ่งใบเสมอ&nbsp; แม้กระดาษจะยับย่นจนคนในรูปหมดหล่อแล้วก็ตาม บุรุษพยาบาลเล่าให้ผมฟังว่า คาเมะไปเห็นนิตยสารของพวกนางพยาบาลเข้า ก็งอแงจะเอาเสียให้ได้&nbsp; นางพยาบาลก็ใจดีตัดออกมาจนปกหนังสือแหว่ง&nbsp; คาเมะเลยยิ้มหน้าบานเป็นกระด้ง ถือรูปใบนั้นวิ่งโร่อวดคนนู้นคนนี้ให้ทั่วโรงพยาบาล แล้วจนถึงตอนนี้ คาเมะก็ยังถือรูปนั้นติดมือไว้ตลอดไม่ให้ห่าง&nbsp; แม้ตอนมานั่งที่สวน&nbsp; คนอื่นเขาชมนกชมไม้กัน&nbsp; คาเมะก็ยังนั่งดูรูปในมือ&nbsp; ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างชื่นชม<br /><br />ผมชะโงกหน้าเข้าไปดูเพราะอยากรู้นักว่ารูปใคร&nbsp; ทั้งที่จินห้ามไว้แล้วเชียว&nbsp; คงเพราะมันยังไม่คุ้นกับที่นี่เท่าไหร่นัก&nbsp; อะไรต่ออะไรเลยดูไม่น่าไว้ใจ&nbsp; แต่เท่าที่เดินมา&nbsp; แต่ละคนถึงจะเพี้ยน ๆ ก็ดูปกติดี&nbsp; ใครจะไปรู้ว่าผมจะโดนผู้ชายตัวเล็ก ๆ อย่างคาเมะเล่นงานเอาซะแสบถึงทรวง&nbsp; <br /><br />เพราะเงาดำที่บังรูป&nbsp; คาเมะถึงเงยหน้าให้ผมตกตะลึง&nbsp; ใครจะไปรู้ว่าคนบ้าจะหน้าตาดีขนาดนี้&nbsp; ดวงหน้าเล็กขาวใสมีส่วนประกอบจิ้มลิ้มน่ารัก&nbsp; น่ามองน่าเอ็นดูไปเสียทุกกระเบียดนิ้ว ดวงตาแป๋ว ๆ&nbsp; อยู่ใต้ขนตาสีดำเป็นแพหนา&nbsp; ปากกระจับบางเป็นสีแดงฉ่ำจนน่าจับมาจูบเสียให้เข็ด&nbsp;&nbsp; เสียแต่ถ้าริมฝีปากคู่งามนั่นจะไม่ตะโกนอย่างเสียจริตขึ้นมาเสียก่อนว่า<br /><br />"ไอ้ชั่ว!! ไอ้เลว!!!&nbsp; หมอนี่แหละ มันข่มขืนฉัน&nbsp; มันข่มขืนฉัน!!!!!!"&nbsp;&nbsp; <br /><br />เขาว่าคนบ้ามักจะคุยกับคนบ้ารู้เรื่อง&nbsp; ในขณะที่เจ้าหน้าที่ต่างเฉยเมยกับการโวยวายด่าทอจนเป็นเรื่องปกติของคนไข้&nbsp; คาเมะซึ่งเป็นที่รักของทุกคนตั้งแต่หมอยันแม่ครัว&nbsp; และตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่ารวมถึงคนไข้ทุกคนที่รู้จักคาเมะด้วย&nbsp; ก็ทำสีหน้าหวาดกลัวราวกับผมเป็นฆาตกรโรคจิต&nbsp; คนไข้ชายรูปร่างบึกบึนที่กลิ้งอยู่แถวนั้นได้หันขวับมาทางผม ลุกขึ้น ชี้หน้า&nbsp; กระทืบเท้าปึงปัง เต้นแรงเต้นกาส่งเสียงอึงอล<br /><br />"มึงอีกแล้วรึ!&nbsp; กูรึอุตส่าห์ไว้ชีวิตเมื่อหนที่แล้ว&nbsp; จักไม่เข็ดหลาบ วันนี้อย่าอยู่เสียให้รกโลกเลยมึง...!"&nbsp;&nbsp; <br /><br />ผมอ้าปากค้าง&nbsp; เมื่อหมอนั่นหันไปเรียกพรรคพวก แล้วภายในพริบตา&nbsp; ผมก็ลงไปนอนนิ่งอยู่กับพื้น เมื่อชายหนุ่มตัวควายสามคนสามัคคีกระโดดทับอั้กลงมาบนตัวผม ถึงพวกเจ้าหน้าที่จะเข้ามาช่วยกันทันเวลา เครื่องในผมก็แทบพัง&nbsp; ไอ้จินตาลีตาเหลือกเข้ามาฉุดผมลุกขึ้น&nbsp; แล้วช่วยกระชากลากถูออกไป เพราะคนไข้พวกนั้นจะเข้ามารุมสกำยำบาทาผมเสียให้ได้ <br /><br />จินที่ย้อนกลับเข้าไปอีกที&nbsp; บอกว่า&nbsp; หลังจากพาผมออกไปพ้นสายตา&nbsp; ก็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น&nbsp; แต่ละคนชี้นกชี้ไม้ เป่ากบ เคยทำอะไรอยู่ก็ทำอีท่าเดิม&nbsp; คาเมะก็นั่งยิงฟันดูรูปเหมือนเดิม&nbsp; ผมเห็นอย่างนั้นก็ไม่รู้จะพูดยังไง&nbsp; ยิ่งรู้ว่าถ้าผมเอาเรื่อง โรงพยาบาลจะเดือดร้อน แล้วคนพวกนี้ต้องถูกทำโทษ ก็สงสาร จะถือสาหาความอะไรกับคนบ้า&nbsp; เลยจนใจ ต้องให้ไอ้จินเอาแผ่นประคบมาแปะหลังนอนพะงาบอยู่คนเดียว<br /><br />บุรุษพยาบาลเข้ามาขอโทษขอโพยใหญ่ บอกว่าเขาดูแลไม่ดี&nbsp; ปกติแล้วคนเหล่านั้นเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่าย ผมคงไปทำอะไรให้คาเมะไม่พอใจเข้ากระมัง ถึงโวยวายขึ้นมา<br />เขาเล่าอีกว่า&nbsp; คาเมะไม่เคยโดนข่มขืนหรอก&nbsp; แต่เวลาตกใจชอบร้องว่าโดนข่มขืน&nbsp;&nbsp; นอกจากนั้นแล้วก็ไม่เคยทำอันตรายใคร&nbsp; <br />ผมแทบจะเผ่นกลับบ้านเสียตั้งแต่วันนั้น&nbsp; เสียแต่ไอ้จินมันจะอยู่ต่อให้ได้<br /><br /><br />ผมเลยไม่แน่ใจว่าเสี้ยววินาทีที่ผมตะลึงในความงามของคาเมะอยู่นั้น&nbsp; เพื่อนผมคนนี้มันจะตกตะลึงไปด้วยหรือเปล่า&nbsp; <br />เพราะหลังจากนั้น.......<br /><br />เอาเป็นว่า&nbsp; พระเอกของเรื่องนี้&nbsp; ก็ไอ้จินเพื่อนผมนี่แหละ<br />อิหลุกขลุกขลักพอตัวเหมือนกัน&nbsp;&nbsp; ไม่รู้มันคิดยังไง&nbsp; -ไปรักกับคนบ้า-<br /><br /><br /><br />..................................................................................................................................<br />.........................................................................................................................................<br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><strong>scene-2-</strong><br /></p>
<p><br />คำพูดติดปากของคาเมะคือคำว่าทำไม<br /><br />อยู่กับคาเมะ จะได้ยินแต่คำว่าทำไม&nbsp; ตอบอะไรก็ถามต่อได้อีกว่าทำไม&nbsp; ถ้ารำคาญจะนิ่งเฉยไม่พูดเสีย คาเมะก็ไม่ว่าอะไร&nbsp; หาเรื่องถามนู่นถามนี่ต่อได้เรื่อยเจื้อย หรือละความสนใจไปอย่างอื่นได้ง่ายดาย&nbsp; เรียกได้ว่าสมาธิสั้น&nbsp; ทำอะไรไม่ค่อยได้นาน&nbsp; เดี๋ยวลืม ๆ&nbsp; บางทีก็เตลิดเปิดเปิงออกไปนอกตึกบ้าง ใครเห็นเข้าก็พาจูงมือกลับเข้ามา&nbsp; คาเมะเดินตามโดยดี&nbsp; ไม่อาละวาด&nbsp; ไม่ตบตีใคร&nbsp; นับว่าเป็นเด็กดีมากแล้วในหมู่คนบ้าด้วยกัน <br /><br />ห้องที่คาเมะอยู่&nbsp; ขึ้นชื่อว่าพิเศษแล้ว ย่อมไม่เหมือนคนไข้ธรรมดาทั่วไปที่เป็นห้องรวม ที่ข้าวของเครื่องใช้หรือการดูแลก็เป็นแบบรวม ๆ&nbsp; จะดีหน่อยตรงแยกหญิงแยกชายเท่านั้น&nbsp; ห้องพิเศษจะแยกอยู่ตึกต่างหาก แต่ละห้องมีคนดูแลเฉพาะ&nbsp; ไม่อดทนจริงแล้ว&nbsp; ใครจะไปอยู่ได้นาน&nbsp; คนไข้ส่วนใหญ่พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง&nbsp; ยิ่งรายไหนมีอาการหนักเป็นจิตเภทมา&nbsp; กระโดดล็อกคอจับพยาบาลเป็นตัวประกัน&nbsp; ต้องจับขึงฉีดยาให้วุ่นวายก็มี&nbsp; จะทำงานที่นี่หนึ่งต้องทำใจ&nbsp; สองต้องแน่ใจ<br /><br />ผมกับจินทำงานอยู่ห้องรวม คอยดูแลอาหารการกินและเรื่องทั่วไป&nbsp; เรื่องหยุมหยิมแค่นี้&nbsp; ยังแทบไม่มีเวลาพัก คนเราบทว่าสติไม่สมประกอบแล้ว ดื้อเสียยิ่งกว่าเด็กสามขวบ ให้กินก็ไม่ยอมกิน ให้นอนก็ไม่ยอมนอน&nbsp; บางคนเป็นพวกชอบถอด ต้องไล่จับไล่ปล้ำให้ใส่เสื้อผ้าซะให้ได้ โป๊ในตึกยังไม่ว่า บางทีวิ่งโทงเทงออกไปนอกตึกให้คนมาเยี่ยมญาติร้องกรี๊ดอุตลุตนึกว่าผีเปรตที่ไหน&nbsp; บางคนเป็นบ้าเพราะโดนเมียทิ้ง พาลนึกเอาว่าคนไข้ชายในห้องเดียวกันเป็นเมียตัวเอง ง้องอนขอคืนดี ไล่จูบไล่กอดจนหลายคนเกือบเสียประตูชัย&nbsp;&nbsp; บางคนเป็นโรคซึมเศร้า พยายามบีบคอตัวเองตาย&nbsp; แต่โชคร้ายหน่อยที่คนเรากลั้นหายใจตายไม่ได้&nbsp; เลยบีบคลาย บีบคลาย อยู่อย่างนั้น&nbsp; ไม่ตายสักที <br /><br />ในขณะที่ผมยังต้องปรับตัวสุดขีด&nbsp; จินมันมีความสุขเหลือเกิน&nbsp; ตกเย็นหลั่นล๊าไปดูแลคนไข้ในสวน&nbsp; ความจริงแล้วมันไปรอคนไข้พิเศษ&nbsp; คาเมะจะเดินลงมานั่งเล่นนอนเล่นในสวนหย่อมเสมอ&nbsp; ในศูนย์รวมความเพี้ยนแห่งนี้&nbsp; ยังมีเอวบางร่างน้อยคอยร่อนไปร่อนมา&nbsp; ก็เปรียบเหมือนสวรรค์ประทานนางฟ้าลงมาให้ใครต่อใครดูเล่น&nbsp; แล้วไม่ใช่จินคนแรก ที่คิดพิเรนทร์เด็ดดอกฟ้ายับยู่ยี่ดอกนี้&nbsp; แต่เพราะความละมุนละม่อม&nbsp; เลยไม่ถูกรุมประชาทัณฑ์เหมือนรายที่แล้วมา<br /><br />ตั้งแต่ผมมาที่นี่&nbsp; คาเมะมีรูปใบนั้นติดมืออยู่ตลอดเวลา&nbsp; ท่าทางสุโขสโมสร&nbsp; ในที่สุดผมก็รู้&nbsp;&nbsp; คนในรูปนั้นเป็นนายแบบชื่อดัง ทุก ๆ วัน เจอหน้าใคร คาเมะจะเอามาอวด แล้วบอกว่า<br /><br />"คนนี้ล่ะยามะ"&nbsp; ฉีกยิ้มภูมิใจนักหนา&nbsp;&nbsp; "แฟนฉัน"<br /><br />พอคนฟังเลิกคิ้ว&nbsp; คาเมะจะรีบบอก&nbsp; <br /><br />"รักกันมากเลย"&nbsp; <br /><br />ถ้าใครไปยุ่มย่ามกับรูปใบนั้น&nbsp; คาเมะจะร้องโวยวายว่าโดนข่มขืนทันที<br /><br /><br />อาการเป็นบ้านี้&nbsp; ไม่ใช่ว่าเป็นกันแต่เกิด&nbsp; หรือจู่ ๆ ก็เป็นกันได้&nbsp; มีสาเหตุ มีวิธีรักษา&nbsp; อย่างน้อย ๆ ก็มีวิธีบำบัด&nbsp; การแพทย์สมัยนี้ก้าวไกล&nbsp; ตั้งแต่การใช้นักจิตวิทยา ฝึกให้คนไข้ปรับตัวเข้ากับสังคมไปจนกระทั่งการปรับคลื่นสมอง&nbsp; แบบที่ใช้กับคาเมะอยู่คือรักษาด้วยยา&nbsp; พยาบาลเล่าให้ผมฟังว่า คาเมะอาการดีขึ้นมากแล้ว&nbsp; แต่ก่อนคาเมะเป็นโรคซึมเศร้ารุนแรง&nbsp; พยายามฆ่าตัวตายทุกวิถีทาง เอากางเกงผูกคอ เอาจานทุบหัว พอเขายึดของไปหมด ไม่มีอุปกรณ์อะไรเอามาประยุกต์ ก็วิ่งชนผนังซ้ำ ๆ จนหัวร้างข้างแตก&nbsp; ดีที่ช่วยเอาไว้ได้ทันทุกครั้ง&nbsp; ตอนหลังต้องมัดมือมัดเท้าไว้กับเตียง&nbsp; กว่าจะเป็นอย่างทุกวันนี้ได้&nbsp; หมดยาไปหลายขนาน&nbsp; <br /><br />เขาว่ากันว่าคาเมะโดนแฟนทิ้ง&nbsp; แล้วเอาแต่ถามตัวเองว่าทำไม&nbsp; ทำไม<br />คงเพราะอย่างนี้&nbsp; คาเมะถึงติดคำว่าทำไม&nbsp; คงย้ำซ้ำ ๆ จนฝังเข้าไปในหัว&nbsp; ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร&nbsp; แต่ถามไว้ก่อนว่าทำไม<br />....ความรักหนอ&nbsp;&nbsp; เขาถึงว่ากันแต่โบราณ มีรัก ย่อมมีทุกข์<br /><br />ถึงอย่างนั้น&nbsp; จินเพื่อนผม&nbsp; ก็ยังตกอยู่ในห้วงรักจนได้<br />แล้วรักใครไม่ไปรัก&nbsp; สาวสวยรุมตอมให้หึ่งไม่ยักสนใจ&nbsp; ดั๊น.....&nbsp; มาสนใจหนุ่มน้อยจอมโดนข่มขืน<br /><br /><br />วันนั้น&nbsp; คาเมะขุดดินในสวนอย่างเอาเป็นเอาตาย&nbsp;&nbsp; <br /><br />"ทำอะไรน่ะ"&nbsp; จินเสนอหน้าถาม<br /><br />"หาสมบัติ"&nbsp;&nbsp; คาเมะบอกหน้าตาขึงขัง&nbsp; จินมองแปลงหญ้าที่ปลูกดอกไม้เป็นแนวเรียงระเบียบสวยงามแล้ว นึกไม่ออกว่าจะมีสมบัติซ่อนอยู่ได้ยังไง&nbsp; <br /><br />เลยเข้าไปห้าม<br /><br />ซะที่ไหน&nbsp;&nbsp; จินถือว่าเลิฟมีเลิฟมายด็อก&nbsp; เลิฟคนบ้า ก็ต้องทำตัวให้บ้า&nbsp; จินนั่งลง ถกแขนเสื้อ&nbsp; แล้วช่วยขุดซะเนื้อตัวมอมแมม&nbsp; จนได้เวลาอาหารเย็น&nbsp; เจ้าหน้าที่มาต้อนบรรดาคนไข้เข้าตึก&nbsp; คาเมะก็เอามือโกยดินลงหลุมตามเดิม&nbsp; <br /><br />"พรุ่งนี้ค่อยขุดใหม่"&nbsp; <br /><br />ขุดใหม่ก็ขุดหลุมเดิมนั่นแหละ&nbsp; ไม่ไปไหนสักที&nbsp; แต่ยังขมักเขม้นขุดได้ทุกวัน&nbsp; แถมกลบทุกวัน&nbsp; คาเมะเคยดูหนังโจรสลัด&nbsp; ใต้ดินมีหีบ&nbsp; ข้างในหีบมีเหรียญทองสีสวย&nbsp; หลายคนถามว่าจะเอาทองไปทำอะไร&nbsp; คาเมะตอบจริงจัง<br /><br />"ต้องรวย&nbsp; รวยแล้วคนถึงจะรัก"<br /><br />ตรรกะนี้มาจากไหนไม่ทราบ&nbsp; ผมฟังแล้วใจหาย&nbsp; เมื่อเดาว่าก่อนหน้านี้คาเมะเจอคนแบบไหนมา<br />ทีนี้ พอจินช่วยขุดมาก ๆ เข้า&nbsp; คาเมะก็นับเอาจินเป็นกองพันทหารโจรสลัด&nbsp; วันไหนจินปลีกตัวมาช้า&nbsp; คาเมะจะชะเง้อชะแง้คอย&nbsp; <br /><br />"มาช้า"&nbsp;&nbsp; พอจินมา&nbsp; คาเมะจะต่อว่า&nbsp; "เดี๋ยวมีคนขโมยไป"<br /><br />สงสัยเหลือเกินว่าใครหน้าไหนจะมาฉก&nbsp; เพราะคนขุดก็มีแต่คาเมะกับไอ้บ้าจินเท่านั้น&nbsp; ที่ชักจะบ้าเข้าไปทุกวัน&nbsp; นาน ๆ ทีจินก็ป้อนจีบให้บ้าง&nbsp; คว้าดอกไม้ในแปลง เห็นสวยดีเลยยื่นให้&nbsp; คาเมะก็เด็ดกลีบเคี้ยวกลืนเสียอย่างนั้น บอกว่าอร่อยดี&nbsp;&nbsp; แล้วมันไม่ยักเบื่อหรือรำคาญคาเมะสักที&nbsp; คาเมะทำอะไรก็เออออห่อหมกไปเสียทุกอย่าง ขนาดพร่ำเพ้อพรรณนาถึงยามะ&nbsp; จินยังตั้งใจฟังราวกับเป็นเรื่องสลักสำคัญ&nbsp; คิดดู<br /><br />พอมากวันเข้า คาเมะเริ่มมาเตร็ดเตร่อยู่ที่ตึกคนไข้ธรรมดา พอได้เวลานอน จินต้องเดินไปส่งห้องเป็นประจำ จนรู้กันว่า&nbsp; จินกับคาเมะคู่หูซี้ย่ำปึ้ก<br /><br />ไฟฟ้ายิ่งสปาร์ก&nbsp; เมื่อมีวันนึง จินจะเดินกลับบ้านพัก คาเมะดันถามขึ้นมา&nbsp; "ไปไหน"<br /><br />เจ้าตัวจูงมือจินเข้ามาในห้อง ตบหมอนสองที&nbsp;&nbsp; "ทำไมไม่นอนด้วยกัน"<br /><br />คนถามคงไม่คิดอะไร แต่คนฟังหัวใจฟูฟ่อง&nbsp; เพียงประโยคเดียว&nbsp; หมอสั่งเปลี่ยนตัวบุรุษพยาบาลทันที&nbsp; ยิ่งคนไข้กำลังใจดี&nbsp; ยิ่งหายเร็ว&nbsp; ว่าง่าย&nbsp; ให้ทำอะไรก็ทำ<br /><br /><br /><br /><br />คาเมะกลับมาสติแตกอีกครั้งไม่นานหลังจากนั้น&nbsp; คนไข้โรคจิตรักษาแล้วใช่ว่าจะหายดีทุกรายไป&nbsp; หากมีเรื่องมากระตุ้น&nbsp; สติสตังที่เข้ารูปเข้ารอยก็พร้อมผิดแผกบิดเบี้ยวได้อีก&nbsp; คาเมะนั่งจ๋องอยู่กับพวกพยาบาลสาวตอนพักกลางวันเพราะเบื่อบรรยากาศที่ห้อง&nbsp; ผมกับจินนั่งกินข้าวอยู่ตรงนั้นด้วย ข่าวบันเทิงตอนเที่ยงกำลังออกอากาศ&nbsp; แผนโปรโมตของพระเอกชื่อดังกลายเป็นรักนอกจอขึ้นมา&nbsp; ทั้งสองประกาศหมั้นแล้วจะแต่งงานกันในเร็ว ๆ นี้&nbsp; ทุกคนในที่นั้นรู้เรื่องนี้อยู่ก่อนแล้วเพราะเป็นข่าวครึกโครมมาหลายวัน แต่คาเมะที่ไม่ค่อยสนใจความเป็นไปของโลกภายนอกนั่งมองตาไม่กะพริบ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <br /><br />"ยามะ....."&nbsp;&nbsp; คาเมะครางขึ้นมา&nbsp; ตอนนั้นผมเพิ่งนึกได้ว่ายามาชิตะคือชายในฝันของคาเมะ&nbsp; แถมทึกทักเอาว่าเป็นคนรักของตัวอีก เห็นยามะพียืนกอดกับผู้หญิงอื่น จะเป็นอะไรไหม&nbsp; จะเปลี่ยนช่องก็ไม่ทันเสียแล้ว แต่ผมคิดมากไป&nbsp; เพราะคาเมะแค่ยิ้มหวาน ตาลอย&nbsp; "..หล๊อ หล่อ"<br /><br />เขารู้กันหมดแล้วว่าจินจีบคาเมะแบบเนียน ๆ อยู่&nbsp; นางพยาบาลคนหนึ่งที่เชียร์จินเลยแซวอย่างขบขัน&nbsp;&nbsp; "ฉันว่าหล่อสู้จินก็ไม่ได้&nbsp; คาเมะจังว่าจินหล่อมั้ย?"<br /><br />"จินก็หล่อ..."&nbsp;&nbsp; เท่านั้น คนชื่อจินก็หน้าบานแฉ่ง&nbsp;&nbsp; "แต่ไม่ได้รัก"&nbsp;&nbsp; ทีนี้หุบเหลือสองนิ้ว สมน้ำหน้า<br /><br />"รักยามะที่สุด&nbsp; เดี๋ยวยามะจะมารับ"&nbsp;&nbsp; คาเมะเคาะคางตัวเอง ขมวดคิ้ว ทำท่านึก&nbsp; "ทำไมยามะไม่มาสักทีนะ"<br /><br />คาเมะยังสงสัยว่าทำไมยามะไม่มา&nbsp; แต่จินน่ะลุกเดินหนีไปนู่นแล้ว&nbsp; คาเมะก็งงไปตามระเบียบ หันมาถามผม&nbsp; "จินไปไหน"<br /><br />"จินงอนน่ะสิ"&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผมบอก&nbsp; นึกสนุก ที่คาเมะทำหน้างงกว่าเดิมอีก&nbsp;&nbsp; <br /><br />"ทำไมงอน?"<br /><br />"ก็คาเมะบอกว่าไม่รักจิน&nbsp; จินเลยงอน"&nbsp;&nbsp; พอช่วยชี้ทางสว่างให้&nbsp; คาเมะก็ส่ายหน้าผมกระจาย&nbsp; "เปล่านะ&nbsp; ไม่ได้บอก"&nbsp;&nbsp;&nbsp; <br /><br />อะไรวะ ตะกี้ยังบอกอยู่หยก ๆ <br /><br />"ไปง้อสิ"<br /><br />"ง้อยังไง?"<br /><br />"ก็จูบแก้ม&nbsp; แล้วบอกว่ารักนะ..."<br /><br />พูดเล่น แต่คาเมะทำจริงหรือเปล่าไม่รู้&nbsp; เห็นเดินตามจินไปแป๊บเดียว&nbsp; ก็พาจินกลับมาจนได้&nbsp; หน้าหล่อ ๆ แดงก่ำเป็นตำลึงสุก&nbsp; <br />ตายห่า&nbsp; เพื่อนผมคงโงหัวไม่ขึ้นเสียแล้ว&nbsp; ผมก็ตัวการถีบส่งลงเหวเสียด้วย&nbsp; มาคิดได้ตอนนี้สงสัยจะช้าไป<br /><br /><br /><br />จับจินไว้กับตัวได้ก็กลับมานั่งตาแป๋ว&nbsp; มองภาพข่าวยามะพีที่ยืนคู่กับผู้หญิงแล้วควักรูปขึ้นมาเชยชมเหมือนเคย&nbsp; ครั้นอยู่ ๆ ก็ชะงัก&nbsp; คงเห็นว่ารูปในทีวีกับรูปในมือตัวเองเหมือนกันเด๊ะ&nbsp;&nbsp; <br />เท่านั้นเอง.....เลยเพิ่งคิดได้ว่านี่ก็ยามะ&nbsp; นั่น....ก็ยามะ<br /><br />คาเมะเบะปาก ครางฮือ&nbsp; ร้องไห้โฮสนั่นหวั่นไหว<br /><br />แล้วร่างน้อยก็อาละวาดเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน&nbsp; โวยวายทำลายข้าวของ&nbsp; โดยเฉพาะทีวี จะทุ่มลงพื้นเสียให้ได้&nbsp; หาว่ายามะพีนอกใจ<br />ตอนนั้นมีแต่พยาบาลผู้หญิง&nbsp; ผมกับจินยังเอาคาเมะเกือบไม่อยู่&nbsp; ไม่รู้เอาแรงช้างสารมาจากไหน ได้ไปคนละแผลสองแผล&nbsp; คาเมะถูกฉีดยาระงับประสาท&nbsp; พอฟื้นขึ้นมาก็ลืม&nbsp; ถือรูปยามะพีอวดคนไปทั่ว มีโลกของตัวเองเหมือนเดิม<br /><br />จินยังดูแลคาเมะไม่ขาดตกบกพร่อง&nbsp; ไม่รังเกียจเดียดฉันท์ว่าเป็นคนบ้า&nbsp; ฟังคาเมะบอกรักผู้ชายคนอื่นเช้าเย็นทุกวัน&nbsp; ทั้งที่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นกำลังจะแต่งงานในไม่ช้า&nbsp; ดูตาก็รู้ว่ามันทั้งเจ็บใจตัวเอง&nbsp; ทั้งสงสารคาเมะ&nbsp; แต่มันก็ยิ้ม&nbsp; เล่นกับคาเมะตามประสา&nbsp; ให้คาเมะมีความสุขไปวัน ๆ <br /><br />บางทีผมก็สงสัยนะ ว่าจินทนได้ยังไง<br /><br /><br /><br />tbc.<br /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>scene-3-</strong></p>
<p><strong></strong><br /><br /><br />ถ้าการเตรียมงานแต่งระหว่างยามะพีกับนางเอกสาวเป็นท็อปปิกสะเทือนวงการ&nbsp; ความรักของจอมตื๊อครองโลกอย่างจินที่เบ่งบานขึ้นทุกวัน ก็เป็นนิยายรักกล่าวขานกันทั่วโรงพยาบาลเช่นกัน&nbsp; <br /><br />จินเลื่อนขั้นเป็นบุรุษพยาบาลประจำตัวคาเมะแล้ว&nbsp; ได้สิทธิพิเศษใกล้ชิดคาเมะกว่าใคร ๆ&nbsp; เหล่าคนไข้ก็มองจินกลมกลืน&nbsp; พูดง่าย ๆ ว่าคุ้นหน้าคุ้นตากันแล้วนั่นเอง&nbsp; จินไม่ใช่คนแรกที่เป็นอาสาสมัครอยากอยู่ห้องคาเมะ&nbsp; แต่เพราะคนไข้โดนทำอะไรไม่ค่อยมีใครรู้ ยิ่งพวกชอบโวยวายว่าโดนข่มขืนเช้าเย็นอย่างคาเมะ&nbsp; โดนทำมิดีมิร้ายเข้าจริงใครจะเชื่อ คนไข้สาวยังมีโอกาสป่องได้&nbsp; แต่คนไข้ชายโดนจิ้มขึ้นมาหลักฐานที่ไหนจะปูดฟ้อง&nbsp; ยิ่งคาเมะเป็นดาวเด่นของโรงพยาบาล&nbsp; ตัวเนียนนุ่มน่าฟัดขนาดนั้น&nbsp; ก็เหมือนฝูงหมาที่มีกระดูกอันเดียว...พูดแล้วน้ำลายหก<br /><br />ทำให้พวกหมอพยาบาลไว้ใจได้เร็วขนาดนี้&nbsp; จินมันไม่ใช่เล่น<br /><br />กิจวัตรประจำวันคือ นับแต่แรกลืมตาตื่น&nbsp; ตอนล้างหน้าแปรงฟัน จินจะคอยปรนนิบัติพัดวีไม่ให้ขาด&nbsp; เรียบร้อยแล้ว คาเมะจะลงมาด้านล่าง ทักทายทุกคนที่เจอ&nbsp; บางทีดอดเข้าไปในครัว ช่วยแม่ครัวเตรียมอาหาร&nbsp; จิ๊กขนมไปฝากพี่ยามใต้ตึก&nbsp; ระหว่างรอกายบริหารตอนเช้า&nbsp; จะทวนท่าออกกำลังกายกับจิน&nbsp; ไม่ใช่ว่าทำด้วยกัน&nbsp; แต่นำท่าแล้วให้จินทำตาม ถ้าไม่ผ่าน ก็ให้ทำอยู่อย่างนั้น เล่นเอาจินหอบแฮ่ก&nbsp; แล้วที่ขาดไม่ได้คือการถือรูปเดินเตาะแตะไปทางนู้นที ทางนี้ที&nbsp; <br /><br />"ยามะเป็นลูกเพื่อนพ่อ"&nbsp; คาเมะเล่าอาย ๆ&nbsp; นัยน์ตาฝันหวาน&nbsp; "มาขอเป็นแฟนตอนอยู่มัธยมปลาย"<br /><br />เล่าซ้ำแล้วซ้ำอีกมันทุกวัน เล่าแล้วก็ม้วนเขินไปแปดตลบ&nbsp; แต่อย่าไปพูดตัดหน้าเชียวว่าเบื่อแล้ว คาเมะจะค้อนขวับ ๆ&nbsp; งอนตุ๊บป่องทีเดียวเชียว บางทีนางพยาบาลก็ขอให้คาเมะช่วยงาน ไหว้วานอะไรคาเมะทำได้ทุกอย่าง ถึงจะเพ้อ ๆ เพี้ยน ๆ ไปบ้าง ก็หยิบจับรู้เรื่อง&nbsp; แต่เวลาทำต้องมีจิน&nbsp; <br /><br />คุณพยาบาลให้ช่วยพับผ้าเช็ดตัวคนไข้&nbsp; คาเมะก็หันไปกวักมือ<br /><br />"จินมานี่..."&nbsp;&nbsp; เรียกเสียงใส&nbsp; "มาพับด้วยกัน"<br /><br />ถ้าไม่เห็นเป็นเพื่อนซี้ก็คือข้ารองมือรองเท้า ถึงเรียกหาจินมันตลอดเวลา<br />ถ้าจินติดธุระอย่างอื่น&nbsp; ไม่ตามใจ&nbsp; จะพองลมเข้าแก้ม งอน&nbsp; "โกรธแล้ว โป้งแล้ว&nbsp; คืนนี้ไม่ให้นอนด้วย"<br /><br />พอถึงเวลา&nbsp; เจ้าตัวก็ลืมว่าโกรธ แล้วเรียกหาจินทุกที<br />ถึงอย่างนั้น จินก็มีวิธีง้อขอคืนดีอย่างน่ารัก คือเด็ดดอกไม้ในสวนมาสักช่อ คาเมะชอบ&nbsp; เดี๋ยวนี้ไม่เอามาเคี้ยวเล่นเหมือนก่อนแล้ว เพราะจินบอกว่า<br /><br />"ไม่ใช่ของกินนะ อย่ากิน"<br /><br />"ทำไมกินไม่ได้"<br /><br />"ก็มันเป็นดอกไม้"<br /><br />"ดอกไม้แล้วทำไม"<br /><br />"ก็เอาไว้ให้คนที่ตัวเองรัก"<br /><br />จินปล่อยหมัดขวาเข้าให้ คิดว่าคาเมะคงไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร แต่คาเมะถามกลับตาแป๋ว <br /><br />"รักเราเหรอ? ทำไมรักล่ะ?"<br /><br />ทีนี้ไปต่อไม่ถูกเลย ยืนยิ้มเขินอยู่ตรงนั้นแหละ น่าถีบโคตร<br /></p>
<p><br />ส่วนตัวผมเองนั้น วัน ๆ ต้องคอยวิ่งไล่คนไข้ที่เห็นถาดข้าวเป็นกระดานแล้วเห็นบันไดเป็นสไลเดอร์ไม่ให้หล่นลงมาคอหักตาย&nbsp; คนนอกอย่างผม&nbsp; จะเข้าใจความรู้สึกของสองคนนั่นเข้าสักวันได้มั้ยก็ไม่รู้&nbsp;&nbsp;&nbsp; <br /><br />เรื่องน่ายินดีคืออาการของคาเมะดีขึ้นมาก ก็จินดูคาเมะยิ่งกว่าดูลูก เสียแต่มันไม่มีเมีย&nbsp; คาเมะไม่อยากกินข้าวก็หลอกป้อนให้กิน&nbsp; คาเมะไม่อยากอาบน้ำก็กล่อมซะจนยอมอาบ ยาตัวใหม่ขมปี๋เหลือรับประทาน จินก็กินเป็นเพื่อน (ดี เพราะมันบ้า) แล้วยังปัดกวาดเช็ดถูห้องหับเป็นประจำไม่เคยขาด สุขอนามัยของคาเมะเทียบกับคนอื่นแล้วชนะเลิศเพราะฝีมือจิน&nbsp; <br /><br />ซึมซาบคำว่ารักของจินได้ทุกวัน&nbsp; หัวใจที่เพ้อพกหาผู้ชายไกลเกินเอื้อมก็เริ่มเหลียวหันมามองคนใกล้ตัว จากที่เคยเป็นฝ่ายรับถ่ายเดียว คาเมะก็เด็ดดอกไม้มาฝากจินบ้าง อ้อนให้จินร้องเพลงบ้าง อ่านหนังสือให้ฟังบ้าง&nbsp; สุขภาพจิตคนไข้ดี หมอก็ดีใจหรอก แต่พยาบาลจะตีเอาทั้งคนไข้คนดูแล&nbsp; เพราะทำดอกไม้แหว่งหมดแปลง<br /><br /></p>
<p><br /><br />23 กุมภาพันธ์&nbsp; วันเกิดคาเมะ&nbsp; ส่วนคาเมะอายุเท่าไหร่ ยังไม่มีใครฟันธง<br /><br />ที่รู้เพราะเมื่อถึงเดือนกุมภาพันธ์&nbsp; คาเมะบอกทุกวันว่าวันเกิด ยามะพีจะเอาของขวัญมาให้&nbsp; มีแต่คนแซวว่าไม่เห็นวี่แวว คาเมะคงจะโม้ คาเมะเลยหันไปหาพวก อ้อนจิน&nbsp; คาเมะอยากได้ดอกไม้&nbsp; เอาดอกไม้เยอะ ๆ&nbsp;&nbsp; จินก็ใจอ่อนยวบ&nbsp; ถ่อไปร้านดอกไม้ในตลาด&nbsp; เลือกกุหลาบขาวที่คาเมะชอบมากที่สุด จัดสวยมาช่อเบ้อเริ่ม&nbsp; แต่ตอนข้ามถนนมันไม่ดูทางให้ดี&nbsp; เสียงยางรถบดถนนเพียงครั้งเดียว&nbsp; กุหลาบช่องามต้องนอนไร้ชีวิตอยู่บนถนน ไม่สามารถมาถึงมือเจ้าของวันเกิดได้ทันเวลา&nbsp; <br /><br />คงหลับสบายสินะ.....เพื่อน&nbsp; <br /><br /><br /><br />แล้วหลอกให้ใครต่อใครเป็นห่วง ไอ้เวร<br /><br />มันว่าไม่ได้ตั้งใจ&nbsp; แต่นางพยาบาลมือเบาจนน่าเคลิ้ม&nbsp; งานที่ทำถึงจะไม่เหนื่อยใจแต่เหนื่อยกายน้อยเสียที่ไหน กว่าจะพาตัวเองเดินออกจากโรงพยาบาลที่ไปทำแผลก็เผลอหลับคาเก้าอี้ไปหลายชั่วโมง ใกล้เที่ยงคืนจินเลยเพิ่งโผล่หน้าพาช่อดอกกุหลาบยับ ๆ ที่โดนรถทับติดมือมา อีกข้างหิ้วตุ๊กตาหมีสีขาวมาอีกตัว&nbsp; หาของที่คาเมะอยากได้ไม่ทัน เอาของอย่างอื่นมาหลอกไว้ก่อนคิดว่าจะได้ผลหรือไง<br /><br />แต่คาเมะดันติงต๊อง&nbsp; เลยดีใจใหญ่&nbsp; ลืมดอกกุหลาบไปเสียสนิท&nbsp; กอดหมีเช้าเย็น&nbsp; แถมตั้งชื่อสุดไพเราะให้ว่า -ยามะพี-<br />สงสัยว่าคนซื้อมาจะชอกช้ำระกำใจสักปานไหน&nbsp; ได้ยินคาเมะคุยกับตุ๊กตาทีไร&nbsp; จินทำหน้าเหมือนโดนถีบยอดอกทุกที ฮ่าฮ่า<br /><br /><br /><br /><br /><br />เรื่องสำคัญคือช่วงนั้น&nbsp; จินทำของหล่นบ่อยมาก แล้วยังเดินชนนู่นชนนี่ ทั้งที่ปกติไม่ใช่คนสะเพร่า ผมเริ่มเอะใจ&nbsp; เจ้าตัวเขารู้เมื่อตอนอ่านหนังสือให้คาเมะฟังเหมือนเคย&nbsp; ปกติจินนอนอ่านตอนกลางคืน จ่อหน้าเข้าไปใกล้จึงไม่รู้ว่าสายตาตัวเองผิดปกติมาก&nbsp; จินบอกว่าอะไรที่เคยมองชัดก็เห็นไม่ชัดเหมือนก่อน&nbsp; ผมเลยไล่ให้ไปตัดแว่น&nbsp; นี่ล่ะ&nbsp; เขาถึงว่าความรักทำให้คนตาบอด<br /><br />มันถือโอกาสกลับบ้านเสียครั้งหนึ่งด้วย บุรุษพยาบาลที่ไม่มีหน้าที่ประจำแล้วพอคุ้นกับคาเมะก็มีผม&nbsp; เลยต้องทำหน้าที่แทนจินชั่วคราว เดี๋ยวนี้คาเมะไม่ค่อยถามว่าทำไมแล้ว คำพูดติดปากกลายเป็นคำว่า&nbsp; "จินล่ะ?"<br /><br />พอบอกว่าจินกลับบ้าน&nbsp; คาเมะจะทำหน้างง&nbsp;&nbsp; "ที่นี่ไม่ใช่บ้านจินเหรอ?"&nbsp;&nbsp;&nbsp; สักพักจะถามใหม่&nbsp; "จินล่ะ?"<br /><br />จินก็ช่างมีน้ำอดน้ำทน เต็มใจตอบคำถามคาเมะซ้ำ ๆ ไม่ว่าจะกี่ครั้ง&nbsp; ฟังคาเมะพูดเจื้อยแจ้วได้ทั้งวี่วันทั้งที่คนทั่วไปคงนึกรำคาญ&nbsp; แต่นี่มันนั่งยิ้มตลอด เหมือนมีความสุข&nbsp; ยังกับคนบ้า ปกตินิสัยมันพ่อพระพอตัวอยู่ เห็นอย่างนี้ขอยกขึ้นหิ้งกราบไหว้เสียเลย<br /><br />คาเมะไม่ค่อยออกไปไหน ข้าวก็กินในห้อง&nbsp; บอกว่าจะรอจินมารับ&nbsp; ว่าง ๆ ก็คุ้ยของในกล่องกระดาษออกมาเล่น&nbsp; ผมเห็นคาเมะเอาอัลบั้มรูปมาอวด&nbsp; แต่คราวนี้ไม่ใช่รูปยามะพีแล้ว&nbsp; <br /><br />"ดอกไม้&nbsp; จินให้มา"<br /><br />ดอกไม้ในสวนต้องยกแปลงใหม่&nbsp; แล้วทำเป็นสนามหญ้าแทนเพราะคุณเธอสองคนเล่นถอนทึ้งเขาซะเหี้ยน&nbsp; แต่ทุกดอก คาเมะทับเก็บไว้ในอัลบั้มอย่างดีจนแห้งสวย&nbsp; คาเมะตัวคนเดียว&nbsp; เคยมีคนดูแลก็แค่ตามหน้าที่เท่านั้น&nbsp; ต่อให้เป็นเด็กดีจนเจ้าหน้าที่บางคนรักคาเมะเหมือนญาติ แต่ความอบอุ่นชนิดคำนึงถึงทุกลมหายใจจะไปมีได้ยังไง&nbsp; จินคงไปเขย่าส่วนอ่อนไหวของคาเมะตรงนี้เข้าโดยไม่ตั้งใจกระมัง<br /><br />ในอัลบั้มนั้นมีรูปคาเมะเต็มไปหมด&nbsp; คาเมะในยามปกติแต่งตัวดี แวดล้อมด้วยผู้คนที่ดูดียิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่&nbsp; แล้วผมก็เห็น...<br />ขยี้ตาตัวเองซ้ำอีกที&nbsp; ก็ยังเห็นเป็นรูปคาเมะกับยามะพี<br />คาเมะกับ.....ยามะพี??<br /><br />ท่าทางกอดไหล่ ยิ้มร่าเริงสนิทสนมแบบนั้น&nbsp; ผมก็ได้แต่ช็อกว่าหรือที่ผ่านมา คาเมะจะพูดจริง<br /><br />"โทรหาจินให้หน่อย"&nbsp; หันมาหาผม เสียงงี้อ่อยเป็นเต่าขาดน้ำ&nbsp; "คิดถึง"<br /><br />......คาเมะนั่งมองดอกไม้แห้ง&nbsp; หูตก หางตก&nbsp; <br />นี่ล่ะหนา&nbsp; ของเคยอยู่ใกล้ตัว พอหายไปถึงรู้ว่าขาดไม่ได้<br /><br />หึ หึ&nbsp; ยามะพี&nbsp; รู้ไว้ซะว่าแกตกกระป๋องแล้ว<br /><br /><br /><br /><br /><br /><br />ผมโทรหาจิน บอกว่าคาเมะคิดถึง&nbsp; เท่านั้นมันขับรถออกจากบ้านทันที&nbsp; หัวใจคงวิ่งมาไวก่อนตัว แล้วอุบัติเหตุก็เกิดอย่างไม่น่าเกิด คราวนี้ไม่ได้อำเล่น แล้วยังรุนแรงกว่าคราวที่แล้วมาก&nbsp; แค่สี่แยกตรงหน้าโรงพยาบาลเท่านั้น&nbsp; จินประมาทหรือเห็นไม่ถนัดว่ารถที่สวนมาอยู่ใกล้ขนาดไหน ผมไม่แน่ใจ<br /><br />หลายวันเข้า&nbsp; จินไม่มาสักที&nbsp; คาเมะตื่นเช้ามาจะถามผมทุกครั้ง <br /><br />"จินล่ะ?"<br /><br />พอได้เวลานอนก็กระสับกระส่าย ไม่ยอมนอนดี ๆ&nbsp; กลัวว่าจินมาแล้วตัวเองจะไม่เห็น&nbsp; ต้องขู่ว่าถ้าซนจินจะโกรธ ถึงเชื่อฟังขึ้นมาบ้าง<br /><br />จินกระดูกซี่โครงหัก&nbsp; อวัยวะภายในหลายส่วนฉีกขาด ไม่มีเลือดคั่งในสมอง แต่ยังไม่ได้สติ คนที่เห็นเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่า&nbsp; จินไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเป็นอะไร&nbsp; หักหลบจนตัวรถกระแทกกับเสาไฟฟ้าไถลลงข้างทาง สักพักก็เปิดประตู พาตัวเองเดินกระย่องกระแย่งออกมา พอเห็นว่ารถคู่กรณีแค่โดนเฉี่ยวไม่เสียหายอะไรมากนัก จึงปล่อยให้อีกฝ่ายโทรเรียกประกันไปก่อน ส่วนตัวเองหยิบมือถือเหมือนจะโทรหาใคร แต่แล้วก็ล้มตึงไปเสียอย่างนั้น<br /><br />เบอร์โทรออกล่าสุด เบอร์ผมเอง<br /><br />จินอาจโทรมาบ่นว่า ซวยฉิบหาย รถชนอยู่หน้าโรงพยาบาล หรืออาจจะโทรมาบอกคาเมะว่าให้รอหน่อย จินติดธุระ อยากกินอะไรมั้ยจะซื้อไปฝาก<br />......ผมไม่รู้เหมือนกัน<br /><br />ผมไปเยี่ยม&nbsp; ดูอาการจินได้เกือบทุกวัน&nbsp; แต่คาเมะที่ไม่สามารถออกไปข้างนอกได้&nbsp; ยังตั้งหน้าตั้งตาคอยจิน&nbsp; ถามทุกวันว่าจินไปไหน&nbsp; แม้ผมจะบอกว่าเกิดอะไรขึ้น คาเมะก็ยังทำตาปริบไม่เข้าใจ&nbsp; ชูคอมองทุกครั้งที่ประตูห้องเปิด ครั้นเห็นว่าไม่ใช่จินก็รอต่อไปว่าเมื่อไหร่จินจะมา <br /><br />ผ่านไปเกือบสัปดาห์ คาเมะไม่ยอมลืมจินเหมือนลืมเรื่องอื่น ๆ&nbsp; แล้วไม่สนใจว่าใครจะชวนไปไหน&nbsp; แม้ใครต่อใครจะหาเหตุผลนับร้อยแปดปลอบคาเมะ&nbsp; คาเมะก็โทษตัวเองว่าทำให้จินรำคาญ จินเลยทิ้งไป&nbsp; เหมือนที่ยามะพีเคยทิ้ง&nbsp; คาเมะเริ่มไม่กินข้าว ไม่ลงไปเดินเล่น ไม่ยอมทำอะไร&nbsp; นั่งข้างหน้าต่าง มองผ่านลงไปยังชั้นล่างที่จะเห็นรั้วหน้าโรงพยาบาลได้&nbsp; หยิบหมีมานอนกอดจนหลับไปเอง&nbsp; ตื่นมาพอไม่เห็นจินตาก็แดงเถือก น้ำตาไหล เริ่มร้องไห้ คำพูดติดปากกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้งว่า&nbsp; "....ทำไม"<br /><br />ไม่มีใครกล้าแซวเหมือนคราวยามะพี&nbsp; ว่าจินไม่มาหรอก&nbsp; นับวันคาเมะยิ่งร้องไห้หนัก ไม่พูดจา เมื่อผลการรักษาแทบกลับไปตั้งต้นใหม่ที่ศูนย์&nbsp; การบำบัดด้วยยาสำหรับคาเมะย่อมไม่พออีกต่อไป&nbsp; คาเมะเป็นคนลืมง่าย จึงไม่มีใครคิดว่าจินจะมีอิทธิพลต่อคาเมะขนาดนี้&nbsp; แม้จิตแพทย์เวลารักษายังต้องระวังไม่ให้คนไข้รู้สึกผูกพัน&nbsp; แต่คาเมะถลำลึกมากกว่าที่ใคร ๆ คาดเดา<br /><br />คาเมะต้องช็อกไฟฟ้า<br /><br />ช็อกไฟฟ้าคือการผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปในร่างกายเพื่อส่งตรงไปยังสมอง ให้นึกถึงเก้าอี้ประหารนักโทษ ที่มีปลอกล็อกแขนขาไม่ให้คนไข้ขยับตัวได้ แล้วหมวกไฟฟ้าที่ทำจากเหล็กจะครอบลงบนศีรษะคนไข้ จากนั้นจึงสับสวิตช์&nbsp; <br /><br />ผมโกหก แบร่<br /><br />ช็อกไฟฟ้าเขาไม่ทำกันสุ่มสี่สุ่มห้า แล้วใช้แค่ไฟอ่อน ๆ เท่านั้น ส่วนใหญ่ทำต่อเมื่อคนไข้อาจได้รับอันตรายจากอาการที่ตัวเองเป็นหรือตามการวินิจฉัยของแพทย์&nbsp; คนไข้มักมีอาการดีขึ้น เพราะคลื่นสมองจะเปลี่ยนไป และถ้าได้รับการบำบัดที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่องก็หายกลับเป็นปกติได้&nbsp;&nbsp; แล้วใช่ว่าจะหายบ้าทั้งหมด&nbsp; บางคนดีขึ้น&nbsp; แต่ดีขึ้นพักเดียว กลับไปบ้าเหมือนเดิม บางคนโดนช็อก แล้วลืมหมดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงจะมีการระมัดระวัง&nbsp; ข้อผิดพลาดก็เกิดขึ้นได้<br /><br />ในกรณีของคาเมะ ร่างกายคาเมะอ่อนล้ามากเกินไป เอาแต่ร้องไห้ ไม่หลับไม่นอน&nbsp; เป็นอย่างนี้ต่อไปคาเมะคงทรุดล้มไปอีกคน <br /><br /><br /><br />ทีนี้ได้เห็นกันแล้วว่าคนรักเก่าคาเมะมีใบหน้าค่าตาอย่างไร&nbsp; คงไม่ต้องอธิบายว่าสาวแก่แม่ม่ายต้องกัดฟันไม่ให้ลืมตัวกรี๊ดแค่ไหน&nbsp; ขนาดคนไข้สาวยังวิ่งตามจีบกันเป็นพรวน หลายคนมองตาค้างเพราะไม่อยากเชื่อ&nbsp; ยามะพีมากับผู้แทนของทางบ้านคาเมะ&nbsp; หลังจากคุยกับหมอรู้เรื่องมีเอกสารให้เซ็น ก็มาดูความพร้อมคนไข้ว่าเป็นอย่างไร น่าโมโหมั้ย ถึงขนาดนี้แล้ว คนในครอบครัวยังไม่ยอมมาเองเลย&nbsp; แต่อย่างว่า&nbsp; ผมมันคนนอก&nbsp; ไม่รู้ว่าทางบ้านคาเมะคิดยังไงแน่<br /><br />ผมพายามะพีไปยังห้องคาเมะ&nbsp; ตอนพาไปก็แอบมอง เห็นไม่ถนัดเท่าไหร่นักเพราะแว่นกันแดดที่บังใบหน้าไปเกือบครึ่ง แต่สง่าราศียังครบถ้วนอย่างที่เขาเรียกว่าออร่าจับ ดีที่ไม่มีนักข่าวตามมาไม่งั้นคงวุ่นดีแท้ แต่ไอ้ความหล่อเกินหน้าเกินตาก็ชวนหมั่นไส้จนอยากถามให้สะดุ้งเล่นว่าเกิดอะไรขึ้นกับคาเมะ&nbsp; คุณเป็นคนหักอกคาเมะจนเป็นบ้าเสียสติไป เป็นคนทิ้งคาเมะอย่างที่ใครเขาลือจริงหรือเปล่า&nbsp;&nbsp; <br /><br />แต่ผมเป็นอันต้องจบคำถามโดยไม่มีคำใดหลุดจากปากสักคำ&nbsp; เมื่อยามะพีก้าวฉับ ๆ เข้าไปในห้อง แล้วพบคาเมะนั่งหันหลังอยู่ริมหน้าต่างตามเดิม คาเมะร้องไห้เหมือนเคย เมื่อมีเสียงประตู&nbsp; คาเมะจึงหันมามอง&nbsp; หันกลับไปทางเดิมต่อ ทุกคนได้ยินแต่เสียงพึมพำว่า ไม่ใช่จิน<br /><br />ยามะพีเรียกอย่างไร คุยด้วยอย่างไร คาเมะก็ไม่มีท่าทีตอบสนอง ทั้งที่ตัวเองเพ้อฝันถึงยามะพีมาตลอด แต่เมื่อยามะพีมาอยู่ตรงหน้า คาเมะกลับทำเหมือนไม่เห็นความสำคัญ&nbsp; <br />คาเมะคงคิดถึงแต่จิน&nbsp; จินที่อ่านนิทานให้คาเมะฟัง&nbsp; ร้องเพลงกล่อมคาเมะก่อนนอน บอกรักคาเมะเช้าเย็นทุกวัน<br /><br />ในขณะที่จินยังนอนไม่รู้สึกตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอื่น&nbsp; <br />ยังมีคนตัวเล็ก ๆ&nbsp;&nbsp; ร้องไห้หาแต่จินทุกวัน<br /><br />หากจินไม่มีวันฟื้นขึ้นมาอีก แล้วคาเมะล่ะ....<br />บุรุษพยาบาลเข้ามาพาตัวออกไป&nbsp; คาเมะก็ไม่ดื้อไม่ซน เอาแต่ซึม ยอมถูกหิ้วแขนไปห้องไฟฟ้าง่าย ๆ&nbsp;&nbsp; <br /><br /><br />ผมปิดประตูห้องด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก <br />ตั้งแต่วันนั้นมา&nbsp; ผมไม่เคยเห็นคาเมะที่นี่อีกเลย<br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /></p>
<p><br /><strong>-บทส่งท้าย-</strong><br /><br /><br /><br />ตอนนี้ผมเริ่มหางานทำ ได้เวลาเดินตามเส้นทางของตัวเองแล้ว&nbsp; ว่าง ๆ ถึงค่อยซื้อขนมนมเนยแวะไปฉอเลาะพวกพี่ ๆ เขาบ้าง คนไข้หายดีมีญาติมารับกลับบ้านแล้วก็ดีไป คนไข้เก่ายังอยู่และคนไข้ใหม่ก็ยังเข้ามาเรื่อย ๆ มีงานให้ทำไม่เว้นวันเป็นปกติ <br /><br />พร้อมกันนั้น&nbsp; ข่าวบันเทิงได้ช่วยเปิดตัวหนุ่มหน้าใส&nbsp; ทายาทนักธุรกิจชื่อดังที่ปรากฏตัวครั้งแรกในงานแต่งของพระเอกยามาชิตะ&nbsp; ร่างเปรียวอยู่ในสูทสีขาวท่ามกลางแสงแฟลชเคียงข้างผู้เป็นพ่อ เรียกความสนใจจากสื่อได้ไม่แพ้เจ้าของงาน ดวงหน้าหวานทว่านัยน์ตาคมยามกวาดสายตามองมา เหล่าตากล้องแทบกดชัตเตอร์มือเป็นระวิง <br /><br />ก็ไม่เคยมีใครรู้มาก่อนว่าตระกูลนี้มีลูกชายอีกคน<br /><br />ข่าวเขียนว่าคาเมนาชิ คาซึยะ บัณฑิตจบใหม่ไฟแรงเกียรตินิยมด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในอเมริกา น่าเสียดาย เจ้าตัวไม่คิดจะเข้าวงการบันเทิงเหมือนกับเจ้าของงาน <br /><br />คาเมะเป็นข่าวอยู่ในหน้าสังคมหลายวัน กระทั่งซาลงไป แล้วปัญหาคาใจที่ใครต่อใครลือกันก็หมดสักที ว่าคาเมะเป็นใครมาจากไหน มีแต่คนถามผมว่า คาเมะกลายเป็นดอกฟ้าประดับดาวไปเสียแล้วอย่างนี้&nbsp; จินเป็นยังไงบ้าง สุขสบายดีหรือ&nbsp; ผมเองก็คิดมาตลอดว่าสองคนนี้จะไปได้สักกี่น้ำ เพราะถ้าคาเมะหายดีแล้ว เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องกลับสู่สังคมของตัวเอง&nbsp; คนมีสติ จะจำตัวเองตอนไม่มีสติได้หรือ&nbsp; หนักกว่านั้น&nbsp; คาเมะอาจจะจำผู้ชายที่ชื่อจินไม่ได้ด้วยซ้ำ<br /><br />ก็นับว่าโชคดี...<br /><br /><br /><br />ข้าวของของคาเมะ ทางบ้านขนกลับไปหมดแล้ว&nbsp; ตุ๊กตาหมีที่คาเมะเคยกอดไม่ปล่อยถูกทิ้งไว้ในห้องนอนเดียวดาย ผมปัดฝุ่นแล้วเก็บกลับไป เพราะห้องนั้นต้องทำความสะอาดเตรียมไว้ตลอดเวลาเผื่อลูกผู้มีอันจะกินคนไหนจิตผิดปกติขึ้นมา ซึ่งก็มีอยู่เรื่อย ๆ&nbsp; แต่ปิดกันเงียบเชียบเหลือเกิน<br /><br />จินบาดเจ็บสาหัส จึงอยู่ในช่วงฟื้นตัว&nbsp; ยังต้องนอนค้างที่โรงพยาบาล วันนี้ผมมาเยี่ยมมันแล้วต้องแปลกใจเมื่อโต๊ะเหนือเตียงมีแจกันใส่ช่อกุหลาบบานสะพรั่งวางอยู่ข้างตุ๊กตา หยดน้ำยังเกาะพราวเหมือนเพิ่งมีคนมาพรม ตอนนั้นจินหลับอยู่ ผมมองซ้ายมองขวาไม่เห็นใคร.............วันนี้มาแป๊บ ๆ จะกลับเลยหรือ.....&nbsp; บ๊ะ...ได้ยังไง <br /><br />ผมรีบลงลิฟต์มาด้านล่าง&nbsp; แล้วทันจนได้&nbsp; ร่างผอมบางนั้นปะปนไปกับคนอื่นแต่กลับเตะสายตาเพราะความคุ้นเคย <br /><br />"คาเมะ"<br /><br />ผมคว้าหมับลงไปที่ไหล่&nbsp; ดวงหน้าสวยนั้นหันขวับมา ดวงตาเบิกกว้าง แหกปากอย่างวิตกจริต&nbsp; <br /><br />"ช่วยด้วย!!! อย่าเข้ามานะ!!!!&nbsp; มันจะข่มขืนฉัน!!! มันจะข่มขืนฉัน!!!"<br /><br />ผมอ้าปากค้าง แล้วเป็นอันได้ลงไปนอนนิ่งเมื่อรปภ. วิ่งเข้าสกัดล็อกแขนแล้วทุ่มผมลงกับพื้น ฝูงชนแตกฮือ มองผมด้วยสายตากล่าวประณามถึงโคตรเหง้า คาเมะร้องให้คนช่วย แต่ผมต้องร้องไห้เพราะกลายเป็นไอ้โรคจิตไปแล้ว <br /><br />"คาเมะ ฉันยูอิจิไง จำไม่ได้เหรอ"<br /><br />เคล็ดลับอยู่ที่การปรับโทนเสียงให้นุ่มนวลพอเหมาะพอดี&nbsp; แล้วเจ้าตัวจะสงบสติอารมณ์ได้ อันนี้จินบอกมา <br />ผลคือคาเมะกะพริบตาปริบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เข้ามาช่วยพยุงอีกต่างหาก สงสัยจะลืมแล้ว ว่าทำอะไรลงไป <br /><br />"อ้าว ยูอิจินี่เอง ตกใจหมดเลย"&nbsp; <br /><br />เชื่อแล้ว.....ว่าตกใจ<br /><br />คาเมะยิ้มแต้&nbsp;&nbsp; "วันนี้ฉันกลับเร็วหน่อย&nbsp; คุณพ่อชวนไปทานข้าวกลางวันด้วย"<br /><br />ใครบอกว่าคาเมะหายแล้ว...........โกหกตกนรก สาธุ<br />เห็นหน้าผมกี่รอบ ก็ยังร้องว่าโดนข่มขืนเหมือนเดิม&nbsp; ยูอิจิกลายเป็นจำเลยสังคมเหมือนเดิม&nbsp; <br /><br />อุตส่าห์เก็บตุ๊กตากลับมาให้ ถึงเจ้าตัวจะบอกว่าสู้จินตัวจริงไม่ได้ก็เถอะ เวลาเจอกันจะยิ้มหวาน ๆ เหมือนที่ยิ้มให้จินสักทีไม่ได้หรือไงนะ<br /><br />พูดถึงอาการ คาเมะกลับเป็นปกติเกือบทุกอย่างแล้ว ความคิดความอ่านพอจะเข้าที่แล้ว&nbsp; แต่ยังต้องทานยาทุกวัน&nbsp; อย่างน้อยคาเมะก็ไม่ลืมผม(เสียทีเดียว) แล้วถ้าอารมณ์ดีก็ยังน่ารักจ๊ะทิงจาเหมือนเดิม <br /><br />นิยายรักประจำโรงพยาบาลคงเป็นเรื่องเล่าขานกันไปอีกนาน&nbsp; ระหว่างคนบ้ากับไอ้คนบ้ากว่าที่มาหลงรักคนบ้า<br /><br />ไม่รู้จะเขียนอะไรแล้ว หลังจากนี้ ให้สองคนนั้นปลูกต้นรักกันไปสองคนแล้วกัน<br />ส่วนผมจะพยายามทักคาเมะเบา ๆ แล้วก็ส่งเสียงก่อนเข้าถึงตัวทุกครั้ง ไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอกครับ&nbsp;&nbsp; <br /><br /><br /><br /><br />หากคนใกล้ตัวคุณ มีคนที่คุณไม่ค่อยเข้าใจเขา อย่าทอดทิ้งเขาเลย&nbsp; รักเขาให้มาก ๆ นะครับ&nbsp; <br />ถ้าไม่เข้าใจว่าเกี่ยวกันยังไงก็จงคิดให้เกี่ยวเดี๋ยวนี้&nbsp;&nbsp; เพราะผมอยากได้คำพูดสวย ๆ ปิดท้าย จะได้เก๋กับเขามั่ง<br /><br /><br />สุดท้ายนี้ ขอให้โชคดีในความรักกันทุกคน&nbsp;&nbsp; <br />สวัสดี<br /><br /><br /><br /><br /><strong>end</strong><br /><br /></p>
<p>&nbsp;</p>]]></description>
<pubDate>Fri, 06 Jun 2008 21:57:36 +0700</pubDate>
<guid isPermaLink="true">/sf-the-crazy-one</guid>
</item>
<item>
<title><![CDATA[PASSION CH.11]]></title>
<link>http://ficjinme.storythai.com/200806/passion-ch-11</link>
<description><![CDATA[<p><br /><br />คาเมะฝัน......<br /><br /><br />ฝันถึงบ้านที่อบอุ่น ฝันถึงแม่ที่ยิ้มอ่อนโยนและกอดเขาแนบแน่น บอกว่าถึงมีกันแค่สองคนเราก็อยู่ได้&nbsp; ฝันถึงภาพตัวเองเดินต้อย ๆ ตามแม่ที่ปกป้องเขาเสมอไม่ว่าใครจะพูดอย่างไร&nbsp; และแม้จะโดนล้อว่าเป็นลูกไม่มีพ่อ&nbsp; คาเมะยังไม่เคยอับอายสักครั้งเพราะคำพูดของแม่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <br /><br /><br />คิดย้อนไปแล้ว&nbsp; บ้านเป็นปราการเดียวที่คาเมะมี&nbsp; แต่เมื่อสิ่งที่อุ่นใจอยู่เสมอ กลายเป็นเพียงวันเวลาที่ไม่สามารถเรียกกลับคืน คาเมะจึงได้รู้ ว่าแท้จริงแล้ว&nbsp; แม่ต้องแบกรับภาระหนักเพียงใด ในการมีชีวิตอยู่เพียงลำพัง และแสร้งทำเป็นเข้มแข็งอย่างยิ่งต่อหน้าลูกชายคนเดียวของเธอ<br /><br /><br />ในวันที่ไม่มีใคร&nbsp; ในวันที่เขาพบว่าความเป็นมนุษย์ย่อมถูกกลืนหายไปทีละน้อยเมื่อต้องเอาตัวรอด&nbsp; คาเมะก็รู้เสียทีว่าหากตนยังทำตัวราวกับผ้าขาว ตะกอนสกปรกจะรุมกัดทึ้งเขาราวกับอาหารอันโอชะ&nbsp; หากไม่ปกป้องตัวเอง&nbsp; ใครจะลุกขึ้นมาปกป้อง&nbsp; หากไม่ส่งเสียงร้อง&nbsp; ใครจะใส่ใจว่ายังมีชีวิต<br /><br /><br />คาเมะจมอยู่กับภาพฝันซ้ำแล้วซ้ำเล่า&nbsp; ฝันที่ต่อให้ตื่น ก็ยังหนีไม่พ้น<br /><br /><br /><br /><br />คืนนั้น คาเมะตื่นอย่างเต็มตาในรอบหลายวัน&nbsp; อากาศเย็นสบาย ปลายขาอุ่นจัดเพราะผ้าห่มกองโต&nbsp; สายตากวาดหาผู้อื่นโดยสัญชาตญาณ&nbsp; อาการปวดหัวรุม ๆ ยังมีอยู่ คาเมะกดมือลงบนท้อง เพราะอาการพะอืดพะอมคล้ายจะอาเจียนอย่างน่ารำคาญ&nbsp; <br /><br /><br />....นรก<br /><br /><br />เมฆดำตั้งเค้ากลางดึก ฝนยังไม่หยุดตกเสียทีเพราะมีมรสุม&nbsp; คาเมะเกลียดช่วงฝนตก&nbsp; เขาแทบไม่เคยหลับสนิทเพราะเสียงฟ้าผ่าชวนให้นึกถึงคืนบ้า ๆ นั่น&nbsp; และเพียงเท่านั้น ของเก่าก็จะขย้อนขยักออกมาเสียให้ได้<br /><br /><br />ลำคอแห้งผาก เขาเอื้อมเอาโทรศัพท์ของจินที่วางไว้โต๊ะเหนือเตียง โทรหาหมายเลขที่คุ้นเคย&nbsp; <br /><br /><br />"มารับหน่อย"&nbsp; คาเมะนิ่งฟังชั่วครู่&nbsp; "อยู่ที่โรงพยาบาล..."<br /><br /><br />รถสีดำสนิทแทบกระชากตัวออกจากที่จอดเพราะความร้อนใจของคนขับ ขณะนั้นใกล้เช้าแล้ว เป็นเวลาเดียวกันกับที่คนเฝ้าไข้มาหนึ่งวันเต็มตื่นขึ้นตรวจเช็คว่าคนที่ตนเฝ้ายังอยู่ดีหรือไม่&nbsp; จินนั่งมองคาเมะด้วยความรู้สึกประหลาด ใบหน้าหลับสนิทนั้นราวกับไม่เดียงสา&nbsp; เขาได้เห็นแต่ละด้านของคาเมะมากขึ้นทุกที&nbsp; ให้สงสัยยิ่งขึ้นว่าครั้งต่อไป จะเป็นคาเมะแบบไหนให้เขาได้รู้จัก <br /><br /><br />จินเดินเข้ามาใกล้ เท้าแขนสองข้างบนเตียง ปลายนิ้วพันเส้นผมเล็กละเอียดแล้วลื่นออก กลับเป็นวินาทีที่สร้างความอยากรู้อยากเห็น ผิวใส ๆ นั่นจะเนียนมือแค่ไหน? กลิ่นกายจะหอมหรือไม่?&nbsp; จินเคลียหลังมือบนพวงแก้มเบา ๆ&nbsp;&nbsp; พลางค่อยก้ม...กดจมูกบนขมับ&nbsp; <br /><br /><br />เขาหายใจช้า ๆ&nbsp; ราวกับอากาศรอบตัวเปลี่ยนไป&nbsp; บอกตนเอง ว่าไม่ตั้งใจ แต่เมื่อคาเมะไม่ได้ตื่นขึ้นมา เขาก็เลื่อนริมฝีปากลงแตะข้างจมูก แล้วกระจับบางได้รูปก็ถูกขโมยลิ้มชิมรสอย่างอ่อนหวาน <br /><br /><br />ครั้นผละออกมาราวจะเรียกสติตน เสียงกลองลั่นรัวเร็วก็ดังตึกตักอยู่ในอก&nbsp; จินเฝ้าดูร่างที่หลับไม่รู้สึกตัวอย่างไม่อาจหันหนีไปไหน&nbsp; แต่แล้วขาสองข้างก็อ่อนลงเสียดื้อ ๆ&nbsp;&nbsp; มือไม้ชาขึ้นมาเสียเฉย ๆ&nbsp;&nbsp; จนต้องทรุดนั่งลงกับโซฟา เมื่อพื้นที่ตนยืนอย่างมั่นคงในทุกวันคล้ายจะง่อนแง่นยวบยาบลงในพริบตา&nbsp; <br /><br /><br />ชั่วนาทีตกใจผ่านไป&nbsp; จินก็เกาท้ายทอย ยิ้มอย่างเขินตัวเอง<br /><br /><br />แม้เสียงสำนึกส่วนหนึ่งจะร่ำร้องหาเหตุผลให้สิ่งที่ตนกระทำ อีกส่วนกลับกระซิบบอกด้วยเสียงแผ่วเบาทว่าก้องกังวาน..........ว่าความต้องการและโหยหาอย่างหนึ่งได้ระอุขึ้นแล้วในหัวใจ<br /><br /><br />ร่างเล็กขยับตัวเล็กน้อยคล้ายละเมอ&nbsp; จินจึงไม่รบกวนอีก ลากผ้าห่มที่หลุดลุ่ยขึ้นคลุมให้ถึงอก แล้วจึงหยิบเหยือกน้ำ เดินออกไปข้างนอก&nbsp;&nbsp; <br /><br /><br />คาเมะลืมตาขึ้น มองตามแผ่นหลังนั้นไปเงียบ ๆ<br /><br /><br /><br /><br /><br />จินยิ้มทักทายเหล่าพยาบาลที่เริ่มคุ้นเคยกันอย่างอารมณ์ดี&nbsp; เข้าไปกดน้ำเย็นในห้องกรองน้ำเก็บใส่เหยือกไว้&nbsp; บริเวณส่วนนั้นเงียบสนิท เวลานี้ยังเช้าเกินไปกระทั่งว่านอกจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่นาน ๆ จะเดินผ่านมาสักทีแล้ว แทบไม่มีคนนอกสักคน&nbsp; <br /><br /><br />ประตูลิฟต์เปิดออก แสงสว่างสาดออกมาเป็นลำ ชายผู้มาถึงก้าวออกมา แสงจึงถูกกลืนหายไป&nbsp; ร่างนั้นเดินเข้ามาตามทางเดิน จวบเหมาะกับที่จินออกมา แวบหนึ่งที่ร่างสูงนั่นหยุดชะงักเมื่อเห็นเขา ใบหน้าเรียบเฉยในทีแรกดวงตาเบิกกว้างขึ้นราวกับไม่คาดคิด ทว่าสีหน้าก็ปรับสู่อาการปกติได้รวดเร็วจนแทบสังเกตไม่เห็น&nbsp; ให้นึกสงสัยว่าตนรู้จักชายแปลกหน้าคนนี้ด้วยหรือ<br /><br /><br />ไม่สิ...ไม่รู้จัก<br /><br /><br />จินมองตามชายผู้นั้นที่เดินตรงเข้าไปเรื่อย แล้วต้องงันไป เมื่อประตูที่ผลักเข้าไปนั้น เป็นห้องเดียวกับที่เขาเพิ่งจากมา<br /><br /><br /><br /><br />ด้วยเสียงฝีเท้าที่ต่างกัน ไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็รู้ว่าใคร&nbsp; คาเมะกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ชั่วครู่แล้ว เขายิ้มตอบแก่คนที่ถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลกึ่งต่อว่า<br /><br /><br />"คาเมะ เป็นอะไรทำไมไม่ยอมบอกผม"<br /><br /><br />"ฉันก็ไม่ได้บอกใครสักหน่อย"&nbsp;&nbsp; <br /><br /><br />คาเมะตอบเรียบ ๆ&nbsp; ลงจากเตียงเอง อีกฝ่ายจะเข้าประคองก็กลับห้าม&nbsp; ตรงไปเปิดตู้เอาเสื้อผ้าตัวเองออกมา <br />คนฟังเงียบ&nbsp; เม้มริมฝีปากเบา ๆ&nbsp; และตัดสินใจไม่ถามอะไรถึงเด็กหนุ่มที่ตนบังเอิญพบหน้าห้องแม้แต่คำเดียว<br /><br /><br />"งั้นผมจะไปคุยกับหมอก่อน คุณจะกลับเลยหรือ?"&nbsp;&nbsp; ยามะพีถาม&nbsp; "ร่างกายคงอ่อนเพลียเกินไป&nbsp; คุณพักผ่อนน้อย...."&nbsp; <br /><br /><br />"ยามะ..."&nbsp;&nbsp; คาเมะตัดบท&nbsp;&nbsp; <br /><br /><br />ร่างที่หันหลังอยู่ในส่วนเงาทำให้เขาเดาไม่ออกว่ากำลังคิดอะไร&nbsp; แต่แล้วคาเมะที่หอบของไว้เต็มมือก็หันมา&nbsp; ยิ้มให้เขา&nbsp; <br /><br /><br />"จูบนะ"<br /><br /><br />นิ่งไปเพราะคาดไม่ถึง&nbsp; ยามะพีหัวเราะ&nbsp;&nbsp; แต่ดวงหน้าหวานนั้นก็ยิ้มอีกราวจะอ้อน<br /><br /><br />"นะ?"<br /><br /><br />ไม่รอคำตอบ คาเมะเข้าไป กดริมฝีปากตรงตำแหน่งที่จินจูบเมื่อครู่ลง&nbsp; แต่กลับชะงักเสียก่อน ลอบยิ้มอย่างขบขันกับความคิดตนที่ผุดขึ้นมา<br />รู้แล้ว....ว่าทำไมจึงไม่เหมือนกัน<br /><br /><br />เจ้าเด็กนั่นกับยามะพี&nbsp; รสจูบไม่เหมือนกันสักนิด&nbsp; <br />อาคานิชิ จิน&nbsp; จูบของนายมันช่างธรรมดา ธรรมดาเกินไปเสียด้วยซ้ำ<br /><br /><br />ยังต้องรู้อะไรอีกมาก...<br /><br /><br />คาเมะกดจมูกลงบนผิวแก้ม รั้งยามะพีเข้ามาและปล่อยของที่ถือไว้จนร่วงลงกองกับพื้น ปล่อยให้อีกฝ่ายโอบแผ่นหลังและฝังรอยจูบลงบนต้นคอ มือไม้แปะป่ายเข้าไปในเสื้อผ้า&nbsp; เสียงเปิดประตูทำให้ยามะพีหยุด&nbsp; แต่คาเมะเอามือจับใบหน้านั้น แขนโอบรอบคอเอาไว้ไม่ให้หันไปมอง<br /><br /><br />เพราะรู้ว่าคนที่เปิดเข้ามา ไม่ใช่พยาบาล หรือคนทำความสะอาดแน่ ๆ<br /><br /><br />จึงมีแต่ดวงตาเรียวหวาน ที่สบเข้ากับหน่วยตาที่มองมาและใบหน้าอึ้งงันของจินที่หยุดฝีเท้าอยู่เพียงหน้าประตู ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงใด&nbsp; จนเมื่อจินหันหลังเดินกลับไป&nbsp; คนสร้างเรื่องก็แค่มองตามเท่านั้น<br /><br /><br />"สงสัยจะเข้าห้องผิด"<br /><br /><br />คาเมะบอก ลดมือลง ก้มลงเก็บของเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น&nbsp; <br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br />จินหัวเราะเบา ๆ ด้วยเสียงแหบแห้ง อย่างไม่เคยรู้สึกโง่เท่านี้มาก่อน<br />โง่ที่สุด&hellip;..<br /><br /><br />เขาเดินลากเท้าออกจากตรงนั้น&nbsp; หยุดอยู่ในห้องโถงเพราะยังไม่รู้จะไปไหน ด้านหน้าเครื่องปรับอากาศเย็นจัดจนเหมือนจะบาดลึกเข้าไปในผิวเนื้อ แต่ยังไม่ชวนให้รู้สึกรู้สาเท่าภาพที่เห็นที่ทำเอาตัวชา <br /><br /><br />เขาก้มหน้า หน้าผากพิงผนัง ให้สงบอารมณ์เสียบ้าง&nbsp; เพราะความโมโหและเสียใจกำลังคุขึ้นมาอย่างรวดเร็ว<br />โมโห....ตัวเอง และเสียใจ...โดยไม่มีสาเหตุ<br /><br /><br />ใช่&nbsp; ไม่มีสาเหตุ&nbsp; ไม่มีสักนิด<br /><br /><br />จินลืมตาขึ้น&nbsp; นึกไม่ออกว่าตนอยู่ที่นี่เพื่ออะไร มีแรงขนาดทำเรื่องแบบนั้นกับคนอื่นได้ก็ไม่จำเป็นต้องให้เขาดูแลอีกแล้ว&nbsp; คงจะหายสนิทแล้ว<br />เขาไม่จำเป็นอีกแล้ว<br /><br /><br />ไม่เห็นต้องเดือดร้อน ไม่เห็นต้องตกใจ&nbsp; เรื่องของหมอนั่น.....เขารู้มานานแล้วไม่ใช่หรือ ว่าคาเมะเป็นประเภทจะทำอะไรก็ทำ ถ้าตัวเองพอใจ <br /><br /><br />"อาคานิชิ&nbsp; จิน......นายยังไม่เคยรู้จักฉันด้วยซ้ำ"<br /><br /><br />คำที่คาเมะเคยบอกดังขึ้นมาในหัว ให้นึกเจ็บใจตน&nbsp; แต่ไม่อยากคิดย้ำให้ต้องโกรธซ้ำ ๆ ที่เผลอไผลไป<br />ใช่....คาเมะก็ยังเป็นคาเมะ&nbsp; คนที่เขาไม่เคยรู้จักดีแม้แต่น้อย.....<br /><br /><br /><br /><br />..........................................................................<br />..............................................................................................................<br /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><br /><br />"จะแวะที่ไหนรึเปล่า คาเมะ"&nbsp; <br /><br /><br />เสียงนั้นปลุกเขาออกจากภวังค์ ให้หันไปพบกับใบหน้าที่ยิ้มมาอย่างอ่อนโยน&nbsp; <br />แต่คนมองกลับไม่ซาบซึ้งด้วย<br /><br /><br />&ldquo;จอด&rdquo;<br /><br /><br />&ldquo;อะไรนะ?&rdquo;&nbsp;&nbsp; ยามะพีถามทวน ไม่แน่ใจ<br /><br /><br />&ldquo;จอดตรงนี้ ฉันจะลง&rdquo;<br /><br /><br />ท่าทางไม่ได้ล้อเล่นทำให้คนขับขมวดคิ้ว เขาเลี้ยวรถเข้าไปจอดในซอยข้างอาคารสูง พอให้ร่มเงา และเงียบพอที่จะคุยกัน<br /><br /><br />&ldquo;จะไปไหน ให้ผมไปส่ง&rdquo;&nbsp;&nbsp; ถามต่ออย่างใจเย็น <br /><br /><br />&ldquo;พอได้แล้วยามะ ฉันไม่อยากอยู่กับนายแล้ว พอเสียที&rdquo;&nbsp; <br /><br /><br />ประโยคผ่าซาก&nbsp; ทำให้ยามะพีงงงัน<br /><br /><br />แต่คาเมะไม่สนใจ<br />ถึงคราวที่เขา 'เบื่อ' ยามะพีเอาอย่างจริง ๆ จัง ๆ เสียแล้ว<br />และนับถึงตอนนี้&nbsp; ความคิดคาเมะยังวนเวียนอยู่แค่คำว่าอาคานิชิ จิน......&nbsp; <br /><br /><br />เป็นหมอนั่น&nbsp; ที่เดินเข้ามาหาตัวเขาเอง&nbsp; เป็นเจ้าเด็กนั่นที่เดินเข้ามาตกบ่วงที่คราวนี้เขาไม่ได้จงใจสร้างขึ้นแท้ ๆ <br />ถ้าอย่างนั้น........ก็น่าลองดูอีกสักครั้งไม่ใช่หรือ?&nbsp; ดวงตาฉายความรู้สึกท้าทายขึ้นชั่วครู่ก่อนจะจางหายไป<br /><br /><br />เมื่อพบว่าตัวเองจะทำอะไร&nbsp; การยุ่งอยู่กับคนที่ไม่อยากจะยุ่งด้วยอีกต่อไปแล้วก็เป็นแค่เรื่องเสียเวลา<br />'ของเก่า'&nbsp; ไม่มีความสำคัญ&nbsp; ไม่มีความน่าตื่นเต้นใดอีกต่อไป&nbsp; คนที่ชอบทำตัวราวกับ 'ของตาย' คาเมะไม่เห็นจะอยากได้<br /><br /><br />"คุณกำลังบอกเลิก?"&nbsp;&nbsp;&nbsp; <br /><br /><br />&ldquo;ไม่ได้คบกัน เรียกว่าเลิกได้ยังไง?&rdquo;<br /><br /><br />"คาเมะ...!"&nbsp; ยามะพีจับพวงมาลัยแน่น&nbsp; มองคาเมะอย่างไม่น่าเชื่อ แต่แล้วก็หลับตาลง สูดหายใจเข้า&nbsp; ก่อนจะจ้องอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ<br /><br /><br />&ldquo;ไอ้เด็กนั่นใช่มั้ย?&nbsp; ไอ้อาคานิชิอะไรนั่นใช่มั้ย?&nbsp; ผมเห็นมันที่โรงพยาบาล&nbsp; คุณคบอยู่กับมัน!&rdquo;&nbsp; <br /><br /><br />ไม่มีคำพูดใดจะตอบคำถามนั้น&nbsp; คาเมะเฉยเสีย และทำให้ดวงตาคนถามวาวแสงขึ้นด้วยความไม่พอใจ ทว่ามันก็ดับลงสนิทเมื่ออีกฝ่ายกล่าวต่อด้วยเสียงชืดชา<br /><br /><br />&ldquo;ฉันนอนกับใคร ไม่ได้หมายความว่าจะคิดหลงตัวเป็นเจ้าของฉันได้....นายเป็นคนพูดรู้เรื่องไม่ใช่หรือ?&rdquo;<br /><br /><br />บอกทั้งที่ยิ้ม&nbsp; แต่เป็นยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา <br /><br /><br />"คงไม่โมโหแล้วลากฉันไปข่มขืนเหมือนคราวก่อนอีกนะ"<br /><br /><br />"คาเมะ!"&nbsp; <br /><br /><br />คำพูดนั้นเหมือนตีเอากลางแสกหน้า ยามะพีเม้มริมฝีปาก ถอนหายใจ&nbsp; คิดไปว่านั่นคือการประชดประชัน <br />ในเมื่อระยะหลังมานี้ ก็ดีกันมาตลอดไม่ใช่หรือ?&nbsp; <br /><br /><br />&ldquo;คุณยังโกรธผม&rdquo;<br /><br /><br />"ทำไมฉันต้องโกรธ? ฉันไม่ได้พลาดให้แกเป็นคนแรกหรอก"&nbsp; <br /><br /><br />เสียงนั้นพูดต่อช้า ๆ&nbsp;&nbsp;&nbsp; "แต่แกทำให้ฉันนึกถึงคนแรกของฉัน"<br /><br /><br />ยามะพีมองคาเมะนิ่ง คล้ายสงสัย...ว่าใคร?&nbsp;&nbsp; <br />ร่างที่ดูผอมบางลงกว่าแต่ก่อนเสียอีก จึงกล่าว ราวกับยังจดจำได้ดี<br /><br /><br />"มันกระชากฉัน ถูลู่ถูกังเหมือนฉันไม่ใช่มนุษย์"&nbsp;&nbsp; คาเมะลูบแขนตัวเองเบา ๆ <br /><br /><br />"ฝนตกหนัก หนักจนกระจกหน้าต่างพร่า มองไม่เห็นด้านนอกสักนิด เห็นแต่ภาพสะท้อนของไอ้ระยำนั่นบนตัวฉัน....ครั้งแรก ฉันบอกมันว่า อย่าเลย อย่าทำ มันไม่ฟัง&nbsp; แล้วพอมันตื่นขึ้นมา&nbsp; มันก็ปลอบฉัน บอกว่าไม่เป็นไร&nbsp; แล้วมันก็มาอีก เพื่อจะได้ทำอย่างเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า&rdquo;<br /><br /><br />ร่างสูงตะลึง เมื่อคนที่ไม่ค่อยพูดถึงเรื่องของตัวเอง เล่าออกมาทั้งหน้าตาเฉย<br /><br /><br />"ตอนนั้นน่ะ ขยะแขยง&nbsp; แม้แต่ตัวเองก็ยังขยะแขยง&hellip;&hellip;&hellip;.ตอนที่แกลากฉันเข้าไป&nbsp; ไม่ฟังเสียงฉันสักคำ ฉันเลยถามตัวเองว่า อีกแล้วหรือ? เป็นอย่างนี้อีกแล้วหรือ? ทำไมคนที่ฉันเคยคิดว่าฉันไว้ใจได้&nbsp; ต้องทำแบบนี้กับฉัน ไหนบอกว่ารักฉัน จะดูแลฉันไง?&nbsp;&nbsp; ฉันเลยเกลียดแกจนแทบบ้า&nbsp; โกรธจนอยากจะแก้แค้นให้สาแก่ใจ&nbsp; แต่ตอนนี้ ฉันเพิ่งมาคิดได้ มันก็แค่เรื่องเดิม ที่เกิดซ้ำรอย ตัวฉันจะสกปรกกว่าทุกวันนี้อีกสักนิด ก็ไม่เห็นเป็นไร"<br /><br /><br />เสียงเรียบเรื่อยราวกับกล่าวถึงเรื่องธรรมดาสามัญ แต่ทุบใจคนฟังจนงันไปทั้งร่าง ดวงตาคนพูดฉายความเจ็บปวดเป็นครั้งแรกที่ให้เห็น ยามะพีไม่รู้หรอกว่า คาเมะได้ดึงมันออกมาจากเรื่องราวที่ฝังลึก ใส่กุญแจล็อกอย่างแน่นหนาขึ้นมาอย่างยากเย็น&nbsp; เพื่อจะฝังความรู้สึกเกลียดชังตนเองลงในสำนึกของคนฟัง<br /><br /><br />คาเมะไม่คิดจะแก้แค้น แต่คาเมะไม่คิดให้อภัย และไม่ว่าคาเมะจะตั้งใจหรือไม่ สำหรับยามะพี นี่คือการลงฑัณฑ์ <br />อาจเป็นการแลก อย่างไม่คุ้มเสีย&nbsp; แต่คาเมะยังไม่รู้&nbsp; ว่าการลงทุนครั้งนี้&nbsp; ส่งผลมากกว่าที่คิดไว้หลายเท่าตัวนัก<br /><br /><br />ความเงียบอย่างกดดันกัดกินอยู่เป็นเวลานานเมื่อคาเมะไม่ได้พูดอะไรต่อและยามะพีก็พูดอะไรไม่ออกสักนิด&nbsp; ได้แต่นั่งนิ่งอย่างเสียใจ ราวกับความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวที่ตนก่อ ตอนนี้ความสาหัสของมันทบทวีเป็นเท่าตัวและกดทับลงบนบ่าทั้งสองข้างจนหายใจไม่ออก <br /><br /><br />คาเมะตัดสินเขา ตั้งแต่วันนั้นแล้ว <br />อย่างไม่มีโอกาสให้แก้ตัว&hellip;<br /><br /><br />หัวใจห่อลง&nbsp; แต่เขาก็ยังอยากจะเริ่มใหม่....อยากให้คาเมะลืมเรื่องเดิม ๆ&nbsp; แล้วเขาสัญญาว่าจะไม่ทำให้คาเมะผิดหวังเป็นครั้งที่สอง&nbsp; แต่ริมฝีปากกลับหนักอึ้งจนขยับไม่ได้&nbsp; ร่างกายยังทำได้แค่อยู่เฉย รอให้คาเมะพูดอะไรสักอย่าง&nbsp; แล้วระหว่างนั้น ความละอายใจในความคิดของตนที่นึกเห็นแก่ตัว ก็กระหน่ำซ้ำเติมเข้าลูกใหญ่จนนิ่งงัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <br /><br /><br />แล้วคาเมะก็ปล่อยไว้เช่นนั้น ราวกับให้ยามะพีทบทวนความผิดตัวเองซ้ำไปซ้ำมาอย่างเลือดเย็น<br /><br /><br />"ผมขอโทษ"&nbsp;&nbsp; ร่างสูงบอกเสียงเครือ อยากคว้าร่างบางเข้ามาปลอบโยน ทั้งที่รู้ดีว่าไม่ทันเสียแล้ว&nbsp; &ldquo;คาเมะ...&rdquo;<br /><br /><br />คาเมะหัวเราะ&nbsp; แต่น้ำเสียงไม่มีความตลกเจือ และนัยน์ตาไม่ฉายแววใด&nbsp; <br /><br /><br />"ยิ่งแกสัมผัสฉันเท่าไหร่ ความรู้สึกเก่า ๆ มันก็คืนมาเท่านั้น สงสัยอยู่ว่าฉันทนได้ยังไง....."<br /><br /><br />ได้ยินเช่นนี้&nbsp; ยามะพีไม่กล้ารั้งคาเมะไว้อีกแม้แต่นาทีเดียว...<br />คาเมะก้าวลงจากรถ ยามะพีถามขึ้น โดยไม่หันไปมอง<br /><br /><br />"แล้วคุณเชื่อมั้ย ว่าผมรักคุณจริง?"<br /><br /><br />ไม่มีคำตอบใด นอกจากสายตาราวกับเยาะหยันต่อคำถามนั้น และแผ่นหลังที่จากไปโดยไม่ใส่ใจสิ่งใดอีกให้ได้รู้ว่า....<br />สำหรับคาเมะ คำว่ารัก ไม่มีค่าอะไรเลย<br /><br /><br />ก็แล้วจะมีค่าได้อย่างไร&nbsp; ในเมื่อเขาเป็นคนทำลายลงด้วยมือตัวเอง<br />วินาทีนั้น หัวใจของยามะพีหนาววูบอย่างไม่เคยเป็น<br /><br /><br /><br />.................................................................................<br />..............................................................................................................<br /><br /><br /><br />ยูยะเดินไปเดินมาด้วยชักจะเซ็งขึ้นทุกที<br /><br /><br />ติดต่อคาเมะไม่ได้เลย<br />ที่คลับก็บอกว่าคาเมะไม่มาทำงานหลายวันแล้ว แต่วันนี้อาจจะเข้ามา&nbsp; เชื่อได้มั้ยเนี่ย?<br /><br /><br />"มาทักทายคุณเขาเสียสิยูยะ"<br /><br /><br />เด็กหนุ่มสะดุดกึกเมื่อความเป็นส่วนตัวถูกรบกวน&nbsp; แล้วโทรศัพท์ก็แทบร่วงจากมือ&nbsp; เมื่อหันไปเห็นหญิงสาวร่างบางสะองตรงหน้า พลางมองผู้เป็นพ่อที่ยืนอยู่เคียงกันอย่างไม่เชื่อหูเท่าไหร่<br /><br /><br />อีกแล้วหรือ?&nbsp; <br /><br /><br />แล้วตัวเอง ก็ต้องปลอบตัวเอง ให้เคยชินสักที&nbsp; ก็อย่างนี้เองไม่ใช่หรือ&nbsp; นับแต่ครั้งแรกแล้ว&nbsp; ที่พ่อหาแม่คนใหม่ให้เขาได้ทันใจจนยูยะคิดไม่ถึง&nbsp; <br /><br /><br />ยูยะเคยอยากถามพ่อว่าไม่คิดถึงแม่ที่เพิ่งจากไปบ้างหรือ แต่กลับเก็บปากสนิทและไม่เคยพูดเรื่องนี้&nbsp; ก็ในเมื่อเขารักพ่อ อะไรที่เป็นความสุขของพ่อ เขาก็จะไม่ขัด&nbsp;&nbsp; <br /><br /><br />แต่ไม่น่าเชื่อ.....ว่าเขายังเรียกแม่เลี้ยงคนแรกว่าแม่ได้ไม่คล่องปากดีด้วยซ้ำ&nbsp; แม่คนที่สองก็หายไป&nbsp; มีแม่คนที่สามเข้ามา เป็นอย่างนี้หลายต่อหลายครั้ง&nbsp; กระทั่งปฏิสัมพันธ์ตามมารยาทเจือจางลง&nbsp; พ่อจะควงผู้หญิงคนไหน&nbsp; ไม่จำเป็นต้องบอกยูยะ&nbsp; และยูยะก็ไม่มีสิทธิ์ออกความเห็นหรือก้าวก่ายชีวิตรักของพ่ออีก..<br /><br /><br />"สวัสดีครับ"&nbsp;&nbsp; <br /><br /><br />ยูยะกล่าวทักทายหญิงสาวที่ท่าทางพยายามเป็นมิตรกับเขาเสียเหลือเกิน <br /><br /><br />"เงินเข้าบัญชีเดือนนี้ครบมั้ย"<br /><br /><br />"ครบฮะ"&nbsp;&nbsp; <br /><br /><br />ยูยะพูดราวกับโปรแกรมที่ถูกตั้งไว้&nbsp; เรื่องคุยระหว่างยูยะกับพ่อลดน้อยลงทุกทีตามจำนวนครั้งที่ได้พบกัน ยูยะต้องยอมรับว่าพ่อที่เป็นคนของสังคม&nbsp; และเฝ้ามองพ่อที่กอดเด็ก ๆ ในสถานสงเคราะห์ทางโทรทัศน์&nbsp; พ่อที่มีรอยยิ้มอารีน่าเชื่อถือแก่คนแปลกหน้า&nbsp; พูดจาฉะฉานกับลูกน้อง&nbsp; แต่เวลานั่งคุยจริงจังกับยูยะสักชั่วโมงยังไม่มีเลย<br /><br /><br />"วันเกิดปีนี้&nbsp; พ่อคงอยู่ต่างประเทศ..."&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผู้เป็นพ่อกล่าว&nbsp; รอดูท่าที&nbsp; เมื่อเห็นลูกชายตนไม่ว่าอะไร จึงกล่าวต่อ&nbsp; "ลูกคงอยู่คนเดียวได้นะ"<br /><br /><br />คำถามเช่นนี้&nbsp; ไม่ต้องการคำตอบว่า 'ไม่'<br /><br /><br />ยูยะจึงยิ้มรับ&nbsp;&nbsp; "ได้ครับ"&nbsp; <br /><br /><br />พ่อเป็นคนที่ยูยะรักและนับถือมากที่สุด&nbsp; แต่เขาไม่ชอบ...ทุกครั้งที่เห็นตัวเลขที่มีศูนย์เพิ่มท้ายขึ้นมาอีกในบัญชี&nbsp; เงินที่พ่อให้มาในแต่ละเดือน เขาใช้ไปไม่ถึงหนึ่งในสาม&nbsp; และยังไม่นับบรรดาการ์ดทั้งหลายที่ทิ้งไว้สำหรับจับจ่ายใช้สอย&nbsp; แต่เพราะไม่เคยสังเกต&nbsp; ไม่เคยแม้แต่จะมาดู&nbsp; จึงไม่รู้&nbsp; และเพราะยูยะไม่เคยออกปาก&nbsp; พ่อจึงคิดว่าแค่ให้เงินครบทุกเดือนเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว <br /><br /><br />ผู้เป็นเลขาเข้ามาเตือนว่าใกล้ถึงเวลานัดพบคู่ค้าคนสำคัญ พ่อจึงควงผู้หญิงคนนั้นเดินออกไป&nbsp; มองจากแผ่นหลังผู้หญิงคนนี้คล้ายกับแม่&nbsp; แต่ไม่ใช่&nbsp; <br />ยูยะเคยคิดว่า&nbsp; พ่อทำแบบนี้เพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปให้ตัวเอง ให้ยูยะ&nbsp; แต่นานเข้า&nbsp; ยูยะเริ่มไม่แน่ใจ&nbsp; ว่าพ่อยังจำแม่ได้อยู่หรือไม่<br /><br /><br />เขาเดินไปส่งพ่อ&nbsp; หยุดอยู่ตรงหัวบันได&nbsp; มองตามไป&nbsp; แล้วความทรงจำครั้งหนึ่งก็แวบเข้ามาอย่างเลือนราง<br /><br /><br />เหมือนกันเลย<br /><br /><br />วันนั้นเป็นวันเกิดปีแรกที่แม่ไม่อยู่แล้ว&nbsp; พ่อก็ติดงานอย่างนี้&nbsp; เขายังเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ยืนอยู่บนบันไดขั้นเดียวกันนี้&nbsp; ร้องไห้งอแงมองแผ่นหลังของพ่อ&nbsp; ต้องให้พ่อบ้านกอดปลอบว่า พ่อต้องกลับมาทันแน่ ๆ <br /><br /><br />เค้กวันเกิดที่ปักเทียนไว้&nbsp; ยูยะไม่ยอมเป่า&nbsp; กระทั่งหลอมเป็นน้ำตาเทียนจนหมด&nbsp; พ่อก็ยังไม่กลับมา<br /><br /><br />เนื้อเค้กชั้นเลิศ ราคาแพง รสที่ยูยะชอบที่สุด จากร้านที่ดีที่สุด&nbsp; แต่รสชาติกลับกร่อยลิ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน&nbsp; ปีก่อนหน้านั้นยูยะสูญเสียแม่ไป&nbsp; ปีถัดมา&nbsp; พ่อยังอยู่&nbsp; แต่พ่อไม่ได้อยู่กับยูยะแล้ว<br /><br /><br />ยูยะเดินขึ้นบันได แล้วเปิดประตูห้อง หมอนเก่าใบใหญ่&nbsp; แต่ยังสะอาด&nbsp; ยูยะไม่เคยให้ใครเข้ามาเปลี่ยน&nbsp; ก็หมอนใบนี้เองไม่ใช่หรือที่เขาเคยแย่งซุกกับพ่อ เวลาแม่เล่านิทานให้ฟังก่อนนอน&nbsp; พอถึงตอนปิศาจปรากฏตัว แม่เล่านิทานเก่งมาก เล่าจนยูยะกลัว ร้องไห้โฮ&nbsp; แล้วกอดพ่อแน่น&nbsp; ตอนนั้นพ่อลูบหัว บอกว่าไม่ต้องกลัวหรอก ถ้าใครจะทำอะไรยูยะ พ่อจะจัดการเอง&nbsp; แล้วเรื่องก็จะเล่าถึงตอนที่มีเจ้าชายมาปราบปิศาจ แล้วสุดท้ายความดีก็ชนะอธรรม<br /><br /><br />ยูยะกอดหมอนใบนั้น&nbsp; แม้ขณะนี้จะเย็นชืด&nbsp; ก็ยังหลงเหลือความอบอุ่นที่เคยมี<br /><br /><br />.....ยูยะต้องเป็นคนดีนะลูก.....<br /><br /><br />แม่บอกเขาเสมอ&nbsp; รอยยิ้มอ่อนโยนนั้น&nbsp; ยูยะยังจำแม่น<br />แต่ทั้งที่ยูยะก็เป็นเด็กดีมาตลอด แล้วทำไมพ่อกับแม่ถึงไม่ยอมอยู่กับยูยะล่ะ...<br /><br /><br /><br /><br />หน่วยตากลมรีอ่อนแสงลง&nbsp; <br />เขามองนาฬิกา ยังไม่ดึกมาก&nbsp; จึงหยิบของติดตัวแล้วเดินออกไปข้างนอก<br /><br /><br />..................................................................................<br />.......................................................................................................<br /><br /><br /><br />ร่างที่ดูเหมือนจะไม่ได้สตินั้น หลับคาพวงมาลัยรถที่เปิดไว้ครึ่ง ๆ กลาง ๆ&nbsp;&nbsp;&nbsp; เด็กหนุ่มร่างเล็กปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับร่มในมือ&nbsp; ยูยะค่อยเดินเข้าไปใกล้&nbsp; ครั้นเห็นว่าเป็นใครก็นิ่งไปชั่วขณะอย่างไม่แน่ใจ&nbsp; มองซ้ายมองขวา&nbsp; ไม่เห็นวี่แววคนมาแสดงตนว่ามาด้วยกัน เลยลังเล&nbsp; เข้าไปดูใกล้ขึ้นอีกนิด&nbsp;&nbsp; <br /><br /><br />กลิ่นแอลกอฮอล์หึ่ง ยูยะยู่หน้าเล็กน้อย&nbsp; เขาดื่มไม่ค่อยเก่ง แล้วยิ่งไม่นิยมพวกมีอะไรกลุ้มใจแล้วกินเหล้าเมาแอ๋ไม่ดูแลตัวเอง&nbsp; แต่พอก้ม