counter 17,144

Profile

||| @s Long @s you Hold Me |||

Calendar

July 2008
S M T W T F S
« Jun    
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 

Recent Readers

You!
Join storythai!

PLoyGy , ,,*★
YoKo Milk
||| @s Long @s you Hold Me |||
||*loUiSe*||  コパル★&am
*GOLFZYEZA

[SF] The Crazy One

scene-1-


คุณรู้จักคาเมะมั้ย?

คาเมะเป็นเด็กผู้ชายอายุสัก 16 -17 ปีได้   แต่อายุอานามที่แท้จะเท่าไหร่นั้นไม่เคยมีใครรู้  เคยมีข่าวลือจากฝ่ายทะเบียนว่าคาเมะเกิดปี 1986  เพราะฉะนั้นตอนนี้คาเมะอายุ 22 แล้ว   แต่คาเมะลืมตาดูโลกมาได้กี่ปีนั้นไม่สำคัญ  ใครต่อใครที่โรงพยาบาลก็ยังมองคาเมะเป็นเด็กขี้อ้อนคนหนึ่งอยู่ดี 

เมื่อปลายปีที่แล้ว ผมกับจินกำลังเดินเตะฝุ่นเพลิน ฐานะทางบ้านไม่เดือดร้อนอะไรนัก แล้วยังอยู่ในช่วงอยากหาประสบการณ์ไปเรื่อยมากกว่าจะหางานทำเป็นหลักแหล่ง หลังเรียนจบ ใครต่อใครพากันหางานให้ควั่ก จินกลับชวนผมไปเป็นอาสาสมัครที่โรงพยาบาล เพื่อนแม่จินทำงานอยู่ที่นั่น เขาบอกว่าบุคลากรขาดเยอะทั้งที่คนไข้มากขึ้นทุกวี่ทุกวัน เมื่อที่บ้านไม่คัดค้าน ผมกับจินเลยเดินตัวปลิวเข้าไปสมัคร ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ว่าก็แค่ลองดู

พื้นที่ที่โรงพยาบาลกว้างขวาง เหมือนสวนสาธารณะมีตึกตั้งอยู่ประปราย คนใจบุญในยุควัตถุนิยมเดี๋ยวนี้ยังพอมีอยู่มาก เงินบริจาคเข้ามาทำนุบำรุงเรื่องต่าง ๆ จึงไม่ถือว่าขัดสนขาดแคลน แต่ต้องค่อยใช้ค่อยสอยเหมือนกัน  ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลเอกชน จะหวังรายได้จากคนไข้ก็ไม่ใช่เรื่อง

บอกหรือยัง ว่าที่นี่โรงพยาบาลบ้า

บางคนโรคประสาท  ก็ถูกเอามาโยนไว้ที่นี่เหมือนกัน ยิ่งบ้าเข้าไปใหญ่ ถ้าคนใหญ่คนโตแล้ว  การมีคนในครอบครัวเป็นบ้า  ถือเป็นเรื่องน่าอดสูร้ายแรง  หากไม่เคยได้ย่างกรายออกมาเห็นเดือนเห็นตะวัน ก็ถูกพามาปล่อยไว้ที่นี่ นาน ๆ ทีญาติถึงจะมาดูดำดูดีบ้าง  บางทีหายไปเลย  คนบ้าต่างกับออทิสติก เพราะสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นและพาเอาหมดความอดทนได้ง่าย   คนบ้าถูกทิ้งจึงมีมากกว่าถูกดูแลประคบประหงม  แต่ก็ดีอย่างที่พวกเขาบ้า  จึงไม่รับรู้ต่อสายตารังเกียจรังชังพวกนั้น

คาเมะอาจเป็นหนึ่งในนั้นด้วย

คาเมะเป็นคนไข้ห้องพิเศษ ฐานะดีมากถึงมากที่สุด  พ่อแม่จะวิเศษวิโสมากจากไหนไม่เคยมีใครขุดคุ้ย แต่ส่งเงินค่ารักษาเลี้ยงดูมาให้ทุกเดือนไม่เคยขาด   กระนั้นยังมีลือกันอีกว่าพ่อคาเมะเป็นนักการเมืองชื่อดัง  ที่นี่ปิดประวัติได้ดีเยี่ยมอย่างร้ายกาจ  ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าคาเมะมีชื่อนามสกุลจริง ๆ ว่าอะไร  อาจเป็นเจตจำนงของพ่อแม่คาเมะเสียเอง  ที่ต้องการลบตัวตนของคาเมะออกไปจากตระกูล

ที่พูดมา  ผมฟังเขามาอีกทีเท่านั้น  จริงแท้อย่างไร  ไม่ขอยืนยัน

วันแรกที่ผมเจอคาเมะ  คือที่สวนดอกไม้ด้านหลังตึกใหญ่  ที่นั่นมีคนไข้มากหน้าหลายตาซึ่งผ่านการลงความเห็นของแพทย์แล้วว่าพอจะคุยรู้เรื่อง  จึงได้รับสิทธิพิเศษให้ออกมากินลมชมวิวเพียงลำพัง  พวกสติไม่ดีจริง ๆ  ต้องอยู่ในสายตาของพยาบาลตลอด  ถ้าไม่ได้รับอนุญาต อย่าคิดพาออกมาเสียให้ยาก  แค่อยู่ในห้อง ดีไม่ว่าดียังอาละวาดจนเตียงพังไปเป็นแถบแล้วก็มี  การแบ่งชนชั้นโดยไม่ตั้งใจเลยเกิดขึ้นเพื่อความปลอดภัย 

คาเมะมีรูปร่างแบบบาง  เพราะไม่ค่อยกินข้าว  ในมือจะถือรูปไว้หนึ่งใบเสมอ  แม้กระดาษจะยับย่นจนคนในรูปหมดหล่อแล้วก็ตาม บุรุษพยาบาลเล่าให้ผมฟังว่า คาเมะไปเห็นนิตยสารของพวกนางพยาบาลเข้า ก็งอแงจะเอาเสียให้ได้  นางพยาบาลก็ใจดีตัดออกมาจนปกหนังสือแหว่ง  คาเมะเลยยิ้มหน้าบานเป็นกระด้ง ถือรูปใบนั้นวิ่งโร่อวดคนนู้นคนนี้ให้ทั่วโรงพยาบาล แล้วจนถึงตอนนี้ คาเมะก็ยังถือรูปนั้นติดมือไว้ตลอดไม่ให้ห่าง  แม้ตอนมานั่งที่สวน  คนอื่นเขาชมนกชมไม้กัน  คาเมะก็ยังนั่งดูรูปในมือ  ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างชื่นชม

ผมชะโงกหน้าเข้าไปดูเพราะอยากรู้นักว่ารูปใคร  ทั้งที่จินห้ามไว้แล้วเชียว  คงเพราะมันยังไม่คุ้นกับที่นี่เท่าไหร่นัก  อะไรต่ออะไรเลยดูไม่น่าไว้ใจ  แต่เท่าที่เดินมา  แต่ละคนถึงจะเพี้ยน ๆ ก็ดูปกติดี  ใครจะไปรู้ว่าผมจะโดนผู้ชายตัวเล็ก ๆ อย่างคาเมะเล่นงานเอาซะแสบถึงทรวง 

เพราะเงาดำที่บังรูป  คาเมะถึงเงยหน้าให้ผมตกตะลึง  ใครจะไปรู้ว่าคนบ้าจะหน้าตาดีขนาดนี้  ดวงหน้าเล็กขาวใสมีส่วนประกอบจิ้มลิ้มน่ารัก  น่ามองน่าเอ็นดูไปเสียทุกกระเบียดนิ้ว ดวงตาแป๋ว ๆ  อยู่ใต้ขนตาสีดำเป็นแพหนา  ปากกระจับบางเป็นสีแดงฉ่ำจนน่าจับมาจูบเสียให้เข็ด   เสียแต่ถ้าริมฝีปากคู่งามนั่นจะไม่ตะโกนอย่างเสียจริตขึ้นมาเสียก่อนว่า

"ไอ้ชั่ว!! ไอ้เลว!!!  หมอนี่แหละ มันข่มขืนฉัน  มันข่มขืนฉัน!!!!!!"  

เขาว่าคนบ้ามักจะคุยกับคนบ้ารู้เรื่อง  ในขณะที่เจ้าหน้าที่ต่างเฉยเมยกับการโวยวายด่าทอจนเป็นเรื่องปกติของคนไข้  คาเมะซึ่งเป็นที่รักของทุกคนตั้งแต่หมอยันแม่ครัว  และตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่ารวมถึงคนไข้ทุกคนที่รู้จักคาเมะด้วย  ก็ทำสีหน้าหวาดกลัวราวกับผมเป็นฆาตกรโรคจิต  คนไข้ชายรูปร่างบึกบึนที่กลิ้งอยู่แถวนั้นได้หันขวับมาทางผม ลุกขึ้น ชี้หน้า  กระทืบเท้าปึงปัง เต้นแรงเต้นกาส่งเสียงอึงอล

"มึงอีกแล้วรึ!  กูรึอุตส่าห์ไว้ชีวิตเมื่อหนที่แล้ว  จักไม่เข็ดหลาบ วันนี้อย่าอยู่เสียให้รกโลกเลยมึง...!"  

ผมอ้าปากค้าง  เมื่อหมอนั่นหันไปเรียกพรรคพวก แล้วภายในพริบตา  ผมก็ลงไปนอนนิ่งอยู่กับพื้น เมื่อชายหนุ่มตัวควายสามคนสามัคคีกระโดดทับอั้กลงมาบนตัวผม ถึงพวกเจ้าหน้าที่จะเข้ามาช่วยกันทันเวลา เครื่องในผมก็แทบพัง  ไอ้จินตาลีตาเหลือกเข้ามาฉุดผมลุกขึ้น  แล้วช่วยกระชากลากถูออกไป เพราะคนไข้พวกนั้นจะเข้ามารุมสกำยำบาทาผมเสียให้ได้

จินที่ย้อนกลับเข้าไปอีกที  บอกว่า  หลังจากพาผมออกไปพ้นสายตา  ก็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  แต่ละคนชี้นกชี้ไม้ เป่ากบ เคยทำอะไรอยู่ก็ทำอีท่าเดิม  คาเมะก็นั่งยิงฟันดูรูปเหมือนเดิม  ผมเห็นอย่างนั้นก็ไม่รู้จะพูดยังไง  ยิ่งรู้ว่าถ้าผมเอาเรื่อง โรงพยาบาลจะเดือดร้อน แล้วคนพวกนี้ต้องถูกทำโทษ ก็สงสาร จะถือสาหาความอะไรกับคนบ้า  เลยจนใจ ต้องให้ไอ้จินเอาแผ่นประคบมาแปะหลังนอนพะงาบอยู่คนเดียว

บุรุษพยาบาลเข้ามาขอโทษขอโพยใหญ่ บอกว่าเขาดูแลไม่ดี  ปกติแล้วคนเหล่านั้นเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่าย ผมคงไปทำอะไรให้คาเมะไม่พอใจเข้ากระมัง ถึงโวยวายขึ้นมา
เขาเล่าอีกว่า  คาเมะไม่เคยโดนข่มขืนหรอก  แต่เวลาตกใจชอบร้องว่าโดนข่มขืน   นอกจากนั้นแล้วก็ไม่เคยทำอันตรายใคร 
ผมแทบจะเผ่นกลับบ้านเสียตั้งแต่วันนั้น  เสียแต่ไอ้จินมันจะอยู่ต่อให้ได้


ผมเลยไม่แน่ใจว่าเสี้ยววินาทีที่ผมตะลึงในความงามของคาเมะอยู่นั้น  เพื่อนผมคนนี้มันจะตกตะลึงไปด้วยหรือเปล่า 
เพราะหลังจากนั้น.......

เอาเป็นว่า  พระเอกของเรื่องนี้  ก็ไอ้จินเพื่อนผมนี่แหละ
อิหลุกขลุกขลักพอตัวเหมือนกัน   ไม่รู้มันคิดยังไง  -ไปรักกับคนบ้า-



..................................................................................................................................
.........................................................................................................................................






scene-2-


คำพูดติดปากของคาเมะคือคำว่าทำไม

อยู่กับคาเมะ จะได้ยินแต่คำว่าทำไม  ตอบอะไรก็ถามต่อได้อีกว่าทำไม  ถ้ารำคาญจะนิ่งเฉยไม่พูดเสีย คาเมะก็ไม่ว่าอะไร  หาเรื่องถามนู่นถามนี่ต่อได้เรื่อยเจื้อย หรือละความสนใจไปอย่างอื่นได้ง่ายดาย  เรียกได้ว่าสมาธิสั้น  ทำอะไรไม่ค่อยได้นาน  เดี๋ยวลืม ๆ  บางทีก็เตลิดเปิดเปิงออกไปนอกตึกบ้าง ใครเห็นเข้าก็พาจูงมือกลับเข้ามา  คาเมะเดินตามโดยดี  ไม่อาละวาด  ไม่ตบตีใคร  นับว่าเป็นเด็กดีมากแล้วในหมู่คนบ้าด้วยกัน

ห้องที่คาเมะอยู่  ขึ้นชื่อว่าพิเศษแล้ว ย่อมไม่เหมือนคนไข้ธรรมดาทั่วไปที่เป็นห้องรวม ที่ข้าวของเครื่องใช้หรือการดูแลก็เป็นแบบรวม ๆ  จะดีหน่อยตรงแยกหญิงแยกชายเท่านั้น  ห้องพิเศษจะแยกอยู่ตึกต่างหาก แต่ละห้องมีคนดูแลเฉพาะ  ไม่อดทนจริงแล้ว  ใครจะไปอยู่ได้นาน  คนไข้ส่วนใหญ่พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง  ยิ่งรายไหนมีอาการหนักเป็นจิตเภทมา  กระโดดล็อกคอจับพยาบาลเป็นตัวประกัน  ต้องจับขึงฉีดยาให้วุ่นวายก็มี  จะทำงานที่นี่หนึ่งต้องทำใจ  สองต้องแน่ใจ

ผมกับจินทำงานอยู่ห้องรวม คอยดูแลอาหารการกินและเรื่องทั่วไป  เรื่องหยุมหยิมแค่นี้  ยังแทบไม่มีเวลาพัก คนเราบทว่าสติไม่สมประกอบแล้ว ดื้อเสียยิ่งกว่าเด็กสามขวบ ให้กินก็ไม่ยอมกิน ให้นอนก็ไม่ยอมนอน  บางคนเป็นพวกชอบถอด ต้องไล่จับไล่ปล้ำให้ใส่เสื้อผ้าซะให้ได้ โป๊ในตึกยังไม่ว่า บางทีวิ่งโทงเทงออกไปนอกตึกให้คนมาเยี่ยมญาติร้องกรี๊ดอุตลุตนึกว่าผีเปรตที่ไหน  บางคนเป็นบ้าเพราะโดนเมียทิ้ง พาลนึกเอาว่าคนไข้ชายในห้องเดียวกันเป็นเมียตัวเอง ง้องอนขอคืนดี ไล่จูบไล่กอดจนหลายคนเกือบเสียประตูชัย   บางคนเป็นโรคซึมเศร้า พยายามบีบคอตัวเองตาย  แต่โชคร้ายหน่อยที่คนเรากลั้นหายใจตายไม่ได้  เลยบีบคลาย บีบคลาย อยู่อย่างนั้น  ไม่ตายสักที

ในขณะที่ผมยังต้องปรับตัวสุดขีด  จินมันมีความสุขเหลือเกิน  ตกเย็นหลั่นล๊าไปดูแลคนไข้ในสวน  ความจริงแล้วมันไปรอคนไข้พิเศษ  คาเมะจะเดินลงมานั่งเล่นนอนเล่นในสวนหย่อมเสมอ  ในศูนย์รวมความเพี้ยนแห่งนี้  ยังมีเอวบางร่างน้อยคอยร่อนไปร่อนมา  ก็เปรียบเหมือนสวรรค์ประทานนางฟ้าลงมาให้ใครต่อใครดูเล่น  แล้วไม่ใช่จินคนแรก ที่คิดพิเรนทร์เด็ดดอกฟ้ายับยู่ยี่ดอกนี้  แต่เพราะความละมุนละม่อม  เลยไม่ถูกรุมประชาทัณฑ์เหมือนรายที่แล้วมา

ตั้งแต่ผมมาที่นี่  คาเมะมีรูปใบนั้นติดมืออยู่ตลอดเวลา  ท่าทางสุโขสโมสร  ในที่สุดผมก็รู้   คนในรูปนั้นเป็นนายแบบชื่อดัง ทุก ๆ วัน เจอหน้าใคร คาเมะจะเอามาอวด แล้วบอกว่า

"คนนี้ล่ะยามะ"  ฉีกยิ้มภูมิใจนักหนา   "แฟนฉัน"

พอคนฟังเลิกคิ้ว  คาเมะจะรีบบอก 

"รักกันมากเลย" 

ถ้าใครไปยุ่มย่ามกับรูปใบนั้น  คาเมะจะร้องโวยวายว่าโดนข่มขืนทันที


อาการเป็นบ้านี้  ไม่ใช่ว่าเป็นกันแต่เกิด  หรือจู่ ๆ ก็เป็นกันได้  มีสาเหตุ มีวิธีรักษา  อย่างน้อย ๆ ก็มีวิธีบำบัด  การแพทย์สมัยนี้ก้าวไกล  ตั้งแต่การใช้นักจิตวิทยา ฝึกให้คนไข้ปรับตัวเข้ากับสังคมไปจนกระทั่งการปรับคลื่นสมอง  แบบที่ใช้กับคาเมะอยู่คือรักษาด้วยยา  พยาบาลเล่าให้ผมฟังว่า คาเมะอาการดีขึ้นมากแล้ว  แต่ก่อนคาเมะเป็นโรคซึมเศร้ารุนแรง  พยายามฆ่าตัวตายทุกวิถีทาง เอากางเกงผูกคอ เอาจานทุบหัว พอเขายึดของไปหมด ไม่มีอุปกรณ์อะไรเอามาประยุกต์ ก็วิ่งชนผนังซ้ำ ๆ จนหัวร้างข้างแตก  ดีที่ช่วยเอาไว้ได้ทันทุกครั้ง  ตอนหลังต้องมัดมือมัดเท้าไว้กับเตียง  กว่าจะเป็นอย่างทุกวันนี้ได้  หมดยาไปหลายขนาน 

เขาว่ากันว่าคาเมะโดนแฟนทิ้ง  แล้วเอาแต่ถามตัวเองว่าทำไม  ทำไม
คงเพราะอย่างนี้  คาเมะถึงติดคำว่าทำไม  คงย้ำซ้ำ ๆ จนฝังเข้าไปในหัว  ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร  แต่ถามไว้ก่อนว่าทำไม
....ความรักหนอ   เขาถึงว่ากันแต่โบราณ มีรัก ย่อมมีทุกข์

ถึงอย่างนั้น  จินเพื่อนผม  ก็ยังตกอยู่ในห้วงรักจนได้
แล้วรักใครไม่ไปรัก  สาวสวยรุมตอมให้หึ่งไม่ยักสนใจ  ดั๊น.....  มาสนใจหนุ่มน้อยจอมโดนข่มขืน


วันนั้น  คาเมะขุดดินในสวนอย่างเอาเป็นเอาตาย  

"ทำอะไรน่ะ"  จินเสนอหน้าถาม

"หาสมบัติ"   คาเมะบอกหน้าตาขึงขัง  จินมองแปลงหญ้าที่ปลูกดอกไม้เป็นแนวเรียงระเบียบสวยงามแล้ว นึกไม่ออกว่าจะมีสมบัติซ่อนอยู่ได้ยังไง 

เลยเข้าไปห้าม

ซะที่ไหน   จินถือว่าเลิฟมีเลิฟมายด็อก  เลิฟคนบ้า ก็ต้องทำตัวให้บ้า  จินนั่งลง ถกแขนเสื้อ  แล้วช่วยขุดซะเนื้อตัวมอมแมม  จนได้เวลาอาหารเย็น  เจ้าหน้าที่มาต้อนบรรดาคนไข้เข้าตึก  คาเมะก็เอามือโกยดินลงหลุมตามเดิม 

"พรุ่งนี้ค่อยขุดใหม่" 

ขุดใหม่ก็ขุดหลุมเดิมนั่นแหละ  ไม่ไปไหนสักที  แต่ยังขมักเขม้นขุดได้ทุกวัน  แถมกลบทุกวัน  คาเมะเคยดูหนังโจรสลัด  ใต้ดินมีหีบ  ข้างในหีบมีเหรียญทองสีสวย  หลายคนถามว่าจะเอาทองไปทำอะไร  คาเมะตอบจริงจัง

"ต้องรวย  รวยแล้วคนถึงจะรัก"

ตรรกะนี้มาจากไหนไม่ทราบ  ผมฟังแล้วใจหาย  เมื่อเดาว่าก่อนหน้านี้คาเมะเจอคนแบบไหนมา
ทีนี้ พอจินช่วยขุดมาก ๆ เข้า  คาเมะก็นับเอาจินเป็นกองพันทหารโจรสลัด  วันไหนจินปลีกตัวมาช้า  คาเมะจะชะเง้อชะแง้คอย 

"มาช้า"   พอจินมา  คาเมะจะต่อว่า  "เดี๋ยวมีคนขโมยไป"

สงสัยเหลือเกินว่าใครหน้าไหนจะมาฉก  เพราะคนขุดก็มีแต่คาเมะกับไอ้บ้าจินเท่านั้น  ที่ชักจะบ้าเข้าไปทุกวัน  นาน ๆ ทีจินก็ป้อนจีบให้บ้าง  คว้าดอกไม้ในแปลง เห็นสวยดีเลยยื่นให้  คาเมะก็เด็ดกลีบเคี้ยวกลืนเสียอย่างนั้น บอกว่าอร่อยดี   แล้วมันไม่ยักเบื่อหรือรำคาญคาเมะสักที  คาเมะทำอะไรก็เออออห่อหมกไปเสียทุกอย่าง ขนาดพร่ำเพ้อพรรณนาถึงยามะ  จินยังตั้งใจฟังราวกับเป็นเรื่องสลักสำคัญ  คิดดู

พอมากวันเข้า คาเมะเริ่มมาเตร็ดเตร่อยู่ที่ตึกคนไข้ธรรมดา พอได้เวลานอน จินต้องเดินไปส่งห้องเป็นประจำ จนรู้กันว่า  จินกับคาเมะคู่หูซี้ย่ำปึ้ก

ไฟฟ้ายิ่งสปาร์ก  เมื่อมีวันนึง จินจะเดินกลับบ้านพัก คาเมะดันถามขึ้นมา  "ไปไหน"

เจ้าตัวจูงมือจินเข้ามาในห้อง ตบหมอนสองที   "ทำไมไม่นอนด้วยกัน"

คนถามคงไม่คิดอะไร แต่คนฟังหัวใจฟูฟ่อง  เพียงประโยคเดียว  หมอสั่งเปลี่ยนตัวบุรุษพยาบาลทันที  ยิ่งคนไข้กำลังใจดี  ยิ่งหายเร็ว  ว่าง่าย  ให้ทำอะไรก็ทำ




คาเมะกลับมาสติแตกอีกครั้งไม่นานหลังจากนั้น  คนไข้โรคจิตรักษาแล้วใช่ว่าจะหายดีทุกรายไป  หากมีเรื่องมากระตุ้น  สติสตังที่เข้ารูปเข้ารอยก็พร้อมผิดแผกบิดเบี้ยวได้อีก  คาเมะนั่งจ๋องอยู่กับพวกพยาบาลสาวตอนพักกลางวันเพราะเบื่อบรรยากาศที่ห้อง  ผมกับจินนั่งกินข้าวอยู่ตรงนั้นด้วย ข่าวบันเทิงตอนเที่ยงกำลังออกอากาศ  แผนโปรโมตของพระเอกชื่อดังกลายเป็นรักนอกจอขึ้นมา  ทั้งสองประกาศหมั้นแล้วจะแต่งงานกันในเร็ว ๆ นี้  ทุกคนในที่นั้นรู้เรื่องนี้อยู่ก่อนแล้วเพราะเป็นข่าวครึกโครมมาหลายวัน แต่คาเมะที่ไม่ค่อยสนใจความเป็นไปของโลกภายนอกนั่งมองตาไม่กะพริบ    

"ยามะ....."   คาเมะครางขึ้นมา  ตอนนั้นผมเพิ่งนึกได้ว่ายามาชิตะคือชายในฝันของคาเมะ  แถมทึกทักเอาว่าเป็นคนรักของตัวอีก เห็นยามะพียืนกอดกับผู้หญิงอื่น จะเป็นอะไรไหม  จะเปลี่ยนช่องก็ไม่ทันเสียแล้ว แต่ผมคิดมากไป  เพราะคาเมะแค่ยิ้มหวาน ตาลอย  "..หล๊อ หล่อ"

เขารู้กันหมดแล้วว่าจินจีบคาเมะแบบเนียน ๆ อยู่  นางพยาบาลคนหนึ่งที่เชียร์จินเลยแซวอย่างขบขัน   "ฉันว่าหล่อสู้จินก็ไม่ได้  คาเมะจังว่าจินหล่อมั้ย?"

"จินก็หล่อ..."   เท่านั้น คนชื่อจินก็หน้าบานแฉ่ง   "แต่ไม่ได้รัก"   ทีนี้หุบเหลือสองนิ้ว สมน้ำหน้า

"รักยามะที่สุด  เดี๋ยวยามะจะมารับ"   คาเมะเคาะคางตัวเอง ขมวดคิ้ว ทำท่านึก  "ทำไมยามะไม่มาสักทีนะ"

คาเมะยังสงสัยว่าทำไมยามะไม่มา  แต่จินน่ะลุกเดินหนีไปนู่นแล้ว  คาเมะก็งงไปตามระเบียบ หันมาถามผม  "จินไปไหน"

"จินงอนน่ะสิ"    ผมบอก  นึกสนุก ที่คาเมะทำหน้างงกว่าเดิมอีก  

"ทำไมงอน?"

"ก็คาเมะบอกว่าไม่รักจิน  จินเลยงอน"   พอช่วยชี้ทางสว่างให้  คาเมะก็ส่ายหน้าผมกระจาย  "เปล่านะ  ไม่ได้บอก"   

อะไรวะ ตะกี้ยังบอกอยู่หยก ๆ

"ไปง้อสิ"

"ง้อยังไง?"

"ก็จูบแก้ม  แล้วบอกว่ารักนะ..."

พูดเล่น แต่คาเมะทำจริงหรือเปล่าไม่รู้  เห็นเดินตามจินไปแป๊บเดียว  ก็พาจินกลับมาจนได้  หน้าหล่อ ๆ แดงก่ำเป็นตำลึงสุก 
ตายห่า  เพื่อนผมคงโงหัวไม่ขึ้นเสียแล้ว  ผมก็ตัวการถีบส่งลงเหวเสียด้วย  มาคิดได้ตอนนี้สงสัยจะช้าไป



จับจินไว้กับตัวได้ก็กลับมานั่งตาแป๋ว  มองภาพข่าวยามะพีที่ยืนคู่กับผู้หญิงแล้วควักรูปขึ้นมาเชยชมเหมือนเคย  ครั้นอยู่ ๆ ก็ชะงัก  คงเห็นว่ารูปในทีวีกับรูปในมือตัวเองเหมือนกันเด๊ะ  
เท่านั้นเอง.....เลยเพิ่งคิดได้ว่านี่ก็ยามะ  นั่น....ก็ยามะ

คาเมะเบะปาก ครางฮือ  ร้องไห้โฮสนั่นหวั่นไหว

แล้วร่างน้อยก็อาละวาดเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน  โวยวายทำลายข้าวของ  โดยเฉพาะทีวี จะทุ่มลงพื้นเสียให้ได้  หาว่ายามะพีนอกใจ
ตอนนั้นมีแต่พยาบาลผู้หญิง  ผมกับจินยังเอาคาเมะเกือบไม่อยู่  ไม่รู้เอาแรงช้างสารมาจากไหน ได้ไปคนละแผลสองแผล  คาเมะถูกฉีดยาระงับประสาท  พอฟื้นขึ้นมาก็ลืม  ถือรูปยามะพีอวดคนไปทั่ว มีโลกของตัวเองเหมือนเดิม

จินยังดูแลคาเมะไม่ขาดตกบกพร่อง  ไม่รังเกียจเดียดฉันท์ว่าเป็นคนบ้า  ฟังคาเมะบอกรักผู้ชายคนอื่นเช้าเย็นทุกวัน  ทั้งที่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นกำลังจะแต่งงานในไม่ช้า  ดูตาก็รู้ว่ามันทั้งเจ็บใจตัวเอง  ทั้งสงสารคาเมะ  แต่มันก็ยิ้ม  เล่นกับคาเมะตามประสา  ให้คาเมะมีความสุขไปวัน ๆ

บางทีผมก็สงสัยนะ ว่าจินทนได้ยังไง



tbc.

 

 

 

scene-3-




ถ้าการเตรียมงานแต่งระหว่างยามะพีกับนางเอกสาวเป็นท็อปปิกสะเทือนวงการ  ความรักของจอมตื๊อครองโลกอย่างจินที่เบ่งบานขึ้นทุกวัน ก็เป็นนิยายรักกล่าวขานกันทั่วโรงพยาบาลเช่นกัน 

จินเลื่อนขั้นเป็นบุรุษพยาบาลประจำตัวคาเมะแล้ว  ได้สิทธิพิเศษใกล้ชิดคาเมะกว่าใคร ๆ  เหล่าคนไข้ก็มองจินกลมกลืน  พูดง่าย ๆ ว่าคุ้นหน้าคุ้นตากันแล้วนั่นเอง  จินไม่ใช่คนแรกที่เป็นอาสาสมัครอยากอยู่ห้องคาเมะ  แต่เพราะคนไข้โดนทำอะไรไม่ค่อยมีใครรู้ ยิ่งพวกชอบโวยวายว่าโดนข่มขืนเช้าเย็นอย่างคาเมะ  โดนทำมิดีมิร้ายเข้าจริงใครจะเชื่อ คนไข้สาวยังมีโอกาสป่องได้  แต่คนไข้ชายโดนจิ้มขึ้นมาหลักฐานที่ไหนจะปูดฟ้อง  ยิ่งคาเมะเป็นดาวเด่นของโรงพยาบาล  ตัวเนียนนุ่มน่าฟัดขนาดนั้น  ก็เหมือนฝูงหมาที่มีกระดูกอันเดียว...พูดแล้วน้ำลายหก

ทำให้พวกหมอพยาบาลไว้ใจได้เร็วขนาดนี้  จินมันไม่ใช่เล่น

กิจวัตรประจำวันคือ นับแต่แรกลืมตาตื่น  ตอนล้างหน้าแปรงฟัน จินจะคอยปรนนิบัติพัดวีไม่ให้ขาด  เรียบร้อยแล้ว คาเมะจะลงมาด้านล่าง ทักทายทุกคนที่เจอ  บางทีดอดเข้าไปในครัว ช่วยแม่ครัวเตรียมอาหาร  จิ๊กขนมไปฝากพี่ยามใต้ตึก  ระหว่างรอกายบริหารตอนเช้า  จะทวนท่าออกกำลังกายกับจิน  ไม่ใช่ว่าทำด้วยกัน  แต่นำท่าแล้วให้จินทำตาม ถ้าไม่ผ่าน ก็ให้ทำอยู่อย่างนั้น เล่นเอาจินหอบแฮ่ก  แล้วที่ขาดไม่ได้คือการถือรูปเดินเตาะแตะไปทางนู้นที ทางนี้ที 

"ยามะเป็นลูกเพื่อนพ่อ"  คาเมะเล่าอาย ๆ  นัยน์ตาฝันหวาน  "มาขอเป็นแฟนตอนอยู่มัธยมปลาย"

เล่าซ้ำแล้วซ้ำอีกมันทุกวัน เล่าแล้วก็ม้วนเขินไปแปดตลบ  แต่อย่าไปพูดตัดหน้าเชียวว่าเบื่อแล้ว คาเมะจะค้อนขวับ ๆ  งอนตุ๊บป่องทีเดียวเชียว บางทีนางพยาบาลก็ขอให้คาเมะช่วยงาน ไหว้วานอะไรคาเมะทำได้ทุกอย่าง ถึงจะเพ้อ ๆ เพี้ยน ๆ ไปบ้าง ก็หยิบจับรู้เรื่อง  แต่เวลาทำต้องมีจิน 

คุณพยาบาลให้ช่วยพับผ้าเช็ดตัวคนไข้  คาเมะก็หันไปกวักมือ

"จินมานี่..."   เรียกเสียงใส  "มาพับด้วยกัน"

ถ้าไม่เห็นเป็นเพื่อนซี้ก็คือข้ารองมือรองเท้า ถึงเรียกหาจินมันตลอดเวลา
ถ้าจินติดธุระอย่างอื่น  ไม่ตามใจ  จะพองลมเข้าแก้ม งอน  "โกรธแล้ว โป้งแล้ว  คืนนี้ไม่ให้นอนด้วย"

พอถึงเวลา  เจ้าตัวก็ลืมว่าโกรธ แล้วเรียกหาจินทุกที
ถึงอย่างนั้น จินก็มีวิธีง้อขอคืนดีอย่างน่ารัก คือเด็ดดอกไม้ในสวนมาสักช่อ คาเมะชอบ  เดี๋ยวนี้ไม่เอามาเคี้ยวเล่นเหมือนก่อนแล้ว เพราะจินบอกว่า

"ไม่ใช่ของกินนะ อย่ากิน"

"ทำไมกินไม่ได้"

"ก็มันเป็นดอกไม้"

"ดอกไม้แล้วทำไม"

"ก็เอาไว้ให้คนที่ตัวเองรัก"

จินปล่อยหมัดขวาเข้าให้ คิดว่าคาเมะคงไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร แต่คาเมะถามกลับตาแป๋ว

"รักเราเหรอ? ทำไมรักล่ะ?"

ทีนี้ไปต่อไม่ถูกเลย ยืนยิ้มเขินอยู่ตรงนั้นแหละ น่าถีบโคตร


ส่วนตัวผมเองนั้น วัน ๆ ต้องคอยวิ่งไล่คนไข้ที่เห็นถาดข้าวเป็นกระดานแล้วเห็นบันไดเป็นสไลเดอร์ไม่ให้หล่นลงมาคอหักตาย  คนนอกอย่างผม  จะเข้าใจความรู้สึกของสองคนนั่นเข้าสักวันได้มั้ยก็ไม่รู้   

เรื่องน่ายินดีคืออาการของคาเมะดีขึ้นมาก ก็จินดูคาเมะยิ่งกว่าดูลูก เสียแต่มันไม่มีเมีย  คาเมะไม่อยากกินข้าวก็หลอกป้อนให้กิน  คาเมะไม่อยากอาบน้ำก็กล่อมซะจนยอมอาบ ยาตัวใหม่ขมปี๋เหลือรับประทาน จินก็กินเป็นเพื่อน (ดี เพราะมันบ้า) แล้วยังปัดกวาดเช็ดถูห้องหับเป็นประจำไม่เคยขาด สุขอนามัยของคาเมะเทียบกับคนอื่นแล้วชนะเลิศเพราะฝีมือจิน 

ซึมซาบคำว่ารักของจินได้ทุกวัน  หัวใจที่เพ้อพกหาผู้ชายไกลเกินเอื้อมก็เริ่มเหลียวหันมามองคนใกล้ตัว จากที่เคยเป็นฝ่ายรับถ่ายเดียว คาเมะก็เด็ดดอกไม้มาฝากจินบ้าง อ้อนให้จินร้องเพลงบ้าง อ่านหนังสือให้ฟังบ้าง  สุขภาพจิตคนไข้ดี หมอก็ดีใจหรอก แต่พยาบาลจะตีเอาทั้งคนไข้คนดูแล  เพราะทำดอกไม้แหว่งหมดแปลง



23 กุมภาพันธ์  วันเกิดคาเมะ  ส่วนคาเมะอายุเท่าไหร่ ยังไม่มีใครฟันธง

ที่รู้เพราะเมื่อถึงเดือนกุมภาพันธ์  คาเมะบอกทุกวันว่าวันเกิด ยามะพีจะเอาของขวัญมาให้  มีแต่คนแซวว่าไม่เห็นวี่แวว คาเมะคงจะโม้ คาเมะเลยหันไปหาพวก อ้อนจิน  คาเมะอยากได้ดอกไม้  เอาดอกไม้เยอะ ๆ   จินก็ใจอ่อนยวบ  ถ่อไปร้านดอกไม้ในตลาด  เลือกกุหลาบขาวที่คาเมะชอบมากที่สุด จัดสวยมาช่อเบ้อเริ่ม  แต่ตอนข้ามถนนมันไม่ดูทางให้ดี  เสียงยางรถบดถนนเพียงครั้งเดียว  กุหลาบช่องามต้องนอนไร้ชีวิตอยู่บนถนน ไม่สามารถมาถึงมือเจ้าของวันเกิดได้ทันเวลา 

คงหลับสบายสินะ.....เพื่อน 



แล้วหลอกให้ใครต่อใครเป็นห่วง ไอ้เวร

มันว่าไม่ได้ตั้งใจ  แต่นางพยาบาลมือเบาจนน่าเคลิ้ม  งานที่ทำถึงจะไม่เหนื่อยใจแต่เหนื่อยกายน้อยเสียที่ไหน กว่าจะพาตัวเองเดินออกจากโรงพยาบาลที่ไปทำแผลก็เผลอหลับคาเก้าอี้ไปหลายชั่วโมง ใกล้เที่ยงคืนจินเลยเพิ่งโผล่หน้าพาช่อดอกกุหลาบยับ ๆ ที่โดนรถทับติดมือมา อีกข้างหิ้วตุ๊กตาหมีสีขาวมาอีกตัว  หาของที่คาเมะอยากได้ไม่ทัน เอาของอย่างอื่นมาหลอกไว้ก่อนคิดว่าจะได้ผลหรือไง

แต่คาเมะดันติงต๊อง  เลยดีใจใหญ่  ลืมดอกกุหลาบไปเสียสนิท  กอดหมีเช้าเย็น  แถมตั้งชื่อสุดไพเราะให้ว่า -ยามะพี-
สงสัยว่าคนซื้อมาจะชอกช้ำระกำใจสักปานไหน  ได้ยินคาเมะคุยกับตุ๊กตาทีไร  จินทำหน้าเหมือนโดนถีบยอดอกทุกที ฮ่าฮ่า





เรื่องสำคัญคือช่วงนั้น  จินทำของหล่นบ่อยมาก แล้วยังเดินชนนู่นชนนี่ ทั้งที่ปกติไม่ใช่คนสะเพร่า ผมเริ่มเอะใจ  เจ้าตัวเขารู้เมื่อตอนอ่านหนังสือให้คาเมะฟังเหมือนเคย  ปกติจินนอนอ่านตอนกลางคืน จ่อหน้าเข้าไปใกล้จึงไม่รู้ว่าสายตาตัวเองผิดปกติมาก  จินบอกว่าอะไรที่เคยมองชัดก็เห็นไม่ชัดเหมือนก่อน  ผมเลยไล่ให้ไปตัดแว่น  นี่ล่ะ  เขาถึงว่าความรักทำให้คนตาบอด

มันถือโอกาสกลับบ้านเสียครั้งหนึ่งด้วย บุรุษพยาบาลที่ไม่มีหน้าที่ประจำแล้วพอคุ้นกับคาเมะก็มีผม  เลยต้องทำหน้าที่แทนจินชั่วคราว เดี๋ยวนี้คาเมะไม่ค่อยถามว่าทำไมแล้ว คำพูดติดปากกลายเป็นคำว่า  "จินล่ะ?"

พอบอกว่าจินกลับบ้าน  คาเมะจะทำหน้างง   "ที่นี่ไม่ใช่บ้านจินเหรอ?"    สักพักจะถามใหม่  "จินล่ะ?"

จินก็ช่างมีน้ำอดน้ำทน เต็มใจตอบคำถามคาเมะซ้ำ ๆ ไม่ว่าจะกี่ครั้ง  ฟังคาเมะพูดเจื้อยแจ้วได้ทั้งวี่วันทั้งที่คนทั่วไปคงนึกรำคาญ  แต่นี่มันนั่งยิ้มตลอด เหมือนมีความสุข  ยังกับคนบ้า ปกตินิสัยมันพ่อพระพอตัวอยู่ เห็นอย่างนี้ขอยกขึ้นหิ้งกราบไหว้เสียเลย

คาเมะไม่ค่อยออกไปไหน ข้าวก็กินในห้อง  บอกว่าจะรอจินมารับ  ว่าง ๆ ก็คุ้ยของในกล่องกระดาษออกมาเล่น  ผมเห็นคาเมะเอาอัลบั้มรูปมาอวด  แต่คราวนี้ไม่ใช่รูปยามะพีแล้ว 

"ดอกไม้  จินให้มา"

ดอกไม้ในสวนต้องยกแปลงใหม่  แล้วทำเป็นสนามหญ้าแทนเพราะคุณเธอสองคนเล่นถอนทึ้งเขาซะเหี้ยน  แต่ทุกดอก คาเมะทับเก็บไว้ในอัลบั้มอย่างดีจนแห้งสวย  คาเมะตัวคนเดียว  เคยมีคนดูแลก็แค่ตามหน้าที่เท่านั้น  ต่อให้เป็นเด็กดีจนเจ้าหน้าที่บางคนรักคาเมะเหมือนญาติ แต่ความอบอุ่นชนิดคำนึงถึงทุกลมหายใจจะไปมีได้ยังไง  จินคงไปเขย่าส่วนอ่อนไหวของคาเมะตรงนี้เข้าโดยไม่ตั้งใจกระมัง

ในอัลบั้มนั้นมีรูปคาเมะเต็มไปหมด  คาเมะในยามปกติแต่งตัวดี แวดล้อมด้วยผู้คนที่ดูดียิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่  แล้วผมก็เห็น...
ขยี้ตาตัวเองซ้ำอีกที  ก็ยังเห็นเป็นรูปคาเมะกับยามะพี
คาเมะกับ.....ยามะพี??

ท่าทางกอดไหล่ ยิ้มร่าเริงสนิทสนมแบบนั้น  ผมก็ได้แต่ช็อกว่าหรือที่ผ่านมา คาเมะจะพูดจริง

"โทรหาจินให้หน่อย"  หันมาหาผม เสียงงี้อ่อยเป็นเต่าขาดน้ำ  "คิดถึง"

......คาเมะนั่งมองดอกไม้แห้ง  หูตก หางตก 
นี่ล่ะหนา  ของเคยอยู่ใกล้ตัว พอหายไปถึงรู้ว่าขาดไม่ได้

หึ หึ  ยามะพี  รู้ไว้ซะว่าแกตกกระป๋องแล้ว






ผมโทรหาจิน บอกว่าคาเมะคิดถึง  เท่านั้นมันขับรถออกจากบ้านทันที  หัวใจคงวิ่งมาไวก่อนตัว แล้วอุบัติเหตุก็เกิดอย่างไม่น่าเกิด คราวนี้ไม่ได้อำเล่น แล้วยังรุนแรงกว่าคราวที่แล้วมาก  แค่สี่แยกตรงหน้าโรงพยาบาลเท่านั้น  จินประมาทหรือเห็นไม่ถนัดว่ารถที่สวนมาอยู่ใกล้ขนาดไหน ผมไม่แน่ใจ

หลายวันเข้า  จินไม่มาสักที  คาเมะตื่นเช้ามาจะถามผมทุกครั้ง

"จินล่ะ?"

พอได้เวลานอนก็กระสับกระส่าย ไม่ยอมนอนดี ๆ  กลัวว่าจินมาแล้วตัวเองจะไม่เห็น  ต้องขู่ว่าถ้าซนจินจะโกรธ ถึงเชื่อฟังขึ้นมาบ้าง

จินกระดูกซี่โครงหัก  อวัยวะภายในหลายส่วนฉีกขาด ไม่มีเลือดคั่งในสมอง แต่ยังไม่ได้สติ คนที่เห็นเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่า  จินไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเป็นอะไร  หักหลบจนตัวรถกระแทกกับเสาไฟฟ้าไถลลงข้างทาง สักพักก็เปิดประตู พาตัวเองเดินกระย่องกระแย่งออกมา พอเห็นว่ารถคู่กรณีแค่โดนเฉี่ยวไม่เสียหายอะไรมากนัก จึงปล่อยให้อีกฝ่ายโทรเรียกประกันไปก่อน ส่วนตัวเองหยิบมือถือเหมือนจะโทรหาใคร แต่แล้วก็ล้มตึงไปเสียอย่างนั้น

เบอร์โทรออกล่าสุด เบอร์ผมเอง

จินอาจโทรมาบ่นว่า ซวยฉิบหาย รถชนอยู่หน้าโรงพยาบาล หรืออาจจะโทรมาบอกคาเมะว่าให้รอหน่อย จินติดธุระ อยากกินอะไรมั้ยจะซื้อไปฝาก
......ผมไม่รู้เหมือนกัน

ผมไปเยี่ยม  ดูอาการจินได้เกือบทุกวัน  แต่คาเมะที่ไม่สามารถออกไปข้างนอกได้  ยังตั้งหน้าตั้งตาคอยจิน  ถามทุกวันว่าจินไปไหน  แม้ผมจะบอกว่าเกิดอะไรขึ้น คาเมะก็ยังทำตาปริบไม่เข้าใจ  ชูคอมองทุกครั้งที่ประตูห้องเปิด ครั้นเห็นว่าไม่ใช่จินก็รอต่อไปว่าเมื่อไหร่จินจะมา

ผ่านไปเกือบสัปดาห์ คาเมะไม่ยอมลืมจินเหมือนลืมเรื่องอื่น ๆ  แล้วไม่สนใจว่าใครจะชวนไปไหน  แม้ใครต่อใครจะหาเหตุผลนับร้อยแปดปลอบคาเมะ  คาเมะก็โทษตัวเองว่าทำให้จินรำคาญ จินเลยทิ้งไป  เหมือนที่ยามะพีเคยทิ้ง  คาเมะเริ่มไม่กินข้าว ไม่ลงไปเดินเล่น ไม่ยอมทำอะไร  นั่งข้างหน้าต่าง มองผ่านลงไปยังชั้นล่างที่จะเห็นรั้วหน้าโรงพยาบาลได้  หยิบหมีมานอนกอดจนหลับไปเอง  ตื่นมาพอไม่เห็นจินตาก็แดงเถือก น้ำตาไหล เริ่มร้องไห้ คำพูดติดปากกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้งว่า  "....ทำไม"

ไม่มีใครกล้าแซวเหมือนคราวยามะพี  ว่าจินไม่มาหรอก  นับวันคาเมะยิ่งร้องไห้หนัก ไม่พูดจา เมื่อผลการรักษาแทบกลับไปตั้งต้นใหม่ที่ศูนย์  การบำบัดด้วยยาสำหรับคาเมะย่อมไม่พออีกต่อไป  คาเมะเป็นคนลืมง่าย จึงไม่มีใครคิดว่าจินจะมีอิทธิพลต่อคาเมะขนาดนี้  แม้จิตแพทย์เวลารักษายังต้องระวังไม่ให้คนไข้รู้สึกผูกพัน  แต่คาเมะถลำลึกมากกว่าที่ใคร ๆ คาดเดา

คาเมะต้องช็อกไฟฟ้า

ช็อกไฟฟ้าคือการผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปในร่างกายเพื่อส่งตรงไปยังสมอง ให้นึกถึงเก้าอี้ประหารนักโทษ ที่มีปลอกล็อกแขนขาไม่ให้คนไข้ขยับตัวได้ แล้วหมวกไฟฟ้าที่ทำจากเหล็กจะครอบลงบนศีรษะคนไข้ จากนั้นจึงสับสวิตช์ 

ผมโกหก แบร่

ช็อกไฟฟ้าเขาไม่ทำกันสุ่มสี่สุ่มห้า แล้วใช้แค่ไฟอ่อน ๆ เท่านั้น ส่วนใหญ่ทำต่อเมื่อคนไข้อาจได้รับอันตรายจากอาการที่ตัวเองเป็นหรือตามการวินิจฉัยของแพทย์  คนไข้มักมีอาการดีขึ้น เพราะคลื่นสมองจะเปลี่ยนไป และถ้าได้รับการบำบัดที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่องก็หายกลับเป็นปกติได้   แล้วใช่ว่าจะหายบ้าทั้งหมด  บางคนดีขึ้น  แต่ดีขึ้นพักเดียว กลับไปบ้าเหมือนเดิม บางคนโดนช็อก แล้วลืมหมดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงจะมีการระมัดระวัง  ข้อผิดพลาดก็เกิดขึ้นได้

ในกรณีของคาเมะ ร่างกายคาเมะอ่อนล้ามากเกินไป เอาแต่ร้องไห้ ไม่หลับไม่นอน  เป็นอย่างนี้ต่อไปคาเมะคงทรุดล้มไปอีกคน



ทีนี้ได้เห็นกันแล้วว่าคนรักเก่าคาเมะมีใบหน้าค่าตาอย่างไร  คงไม่ต้องอธิบายว่าสาวแก่แม่ม่ายต้องกัดฟันไม่ให้ลืมตัวกรี๊ดแค่ไหน  ขนาดคนไข้สาวยังวิ่งตามจีบกันเป็นพรวน หลายคนมองตาค้างเพราะไม่อยากเชื่อ  ยามะพีมากับผู้แทนของทางบ้านคาเมะ  หลังจากคุยกับหมอรู้เรื่องมีเอกสารให้เซ็น ก็มาดูความพร้อมคนไข้ว่าเป็นอย่างไร น่าโมโหมั้ย ถึงขนาดนี้แล้ว คนในครอบครัวยังไม่ยอมมาเองเลย  แต่อย่างว่า  ผมมันคนนอก  ไม่รู้ว่าทางบ้านคาเมะคิดยังไงแน่

ผมพายามะพีไปยังห้องคาเมะ  ตอนพาไปก็แอบมอง เห็นไม่ถนัดเท่าไหร่นักเพราะแว่นกันแดดที่บังใบหน้าไปเกือบครึ่ง แต่สง่าราศียังครบถ้วนอย่างที่เขาเรียกว่าออร่าจับ ดีที่ไม่มีนักข่าวตามมาไม่งั้นคงวุ่นดีแท้ แต่ไอ้ความหล่อเกินหน้าเกินตาก็ชวนหมั่นไส้จนอยากถามให้สะดุ้งเล่นว่าเกิดอะไรขึ้นกับคาเมะ  คุณเป็นคนหักอกคาเมะจนเป็นบ้าเสียสติไป เป็นคนทิ้งคาเมะอย่างที่ใครเขาลือจริงหรือเปล่า  

แต่ผมเป็นอันต้องจบคำถามโดยไม่มีคำใดหลุดจากปากสักคำ  เมื่อยามะพีก้าวฉับ ๆ เข้าไปในห้อง แล้วพบคาเมะนั่งหันหลังอยู่ริมหน้าต่างตามเดิม คาเมะร้องไห้เหมือนเคย เมื่อมีเสียงประตู  คาเมะจึงหันมามอง  หันกลับไปทางเดิมต่อ ทุกคนได้ยินแต่เสียงพึมพำว่า ไม่ใช่จิน

ยามะพีเรียกอย่างไร คุยด้วยอย่างไร คาเมะก็ไม่มีท่าทีตอบสนอง ทั้งที่ตัวเองเพ้อฝันถึงยามะพีมาตลอด แต่เมื่อยามะพีมาอยู่ตรงหน้า คาเมะกลับทำเหมือนไม่เห็นความสำคัญ 
คาเมะคงคิดถึงแต่จิน  จินที่อ่านนิทานให้คาเมะฟัง  ร้องเพลงกล่อมคาเมะก่อนนอน บอกรักคาเมะเช้าเย็นทุกวัน

ในขณะที่จินยังนอนไม่รู้สึกตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอื่น 
ยังมีคนตัวเล็ก ๆ   ร้องไห้หาแต่จินทุกวัน

หากจินไม่มีวันฟื้นขึ้นมาอีก แล้วคาเมะล่ะ....
บุรุษพยาบาลเข้ามาพาตัวออกไป  คาเมะก็ไม่ดื้อไม่ซน เอาแต่ซึม ยอมถูกหิ้วแขนไปห้องไฟฟ้าง่าย ๆ  


ผมปิดประตูห้องด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
ตั้งแต่วันนั้นมา  ผมไม่เคยเห็นคาเมะที่นี่อีกเลย









-บทส่งท้าย-



ตอนนี้ผมเริ่มหางานทำ ได้เวลาเดินตามเส้นทางของตัวเองแล้ว  ว่าง ๆ ถึงค่อยซื้อขนมนมเนยแวะไปฉอเลาะพวกพี่ ๆ เขาบ้าง คนไข้หายดีมีญาติมารับกลับบ้านแล้วก็ดีไป คนไข้เก่ายังอยู่และคนไข้ใหม่ก็ยังเข้ามาเรื่อย ๆ มีงานให้ทำไม่เว้นวันเป็นปกติ

พร้อมกันนั้น  ข่าวบันเทิงได้ช่วยเปิดตัวหนุ่มหน้าใส  ทายาทนักธุรกิจชื่อดังที่ปรากฏตัวครั้งแรกในงานแต่งของพระเอกยามาชิตะ  ร่างเปรียวอยู่ในสูทสีขาวท่ามกลางแสงแฟลชเคียงข้างผู้เป็นพ่อ เรียกความสนใจจากสื่อได้ไม่แพ้เจ้าของงาน ดวงหน้าหวานทว่านัยน์ตาคมยามกวาดสายตามองมา เหล่าตากล้องแทบกดชัตเตอร์มือเป็นระวิง

ก็ไม่เคยมีใครรู้มาก่อนว่าตระกูลนี้มีลูกชายอีกคน

ข่าวเขียนว่าคาเมนาชิ คาซึยะ บัณฑิตจบใหม่ไฟแรงเกียรตินิยมด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในอเมริกา น่าเสียดาย เจ้าตัวไม่คิดจะเข้าวงการบันเทิงเหมือนกับเจ้าของงาน

คาเมะเป็นข่าวอยู่ในหน้าสังคมหลายวัน กระทั่งซาลงไป แล้วปัญหาคาใจที่ใครต่อใครลือกันก็หมดสักที ว่าคาเมะเป็นใครมาจากไหน มีแต่คนถามผมว่า คาเมะกลายเป็นดอกฟ้าประดับดาวไปเสียแล้วอย่างนี้  จินเป็นยังไงบ้าง สุขสบายดีหรือ  ผมเองก็คิดมาตลอดว่าสองคนนี้จะไปได้สักกี่น้ำ เพราะถ้าคาเมะหายดีแล้ว เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องกลับสู่สังคมของตัวเอง  คนมีสติ จะจำตัวเองตอนไม่มีสติได้หรือ  หนักกว่านั้น  คาเมะอาจจะจำผู้ชายที่ชื่อจินไม่ได้ด้วยซ้ำ

ก็นับว่าโชคดี...



ข้าวของของคาเมะ ทางบ้านขนกลับไปหมดแล้ว  ตุ๊กตาหมีที่คาเมะเคยกอดไม่ปล่อยถูกทิ้งไว้ในห้องนอนเดียวดาย ผมปัดฝุ่นแล้วเก็บกลับไป เพราะห้องนั้นต้องทำความสะอาดเตรียมไว้ตลอดเวลาเผื่อลูกผู้มีอันจะกินคนไหนจิตผิดปกติขึ้นมา ซึ่งก็มีอยู่เรื่อย ๆ  แต่ปิดกันเงียบเชียบเหลือเกิน

จินบาดเจ็บสาหัส จึงอยู่ในช่วงฟื้นตัว  ยังต้องนอนค้างที่โรงพยาบาล วันนี้ผมมาเยี่ยมมันแล้วต้องแปลกใจเมื่อโต๊ะเหนือเตียงมีแจกันใส่ช่อกุหลาบบานสะพรั่งวางอยู่ข้างตุ๊กตา หยดน้ำยังเกาะพราวเหมือนเพิ่งมีคนมาพรม ตอนนั้นจินหลับอยู่ ผมมองซ้ายมองขวาไม่เห็นใคร.............วันนี้มาแป๊บ ๆ จะกลับเลยหรือ.....  บ๊ะ...ได้ยังไง

ผมรีบลงลิฟต์มาด้านล่าง  แล้วทันจนได้  ร่างผอมบางนั้นปะปนไปกับคนอื่นแต่กลับเตะสายตาเพราะความคุ้นเคย

"คาเมะ"

ผมคว้าหมับลงไปที่ไหล่  ดวงหน้าสวยนั้นหันขวับมา ดวงตาเบิกกว้าง แหกปากอย่างวิตกจริต 

"ช่วยด้วย!!! อย่าเข้ามานะ!!!!  มันจะข่มขืนฉัน!!! มันจะข่มขืนฉัน!!!"

ผมอ้าปากค้าง แล้วเป็นอันได้ลงไปนอนนิ่งเมื่อรปภ. วิ่งเข้าสกัดล็อกแขนแล้วทุ่มผมลงกับพื้น ฝูงชนแตกฮือ มองผมด้วยสายตากล่าวประณามถึงโคตรเหง้า คาเมะร้องให้คนช่วย แต่ผมต้องร้องไห้เพราะกลายเป็นไอ้โรคจิตไปแล้ว

"คาเมะ ฉันยูอิจิไง จำไม่ได้เหรอ"

เคล็ดลับอยู่ที่การปรับโทนเสียงให้นุ่มนวลพอเหมาะพอดี  แล้วเจ้าตัวจะสงบสติอารมณ์ได้ อันนี้จินบอกมา
ผลคือคาเมะกะพริบตาปริบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เข้ามาช่วยพยุงอีกต่างหาก สงสัยจะลืมแล้ว ว่าทำอะไรลงไป

"อ้าว ยูอิจินี่เอง ตกใจหมดเลย" 

เชื่อแล้ว.....ว่าตกใจ

คาเมะยิ้มแต้   "วันนี้ฉันกลับเร็วหน่อย  คุณพ่อชวนไปทานข้าวกลางวันด้วย"

ใครบอกว่าคาเมะหายแล้ว...........โกหกตกนรก สาธุ
เห็นหน้าผมกี่รอบ ก็ยังร้องว่าโดนข่มขืนเหมือนเดิม  ยูอิจิกลายเป็นจำเลยสังคมเหมือนเดิม 

อุตส่าห์เก็บตุ๊กตากลับมาให้ ถึงเจ้าตัวจะบอกว่าสู้จินตัวจริงไม่ได้ก็เถอะ เวลาเจอกันจะยิ้มหวาน ๆ เหมือนที่ยิ้มให้จินสักทีไม่ได้หรือไงนะ

พูดถึงอาการ คาเมะกลับเป็นปกติเกือบทุกอย่างแล้ว ความคิดความอ่านพอจะเข้าที่แล้ว  แต่ยังต้องทานยาทุกวัน  อย่างน้อยคาเมะก็ไม่ลืมผม(เสียทีเดียว) แล้วถ้าอารมณ์ดีก็ยังน่ารักจ๊ะทิงจาเหมือนเดิม

นิยายรักประจำโรงพยาบาลคงเป็นเรื่องเล่าขานกันไปอีกนาน  ระหว่างคนบ้ากับไอ้คนบ้ากว่าที่มาหลงรักคนบ้า

ไม่รู้จะเขียนอะไรแล้ว หลังจากนี้ ให้สองคนนั้นปลูกต้นรักกันไปสองคนแล้วกัน
ส่วนผมจะพยายามทักคาเมะเบา ๆ แล้วก็ส่งเสียงก่อนเข้าถึงตัวทุกครั้ง ไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอกครับ  




หากคนใกล้ตัวคุณ มีคนที่คุณไม่ค่อยเข้าใจเขา อย่าทอดทิ้งเขาเลย  รักเขาให้มาก ๆ นะครับ 
ถ้าไม่เข้าใจว่าเกี่ยวกันยังไงก็จงคิดให้เกี่ยวเดี๋ยวนี้   เพราะผมอยากได้คำพูดสวย ๆ ปิดท้าย จะได้เก๋กับเขามั่ง


สุดท้ายนี้ ขอให้โชคดีในความรักกันทุกคน  
สวัสดี




end

 

[SF] The Crazy One

scene-1-


คุณรู้จักคาเมะมั้ย?

คาเมะเป็นเด็กผู้ชายอายุสัก 16 -17 ปีได้   แต่อายุอานามที่แท้จะเท่าไหร่นั้นไม่เคยมีใครรู้  เคยมีข่าวลือจากฝ่ายทะเบียนว่าคาเมะเกิดปี 1986  เพราะฉะนั้นตอนนี้คาเมะอายุ 22 แล้ว   แต่คาเมะลืมตาดูโลกมาได้กี่ปีนั้นไม่สำคัญ  ใครต่อใครที่โรงพยาบาลก็ยังมองคาเมะเป็นเด็กขี้อ้อนคนหนึ่งอยู่ดี 

เมื่อปลายปีที่แล้ว ผมกับจินกำลังเดินเตะฝุ่นเพลิน ฐานะทางบ้านไม่เดือดร้อนอะไรนัก แล้วยังอยู่ในช่วงอยากหาประสบการณ์ไปเรื่อยมากกว่าจะหางานทำเป็นหลักแหล่ง หลังเรียนจบ ใครต่อใครพากันหางานให้ควั่ก จินกลับชวนผมไปเป็นอาสาสมัครที่โรงพยาบาล เพื่อนแม่จินทำงานอยู่ที่นั่น เขาบอกว่าบุคลากรขาดเยอะทั้งที่คนไข้มากขึ้นทุกวี่ทุกวัน เมื่อที่บ้านไม่คัดค้าน ผมกับจินเลยเดินตัวปลิวเข้าไปสมัคร ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ว่าก็แค่ลองดู

พื้นที่ที่โรงพยาบาลกว้างขวาง เหมือนสวนสาธารณะมีตึกตั้งอยู่ประปราย คนใจบุญในยุควัตถุนิยมเดี๋ยวนี้ยังพอมีอยู่มาก เงินบริจาคเข้ามาทำนุบำรุงเรื่องต่าง ๆ จึงไม่ถือว่าขัดสนขาดแคลน แต่ต้องค่อยใช้ค่อยสอยเหมือนกัน  ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลเอกชน จะหวังรายได้จากคนไข้ก็ไม่ใช่เรื่อง

บอกหรือยัง ว่าที่นี่โรงพยาบาลบ้า

บางคนโรคประสาท  ก็ถูกเอามาโยนไว้ที่นี่เหมือนกัน ยิ่งบ้าเข้าไปใหญ่ ถ้าคนใหญ่คนโตแล้ว  การมีคนในครอบครัวเป็นบ้า  ถือเป็นเรื่องน่าอดสูร้ายแรง  หากไม่เคยได้ย่างกรายออกมาเห็นเดือนเห็นตะวัน ก็ถูกพามาปล่อยไว้ที่นี่ นาน ๆ ทีญาติถึงจะมาดูดำดูดีบ้าง  บางทีหายไปเลย  คนบ้าต่างกับออทิสติก เพราะสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นและพาเอาหมดความอดทนได้ง่าย   คนบ้าถูกทิ้งจึงมีมากกว่าถูกดูแลประคบประหงม  แต่ก็ดีอย่างที่พวกเขาบ้า  จึงไม่รับรู้ต่อสายตารังเกียจรังชังพวกนั้น

คาเมะอาจเป็นหนึ่งในนั้นด้วย

คาเมะเป็นคนไข้ห้องพิเศษ ฐานะดีมากถึงมากที่สุด  พ่อแม่จะวิเศษวิโสมากจากไหนไม่เคยมีใครขุดคุ้ย แต่ส่งเงินค่ารักษาเลี้ยงดูมาให้ทุกเดือนไม่เคยขาด   กระนั้นยังมีลือกันอีกว่าพ่อคาเมะเป็นนักการเมืองชื่อดัง  ที่นี่ปิดประวัติได้ดีเยี่ยมอย่างร้ายกาจ  ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าคาเมะมีชื่อนามสกุลจริง ๆ ว่าอะไร  อาจเป็นเจตจำนงของพ่อแม่คาเมะเสียเอง  ที่ต้องการลบตัวตนของคาเมะออกไปจากตระกูล

ที่พูดมา  ผมฟังเขามาอีกทีเท่านั้น  จริงแท้อย่างไร  ไม่ขอยืนยัน

วันแรกที่ผมเจอคาเมะ  คือที่สวนดอกไม้ด้านหลังตึกใหญ่  ที่นั่นมีคนไข้มากหน้าหลายตาซึ่งผ่านการลงความเห็นของแพทย์แล้วว่าพอจะคุยรู้เรื่อง  จึงได้รับสิทธิพิเศษให้ออกมากินลมชมวิวเพียงลำพัง  พวกสติไม่ดีจริง ๆ  ต้องอยู่ในสายตาของพยาบาลตลอด  ถ้าไม่ได้รับอนุญาต อย่าคิดพาออกมาเสียให้ยาก  แค่อยู่ในห้อง ดีไม่ว่าดียังอาละวาดจนเตียงพังไปเป็นแถบแล้วก็มี  การแบ่งชนชั้นโดยไม่ตั้งใจเลยเกิดขึ้นเพื่อความปลอดภัย 

คาเมะมีรูปร่างแบบบาง  เพราะไม่ค่อยกินข้าว  ในมือจะถือรูปไว้หนึ่งใบเสมอ  แม้กระดาษจะยับย่นจนคนในรูปหมดหล่อแล้วก็ตาม บุรุษพยาบาลเล่าให้ผมฟังว่า คาเมะไปเห็นนิตยสารของพวกนางพยาบาลเข้า ก็งอแงจะเอาเสียให้ได้  นางพยาบาลก็ใจดีตัดออกมาจนปกหนังสือแหว่ง  คาเมะเลยยิ้มหน้าบานเป็นกระด้ง ถือรูปใบนั้นวิ่งโร่อวดคนนู้นคนนี้ให้ทั่วโรงพยาบาล แล้วจนถึงตอนนี้ คาเมะก็ยังถือรูปนั้นติดมือไว้ตลอดไม่ให้ห่าง  แม้ตอนมานั่งที่สวน  คนอื่นเขาชมนกชมไม้กัน  คาเมะก็ยังนั่งดูรูปในมือ  ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างชื่นชม

ผมชะโงกหน้าเข้าไปดูเพราะอยากรู้นักว่ารูปใคร  ทั้งที่จินห้ามไว้แล้วเชียว  คงเพราะมันยังไม่คุ้นกับที่นี่เท่าไหร่นัก  อะไรต่ออะไรเลยดูไม่น่าไว้ใจ  แต่เท่าที่เดินมา  แต่ละคนถึงจะเพี้ยน ๆ ก็ดูปกติดี  ใครจะไปรู้ว่าผมจะโดนผู้ชายตัวเล็ก ๆ อย่างคาเมะเล่นงานเอาซะแสบถึงทรวง 

เพราะเงาดำที่บังรูป  คาเมะถึงเงยหน้าให้ผมตกตะลึง  ใครจะไปรู้ว่าคนบ้าจะหน้าตาดีขนาดนี้  ดวงหน้าเล็กขาวใสมีส่วนประกอบจิ้มลิ้มน่ารัก  น่ามองน่าเอ็นดูไปเสียทุกกระเบียดนิ้ว ดวงตาแป๋ว ๆ  อยู่ใต้ขนตาสีดำเป็นแพหนา  ปากกระจับบางเป็นสีแดงฉ่ำจนน่าจับมาจูบเสียให้เข็ด   เสียแต่ถ้าริมฝีปากคู่งามนั่นจะไม่ตะโกนอย่างเสียจริตขึ้นมาเสียก่อนว่า

"ไอ้ชั่ว!! ไอ้เลว!!!  หมอนี่แหละ มันข่มขืนฉัน  มันข่มขืนฉัน!!!!!!"  

เขาว่าคนบ้ามักจะคุยกับคนบ้ารู้เรื่อง  ในขณะที่เจ้าหน้าที่ต่างเฉยเมยกับการโวยวายด่าทอจนเป็นเรื่องปกติของคนไข้  คาเมะซึ่งเป็นที่รักของทุกคนตั้งแต่หมอยันแม่ครัว  และตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่ารวมถึงคนไข้ทุกคนที่รู้จักคาเมะด้วย  ก็ทำสีหน้าหวาดกลัวราวกับผมเป็นฆาตกรโรคจิต  คนไข้ชายรูปร่างบึกบึนที่กลิ้งอยู่แถวนั้นได้หันขวับมาทางผม ลุกขึ้น ชี้หน้า  กระทืบเท้าปึงปัง เต้นแรงเต้นกาส่งเสียงอึงอล

"มึงอีกแล้วรึ!  กูรึอุตส่าห์ไว้ชีวิตเมื่อหนที่แล้ว  จักไม่เข็ดหลาบ วันนี้อย่าอยู่เสียให้รกโลกเลยมึง...!"  

ผมอ้าปากค้าง  เมื่อหมอนั่นหันไปเรียกพรรคพวก แล้วภายในพริบตา  ผมก็ลงไปนอนนิ่งอยู่กับพื้น เมื่อชายหนุ่มตัวควายสามคนสามัคคีกระโดดทับอั้กลงมาบนตัวผม ถึงพวกเจ้าหน้าที่จะเข้ามาช่วยกันทันเวลา เครื่องในผมก็แทบพัง  ไอ้จินตาลีตาเหลือกเข้ามาฉุดผมลุกขึ้น  แล้วช่วยกระชากลากถูออกไป เพราะคนไข้พวกนั้นจะเข้ามารุมสกำยำบาทาผมเสียให้ได้

จินที่ย้อนกลับเข้าไปอีกที  บอกว่า  หลังจากพาผมออกไปพ้นสายตา  ก็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  แต่ละคนชี้นกชี้ไม้ เป่ากบ เคยทำอะไรอยู่ก็ทำอีท่าเดิม  คาเมะก็นั่งยิงฟันดูรูปเหมือนเดิม  ผมเห็นอย่างนั้นก็ไม่รู้จะพูดยังไง  ยิ่งรู้ว่าถ้าผมเอาเรื่อง โรงพยาบาลจะเดือดร้อน แล้วคนพวกนี้ต้องถูกทำโทษ ก็สงสาร จะถือสาหาความอะไรกับคนบ้า  เลยจนใจ ต้องให้ไอ้จินเอาแผ่นประคบมาแปะหลังนอนพะงาบอยู่คนเดียว

บุรุษพยาบาลเข้ามาขอโทษขอโพยใหญ่ บอกว่าเขาดูแลไม่ดี  ปกติแล้วคนเหล่านั้นเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่าย ผมคงไปทำอะไรให้คาเมะไม่พอใจเข้ากระมัง ถึงโวยวายขึ้นมา
เขาเล่าอีกว่า  คาเมะไม่เคยโดนข่มขืนหรอก  แต่เวลาตกใจชอบร้องว่าโดนข่มขืน   นอกจากนั้นแล้วก็ไม่เคยทำอันตรายใคร 
ผมแทบจะเผ่นกลับบ้านเสียตั้งแต่วันนั้น  เสียแต่ไอ้จินมันจะอยู่ต่อให้ได้


ผมเลยไม่แน่ใจว่าเสี้ยววินาทีที่ผมตะลึงในความงามของคาเมะอยู่นั้น  เพื่อนผมคนนี้มันจะตกตะลึงไปด้วยหรือเปล่า 
เพราะหลังจากนั้น.......

เอาเป็นว่า  พระเอกของเรื่องนี้  ก็ไอ้จินเพื่อนผมนี่แหละ
อิหลุกขลุกขลักพอตัวเหมือนกัน   ไม่รู้มันคิดยังไง  -ไปรักกับคนบ้า-



..................................................................................................................................
.........................................................................................................................................






scene-2-


คำพูดติดปากของคาเมะคือคำว่าทำไม

อยู่กับคาเมะ จะได้ยินแต่คำว่าทำไม  ตอบอะไรก็ถามต่อได้อีกว่าทำไม  ถ้ารำคาญจะนิ่งเฉยไม่พูดเสีย คาเมะก็ไม่ว่าอะไร  หาเรื่องถามนู่นถามนี่ต่อได้เรื่อยเจื้อย หรือละความสนใจไปอย่างอื่นได้ง่ายดาย  เรียกได้ว่าสมาธิสั้น  ทำอะไรไม่ค่อยได้นาน  เดี๋ยวลืม ๆ  บางทีก็เตลิดเปิดเปิงออกไปนอกตึกบ้าง ใครเห็นเข้าก็พาจูงมือกลับเข้ามา  คาเมะเดินตามโดยดี  ไม่อาละวาด  ไม่ตบตีใคร  นับว่าเป็นเด็กดีมากแล้วในหมู่คนบ้าด้วยกัน

ห้องที่คาเมะอยู่  ขึ้นชื่อว่าพิเศษแล้ว ย่อมไม่เหมือนคนไข้ธรรมดาทั่วไปที่เป็นห้องรวม ที่ข้าวของเครื่องใช้หรือการดูแลก็เป็นแบบรวม ๆ  จะดีหน่อยตรงแยกหญิงแยกชายเท่านั้น  ห้องพิเศษจะแยกอยู่ตึกต่างหาก แต่ละห้องมีคนดูแลเฉพาะ  ไม่อดทนจริงแล้ว  ใครจะไปอยู่ได้นาน  คนไข้ส่วนใหญ่พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง  ยิ่งรายไหนมีอาการหนักเป็นจิตเภทมา  กระโดดล็อกคอจับพยาบาลเป็นตัวประกัน  ต้องจับขึงฉีดยาให้วุ่นวายก็มี  จะทำงานที่นี่หนึ่งต้องทำใจ  สองต้องแน่ใจ

ผมกับจินทำงานอยู่ห้องรวม คอยดูแลอาหารการกินและเรื่องทั่วไป  เรื่องหยุมหยิมแค่นี้  ยังแทบไม่มีเวลาพัก คนเราบทว่าสติไม่สมประกอบแล้ว ดื้อเสียยิ่งกว่าเด็กสามขวบ ให้กินก็ไม่ยอมกิน ให้นอนก็ไม่ยอมนอน  บางคนเป็นพวกชอบถอด ต้องไล่จับไล่ปล้ำให้ใส่เสื้อผ้าซะให้ได้ โป๊ในตึกยังไม่ว่า บางทีวิ่งโทงเทงออกไปนอกตึกให้คนมาเยี่ยมญาติร้องกรี๊ดอุตลุตนึกว่าผีเปรตที่ไหน  บางคนเป็นบ้าเพราะโดนเมียทิ้ง พาลนึกเอาว่าคนไข้ชายในห้องเดียวกันเป็นเมียตัวเอง ง้องอนขอคืนดี ไล่จูบไล่กอดจนหลายคนเกือบเสียประตูชัย   บางคนเป็นโรคซึมเศร้า พยายามบีบคอตัวเองตาย  แต่โชคร้ายหน่อยที่คนเรากลั้นหายใจตายไม่ได้  เลยบีบคลาย บีบคลาย อยู่อย่างนั้น  ไม่ตายสักที

ในขณะที่ผมยังต้องปรับตัวสุดขีด  จินมันมีความสุขเหลือเกิน  ตกเย็นหลั่นล๊าไปดูแลคนไข้ในสวน  ความจริงแล้วมันไปรอคนไข้พิเศษ  คาเมะจะเดินลงมานั่งเล่นนอนเล่นในสวนหย่อมเสมอ  ในศูนย์รวมความเพี้ยนแห่งนี้  ยังมีเอวบางร่างน้อยคอยร่อนไปร่อนมา  ก็เปรียบเหมือนสวรรค์ประทานนางฟ้าลงมาให้ใครต่อใครดูเล่น  แล้วไม่ใช่จินคนแรก ที่คิดพิเรนทร์เด็ดดอกฟ้ายับยู่ยี่ดอกนี้  แต่เพราะความละมุนละม่อม  เลยไม่ถูกรุมประชาทัณฑ์เหมือนรายที่แล้วมา

ตั้งแต่ผมมาที่นี่  คาเมะมีรูปใบนั้นติดมืออยู่ตลอดเวลา  ท่าทางสุโขสโมสร  ในที่สุดผมก็รู้   คนในรูปนั้นเป็นนายแบบชื่อดัง ทุก ๆ วัน เจอหน้าใคร คาเมะจะเอามาอวด แล้วบอกว่า

"คนนี้ล่ะยามะ"  ฉีกยิ้มภูมิใจนักหนา   "แฟนฉัน"

พอคนฟังเลิกคิ้ว  คาเมะจะรีบบอก 

"รักกันมากเลย" 

ถ้าใครไปยุ่มย่ามกับรูปใบนั้น  คาเมะจะร้องโวยวายว่าโดนข่มขืนทันที


อาการเป็นบ้านี้  ไม่ใช่ว่าเป็นกันแต่เกิด  หรือจู่ ๆ ก็เป็นกันได้  มีสาเหตุ มีวิธีรักษา  อย่างน้อย ๆ ก็มีวิธีบำบัด  การแพทย์สมัยนี้ก้าวไกล  ตั้งแต่การใช้นักจิตวิทยา ฝึกให้คนไข้ปรับตัวเข้ากับสังคมไปจนกระทั่งการปรับคลื่นสมอง  แบบที่ใช้กับคาเมะอยู่คือรักษาด้วยยา  พยาบาลเล่าให้ผมฟังว่า คาเมะอาการดีขึ้นมากแล้ว  แต่ก่อนคาเมะเป็นโรคซึมเศร้ารุนแรง  พยายามฆ่าตัวตายทุกวิถีทาง เอากางเกงผูกคอ เอาจานทุบหัว พอเขายึดของไปหมด ไม่มีอุปกรณ์อะไรเอามาประยุกต์ ก็วิ่งชนผนังซ้ำ ๆ จนหัวร้างข้างแตก  ดีที่ช่วยเอาไว้ได้ทันทุกครั้ง  ตอนหลังต้องมัดมือมัดเท้าไว้กับเตียง  กว่าจะเป็นอย่างทุกวันนี้ได้  หมดยาไปหลายขนาน 

เขาว่ากันว่าคาเมะโดนแฟนทิ้ง  แล้วเอาแต่ถามตัวเองว่าทำไม  ทำไม
คงเพราะอย่างนี้  คาเมะถึงติดคำว่าทำไม  คงย้ำซ้ำ ๆ จนฝังเข้าไปในหัว  ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร  แต่ถามไว้ก่อนว่าทำไม
....ความรักหนอ   เขาถึงว่ากันแต่โบราณ มีรัก ย่อมมีทุกข์

ถึงอย่างนั้น  จินเพื่อนผม  ก็ยังตกอยู่ในห้วงรักจนได้
แล้วรักใครไม่ไปรัก  สาวสวยรุมตอมให้หึ่งไม่ยักสนใจ  ดั๊น.....  มาสนใจหนุ่มน้อยจอมโดนข่มขืน


วันนั้น  คาเมะขุดดินในสวนอย่างเอาเป็นเอาตาย  

"ทำอะไรน่ะ"  จินเสนอหน้าถาม

"หาสมบัติ"   คาเมะบอกหน้าตาขึงขัง  จินมองแปลงหญ้าที่ปลูกดอกไม้เป็นแนวเรียงระเบียบสวยงามแล้ว นึกไม่ออกว่าจะมีสมบัติซ่อนอยู่ได้ยังไง 

เลยเข้าไปห้าม

ซะที่ไหน   จินถือว่าเลิฟมีเลิฟมายด็อก  เลิฟคนบ้า ก็ต้องทำตัวให้บ้า  จินนั่งลง ถกแขนเสื้อ  แล้วช่วยขุดซะเนื้อตัวมอมแมม  จนได้เวลาอาหารเย็น  เจ้าหน้าที่มาต้อนบรรดาคนไข้เข้าตึก  คาเมะก็เอามือโกยดินลงหลุมตามเดิม 

"พรุ่งนี้ค่อยขุดใหม่" 

ขุดใหม่ก็ขุดหลุมเดิมนั่นแหละ  ไม่ไปไหนสักที  แต่ยังขมักเขม้นขุดได้ทุกวัน  แถมกลบทุกวัน  คาเมะเคยดูหนังโจรสลัด  ใต้ดินมีหีบ  ข้างในหีบมีเหรียญทองสีสวย  หลายคนถามว่าจะเอาทองไปทำอะไร  คาเมะตอบจริงจัง

"ต้องรวย  รวยแล้วคนถึงจะรัก"

ตรรกะนี้มาจากไหนไม่ทราบ  ผมฟังแล้วใจหาย  เมื่อเดาว่าก่อนหน้านี้คาเมะเจอคนแบบไหนมา
ทีนี้ พอจินช่วยขุดมาก ๆ เข้า  คาเมะก็นับเอาจินเป็นกองพันทหารโจรสลัด  วันไหนจินปลีกตัวมาช้า  คาเมะจะชะเง้อชะแง้คอย 

"มาช้า"   พอจินมา  คาเมะจะต่อว่า  "เดี๋ยวมีคนขโมยไป"

สงสัยเหลือเกินว่าใครหน้าไหนจะมาฉก  เพราะคนขุดก็มีแต่คาเมะกับไอ้บ้าจินเท่านั้น  ที่ชักจะบ้าเข้าไปทุกวัน  นาน ๆ ทีจินก็ป้อนจีบให้บ้าง  คว้าดอกไม้ในแปลง เห็นสวยดีเลยยื่นให้  คาเมะก็เด็ดกลีบเคี้ยวกลืนเสียอย่างนั้น บอกว่าอร่อยดี   แล้วมันไม่ยักเบื่อหรือรำคาญคาเมะสักที  คาเมะทำอะไรก็เออออห่อหมกไปเสียทุกอย่าง ขนาดพร่ำเพ้อพรรณนาถึงยามะ  จินยังตั้งใจฟังราวกับเป็นเรื่องสลักสำคัญ  คิดดู

พอมากวันเข้า คาเมะเริ่มมาเตร็ดเตร่อยู่ที่ตึกคนไข้ธรรมดา พอได้เวลานอน จินต้องเดินไปส่งห้องเป็นประจำ จนรู้กันว่า  จินกับคาเมะคู่หูซี้ย่ำปึ้ก

ไฟฟ้ายิ่งสปาร์ก  เมื่อมีวันนึง จินจะเดินกลับบ้านพัก คาเมะดันถามขึ้นมา  "ไปไหน"

เจ้าตัวจูงมือจินเข้ามาในห้อง ตบหมอนสองที   "ทำไมไม่นอนด้วยกัน"

คนถามคงไม่คิดอะไร แต่คนฟังหัวใจฟูฟ่อง  เพียงประโยคเดียว  หมอสั่งเปลี่ยนตัวบุรุษพยาบาลทันที  ยิ่งคนไข้กำลังใจดี  ยิ่งหายเร็ว  ว่าง่าย  ให้ทำอะไรก็ทำ




คาเมะกลับมาสติแตกอีกครั้งไม่นานหลังจากนั้น  คนไข้โรคจิตรักษาแล้วใช่ว่าจะหายดีทุกรายไป  หากมีเรื่องมากระตุ้น  สติสตังที่เข้ารูปเข้ารอยก็พร้อมผิดแผกบิดเบี้ยวได้อีก  คาเมะนั่งจ๋องอยู่กับพวกพยาบาลสาวตอนพักกลางวันเพราะเบื่อบรรยากาศที่ห้อง  ผมกับจินนั่งกินข้าวอยู่ตรงนั้นด้วย ข่าวบันเทิงตอนเที่ยงกำลังออกอากาศ  แผนโปรโมตของพระเอกชื่อดังกลายเป็นรักนอกจอขึ้นมา  ทั้งสองประกาศหมั้นแล้วจะแต่งงานกันในเร็ว ๆ นี้  ทุกคนในที่นั้นรู้เรื่องนี้อยู่ก่อนแล้วเพราะเป็นข่าวครึกโครมมาหลายวัน แต่คาเมะที่ไม่ค่อยสนใจความเป็นไปของโลกภายนอกนั่งมองตาไม่กะพริบ    

"ยามะ....."   คาเมะครางขึ้นมา  ตอนนั้นผมเพิ่งนึกได้ว่ายามาชิตะคือชายในฝันของคาเมะ  แถมทึกทักเอาว่าเป็นคนรักของตัวอีก เห็นยามะพียืนกอดกับผู้หญิงอื่น จะเป็นอะไรไหม  จะเปลี่ยนช่องก็ไม่ทันเสียแล้ว แต่ผมคิดมากไป  เพราะคาเมะแค่ยิ้มหวาน ตาลอย  "..หล๊อ หล่อ"

เขารู้กันหมดแล้วว่าจินจีบคาเมะแบบเนียน ๆ อยู่  นางพยาบาลคนหนึ่งที่เชียร์จินเลยแซวอย่างขบขัน   "ฉันว่าหล่อสู้จินก็ไม่ได้  คาเมะจังว่าจินหล่อมั้ย?"

"จินก็หล่อ..."   เท่านั้น คนชื่อจินก็หน้าบานแฉ่ง   "แต่ไม่ได้รัก"   ทีนี้หุบเหลือสองนิ้ว สมน้ำหน้า

"รักยามะที่สุด  เดี๋ยวยามะจะมารับ"   คาเมะเคาะคางตัวเอง ขมวดคิ้ว ทำท่านึก  "ทำไมยามะไม่มาสักทีนะ"

คาเมะยังสงสัยว่าทำไมยามะไม่มา  แต่จินน่ะลุกเดินหนีไปนู่นแล้ว  คาเมะก็งงไปตามระเบียบ หันมาถามผม  "จินไปไหน"

"จินงอนน่ะสิ"    ผมบอก  นึกสนุก ที่คาเมะทำหน้างงกว่าเดิมอีก  

"ทำไมงอน?"

"ก็คาเมะบอกว่าไม่รักจิน  จินเลยงอน"   พอช่วยชี้ทางสว่างให้  คาเมะก็ส่ายหน้าผมกระจาย  "เปล่านะ  ไม่ได้บอก"   

อะไรวะ ตะกี้ยังบอกอยู่หยก ๆ

"ไปง้อสิ"

"ง้อยังไง?"

"ก็จูบแก้ม  แล้วบอกว่ารักนะ..."

พูดเล่น แต่คาเมะทำจริงหรือเปล่าไม่รู้  เห็นเดินตามจินไปแป๊บเดียว  ก็พาจินกลับมาจนได้  หน้าหล่อ ๆ แดงก่ำเป็นตำลึงสุก 
ตายห่า  เพื่อนผมคงโงหัวไม่ขึ้นเสียแล้ว  ผมก็ตัวการถีบส่งลงเหวเสียด้วย  มาคิดได้ตอนนี้สงสัยจะช้าไป



จับจินไว้กับตัวได้ก็กลับมานั่งตาแป๋ว  มองภาพข่าวยามะพีที่ยืนคู่กับผู้หญิงแล้วควักรูปขึ้นมาเชยชมเหมือนเคย  ครั้นอยู่ ๆ ก็ชะงัก  คงเห็นว่ารูปในทีวีกับรูปในมือตัวเองเหมือนกันเด๊ะ  
เท่านั้นเอง.....เลยเพิ่งคิดได้ว่านี่ก็ยามะ  นั่น....ก็ยามะ

คาเมะเบะปาก ครางฮือ  ร้องไห้โฮสนั่นหวั่นไหว

แล้วร่างน้อยก็อาละวาดเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน  โวยวายทำลายข้าวของ  โดยเฉพาะทีวี จะทุ่มลงพื้นเสียให้ได้  หาว่ายามะพีนอกใจ
ตอนนั้นมีแต่พยาบาลผู้หญิง  ผมกับจินยังเอาคาเมะเกือบไม่อยู่  ไม่รู้เอาแรงช้างสารมาจากไหน ได้ไปคนละแผลสองแผล  คาเมะถูกฉีดยาระงับประสาท  พอฟื้นขึ้นมาก็ลืม  ถือรูปยามะพีอวดคนไปทั่ว มีโลกของตัวเองเหมือนเดิม

จินยังดูแลคาเมะไม่ขาดตกบกพร่อง  ไม่รังเกียจเดียดฉันท์ว่าเป็นคนบ้า  ฟังคาเมะบอกรักผู้ชายคนอื่นเช้าเย็นทุกวัน  ทั้งที่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นกำลังจะแต่งงานในไม่ช้า  ดูตาก็รู้ว่ามันทั้งเจ็บใจตัวเอง  ทั้งสงสารคาเมะ  แต่มันก็ยิ้ม  เล่นกับคาเมะตามประสา  ให้คาเมะมีความสุขไปวัน ๆ

บางทีผมก็สงสัยนะ ว่าจินทนได้ยังไง



tbc.

 

 

 

scene-3-




ถ้าการเตรียมงานแต่งระหว่างยามะพีกับนางเอกสาวเป็นท็อปปิกสะเทือนวงการ  ความรักของจอมตื๊อครองโลกอย่างจินที่เบ่งบานขึ้นทุกวัน ก็เป็นนิยายรักกล่าวขานกันทั่วโรงพยาบาลเช่นกัน 

จินเล