counter 17,139

Profile

||| @s Long @s you Hold Me |||

Calendar

April 2008
S M T W T F S
« Mar   Jun »
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 

Recent Readers

You!
Join storythai!

PLoyGy , ,,*★
YoKo Milk
||| @s Long @s you Hold Me |||
||*loUiSe*||  コパル★&am
*GOLFZYEZA

PASSION CH.6


ไม่มีแม้แต่เสียงนกร้องเช่นทุกวัน แต่แสงแดดที่แยงตาก็ทำเอาเจ้าตัวขมวดคิ้วมุ่น จินบิดตัวเบา ๆ อย่างเกียจคร้าน พลิกกายไปอีกด้าน กระชับผ้าห่มแล้วซุกหน้าลงไปในหมอน บ่นพึมในใจว่าพระอาทิตย์จะมาส่องหน้าอะไรเอาตอนนี้  ยังไม่ถึงเวลาสักหน่อย  แล้วสำนึกบางอย่างก็ท้วงติง  ปกติเวลาตื่น อากาศจะครึ้ม ๆ ไม่จ้าขนาดนี้ไม่ใช่หรือ?  นี่กี่โมงแล้ว?  จินค่อยยันหัวขึ้น ตาปรือ หน้างัวเงียมองนาฬิกา

".............."

เด็กหนุ่มเบิกตากว้าง เมื่อเห็นเต็ม ๆ ว่านาฬิกาปลุกตัวดีมันดันถ่านหมดกะทันหันแถมยังแช่อยู่เจ็ดโมงเช้าให้เขาตายใจ แต่นาฬิกาข้อมือข้าง ๆ กันนั้นจะแปดโมงครึ่งแล้ว  เขาร้องขัดใจ สะบัดผ้าห่มแล้วลุกพรวด แต่พื้นห้องกลับโคลงเคลงไปมา  ร่างสูงร่วงตุบลงบนเตียงอีกครั้ง นั่งมึนพร้อมกับอาการปวดหัวรุม ๆ ที่เข้ามาเล่นงาน  จินสะบัดหัวตัวเองอยู่ครู่ก็ไม่หาย  กระทั่งประตูห้องนอนเขาเปิดออก คนที่เดินเข้ามานั่นคงเป็นแม่เขากระมัง  แต่ทำไมภาพมันไม่ค่อยชัด?


“ฮัด..ชิ่ว...”







“หวัดรับประทานซะแล้วไอ้จิน”   


เสียงเปรยขึ้น หลังจากยูอิจิโทรไปหาจิน เขาหย่อนโทรศัพท์ลงกระเป๋า คนที่รอฟังข่าวพยักหน้ารับรู้ก่อนจะทำหน้าเซ็งกันเป็นแถวเมื่ออาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์เปิดประตูเข้ามา แถมยังเดินดุ่ม ๆ มาหยุดหน้ากระดานดำอย่างรวดเร็ว จะมาสายกว่านี้สักสิบนาทีพวกเขาก็ไม่ว่าหรอกนะ จริงจริ๊ง


ปกติแล้วจินไม่ค่อยมาสาย  แต่นี่คาบสองก็แล้ว  ไม่มีใครแน่ใจ ว่าจินไปธุระที่ไหนหรือเปล่า พอได้ความว่าอย่างนี้  ยูยะจึงแปลกใจ  ชำเลืองอาจารย์ที่เริ่มกางหนังสือ ขยับแว่นให้เข้าที่   เขามองต่อไปยังนักเรียนเกือบครึ่งห้องที่เริ่มกวาดโต๊ะเคลียร์พื้นที่ไว้ฝากฝัน ก็ยิ้มขันนิด ๆ  ก่อนหันมากระซิบกระซาบ


“ไม่เห็นจินจะเคยป่วย ไปติดหวัดมาจากที่ไหน”


"ฤดูฝนล่ะมั้ง  เดี๋ยวเลิกแล้วฉันแวะไปหน่อยดีกว่า”  


ว้าว........ไม่ได้ไปบ้านจินตั้งนานแล้ว  ฝีมือทำกับข้าวบ้านนั้นอร่อยอย่าบอกใคร 
ยูยะยิ้มร่า


“งั้นไปกันหมดเลยนะ ฉัน นาย จุนโนะ โค.....”


ยูยะเริ่มนับนิ้วไล่รายชื่อ  ก่อนจะโดนเบรคเข้าให้


"หยุดๆๆ  รายงานพรุ่งนี้เสร็จแล้วหรือยัง  เดดไลน์แล้ว ยังไม่ได้ทำใช่มั้ย”  


เด็กหนุ่มชะงัก หดนิ้วกลับลงไป ยิ้มแห้ง ๆ   เรื่องที่ยูอิจิร้องเตือน ไม่ได้กระเทือนถึงยูยะคนเดียว ถึงเพื่อนรอบ ๆ อีกต่างหาก  แหม รายงานประวัติศาสตร์เนี่ย มันของแสลง   แล้วคำถามก็ผุดขึ้นในใจทุกคนพร้อมกัน  ถามแต่คนอื่น  ไอ้คนพูดท่าทางขึงขังแบบนี้น่ะ มันทำเสร็จแล้วหรือ?   คนที่เริ่มจะไถลนอนลงไปบนโต๊ะบางคนถึงกับยืดตัวแล้วเหลียวมองด้วยความสงสัย


ยูอิจิหัวเราะหึหึ กอดอก ประกาศเสียงฟังชัดทั่วกัน


“ส่วนของฉันเสร็จแล้ว เตรียมเย็บเล่มส่ง”  แถมด้วยยักไหล่ ยิ้มหวาน  “ซากุระจังบอกว่า 'ไหน ๆ ก็ต้องไปห้องสมุดอยู่แล้ว ถ้ายูอิจิไม่รังเกียจ ให้ฉันทำให้นะ' ”


คนอุตส่าห์ตั้งใจฟังแต่แรกเลยโห่ลั่น  ลืมไปสนิทว่าอาจารย์หน้าห้องแกเป็นยังไง  จะหลับจะทำอะไรแกไม่ว่า แต่ห้ามส่งเสียงรบกวน  แกเคาะแปรงดังลั่นกระดาน พร้อมกับส่งสายตาอำมหิตจิกกัด  ทำให้ต้องรีบหุบปากก่อนไอ้ที่อยู่ในมืออาจารย์จะลอยมาหาถึงที่ 



...............................................................................................................
....................................................................................................................................................


บนโต๊ะที่เก็บเช็คบิลแล้ว ยังมีร่างชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง  ยามะพีคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่ครู่ใหญ่ กระทั่งใครบางคนเดินมาสะกิดหลังเขา เขาหันไปมอง คาเมะยืนอยู่ตรงหน้า จัดการธุระเรียบร้อยแล้ว  สายตาที่มองลงมาทำให้หัวใจเขาพองขึ้น  ยามะพียิ้มบาง ๆ  คาเมะอยู่ตรงนี้  อยู่ข้างกายเขา  เหมือนแต่แรกที่รู้จักกัน  ถ้าเป็นอย่างนี้ได้ตลอดก็คงดี   แต่ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไง  อย่างน้อยเขาก็มีวันนี้....


คาเมะอยู่ในชุดไปรเวท  ไม่เหมือนตอนทำงาน  ผมสีอ่อนก็ยังไม่เซตขึ้นทรง  แต่เขาว่าไม่มีตอนไหนที่คาเมะจะดูน่ารักเท่าตอนทำตัวเป็นธรรมชาติอีกแล้ว 
ดูยังไง..........ก็ผู้ชายตัวเล็ก ๆ น่ามองคนหนึ่ง......น่ามองจนไม่อยากละสายตา


คาเมะจ้องเขางง ๆ  เมื่อเขาเอาแต่อมยิ้ม  


“ไปกันหรือยัง?”


เตือนเพียงเท่านั้น ยามะพีก็ยิ้มขันตัวเอง  แค่ชั่วพริบตาเขาก็ตกภวังค์ซ้ำแล้วซ้ำอีก  เขาพาคาเมะออกมา  รถเขาจอดอยู่อีกฟาก ขณะเดินตัดข้ามถนน  คนที่เดินมาด้วยกันกลับชะงัก ทำให้เขาหยุดเดินไปด้วย


“นายไปก่อน ฉันเจอคนรู้จัก”  


คาเมะบอกแค่นั้น แล้วไม่ขาดคำ ไม่ทันท้วง  ร่างเปรียวก็เดินลิ่ว ๆ ตรงเข้าไปในร้านหนังสือใกล้ ๆ    ยามะพีสงสัย จนกระทั่งมองตาม ผ่านกระจกใสเข้าไป และเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งในเครื่องแบบโรงเรียนเอกชน  เด็กม.ปลายคนนั้นตัวเล็ก  แก้มอิ่ม ตากลม......  หนแรกยามะพีไม่แน่ใจ  ครั้นร่างนั่นเงยหน้าเจอคาเมะแล้วฉีกยิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจ  เขาก็ขมวดคิ้ว


เด็กนั่นอีกแล้วหรือ?


ความไม่พอใจกรุ่นขึ้นทันที.........พูดไม่รู้เรื่อง?
เขาคิดอย่างหงุดหงิดและสาวเท้าตามไป







“คาเมะจังมายังไงฮะเนี่ย”  


ยูยะถามตาแป๋ว มองซ้ายมองขวา ตะกี้ยืนเพลิน ๆ  คาเมะก็เดินเข้ามา จากทางไหนก็ไม่รู้  มาคนเดียวเสียด้วย  งั้นก็เข้ามาหาเขาโดยเฉพาะน่ะสิ!


“เห็นยูยะจากข้างนอกเลยเดินเข้ามา  เราล่ะ...ซื้อหนังสือ?"  


เด็กหนุ่มมองหนังสืออ่านเล่นในมือที่ยืนอ่านฟรีอยู่ตั้งนานสองนานแล้วหัวเราะน้อย ๆ 


“เปล่าฮะ มาซื้อกระดาษ ทำของส่งอาจารย์พรุ่งนี้ ผมแยกออกมาดูหนังสือก็เท่านั้นเอง” 


เขาบุ้ยใบ้ไปทางกลุ่มเพื่อนอีกมุมหนึ่งที่กำลังจ่ายเงิน  คาเมะพยักหน้ารับรู้  นัยน์ตาคล้ายจะมองหาอะไรบางอย่าง แต่ก็แวบเดียว เมื่อไม่เจอจึงหันมาตามเดิม  ยูยะไม่ทันสังเกต


“งั้นวันนี้ก็ไม่ว่างน่ะสิ"  คาเมะทำหน้าเสียดาย    "ฉันอยากแก้ตัวแทนวันก่อน....ถ้านายจะไม่ว่า”


ยูยะอมยิ้ม......เขาจะไปว่าอะไร  คาเมะน่ะ...แค่มองมายูยะก็ละลายแล้วรู้มั้ย?


แต่เขาก็นิ่งไป......อยากถามคาเมะ  ว่าผู้ชายคนนั้น เป็นอะไรกับคาเมะกันแน่  แต่มันก็เรื่องส่วนตัว จะถามคงไม่เหมาะ  แล้วคาเมะก็แค่เกริ่นถึง ไม่มีอธิบายอะไรมากกว่านั้นเลยสักนิด....เอ หรือจะจริง  ผู้ชายคนนั้น..เป็นคนพิเศษของคาเมะหรือ?


เด็กหนุ่มใช้หนังสือบังริมฝีปากที่เม้มแน่น มองอีกฝ่ายอย่างครุ่นคิด  ดวงหน้าอ่อนใสและใจดียังมองเขาอย่างเป็นกันเอง แต่ใบหน้าของ 'ผู้ชายคนนั้น' ที่ว่า ก็ยังผุดขึ้นมาให้รกสมองไม่สิ้นสุด ยูยะหน้ามุ่ยลง  เขาจะเป็นอะไรกันก็ช่างเขาเถอะ ไม่เห็นต้องไปสนใจ  ยูยะสลัดความคิดนั้นทิ้ง ก่อนจะหลิ่วตาล้อเลียน


“…..ถึงผมไม่ว่างแต่เด็กคาเมะเยอะแยะ ผมรู้นะ”   


“หือ เอาที่ไหนมาพูด”   


“มีคนนินทาให้ฟัง” 


คาเมะหัวเราะคิก ไม่ทั้งตอบรับและไม่ปฏิเสธ


“ผมว่าจะถามนานแล้ว คาเมะจังรู้จักกับจินเพื่อนผมหรือฮะ?”


คาเมะตวัดสายตามองนิดนึง  มองเลยไปยังกลุ่มเพื่อนของยูยะ  ถาม


“....คนไหน?”


“วันนี้ไม่มาหรอกฮะ......จินไม่สบาย หยุดอยู่บ้าน”  ยูยะรีบบอก  คาเมะยิ้มรับเรื่อย ๆ  


“เขาบอกว่ารู้จักฉันหรือ”  คราวนี้ยิ้มประหลาด มีแววขบขัน แต่ยูยะไม่ทันคิดอะไร มัวแต่อึกอักเพราะไม่รู้จะบอกคาเมะยังไง จินเล่นพูดซะสาดเสียเทเสีย จะให้ตอบตามจริงได้ไงล่ะ


“ก็เห็นพูดถึงน่ะฮะ”


เด็กหนุ่มเกาคอ หัวเราะแหะ ตอบเลี่ยงความ คาเมะยิ่งขำ  นึกออกไม่ยาก ว่าเจ้าเด็กนั่นจะพูดถึงเขาในแง่ไหน


“คาเมะ...”


เจ้าของชื่อชะงัก ยามะพีเดินตามมาข้างหลัง  ยูยะเงยหน้าขึ้นมอง พอเห็นว่าเป็นใครก็สะดุ้งโหยง  ถอยหลังไปสองก้าวเหมือนตั้งการ์ดสู้ จ้องตอบกับแววตาที่มองมาอย่างเอาเรื่อง  วันนั้นยูยะยังช็อกนิด ๆ  วันนี้ตั้งหลักได้   เพิ่งมาคิดว่าน่าจะเถียงซะให้รู้แล้วรู้รอด   ในเมื่อเขากับคาเมะไม่ได้คบกันแบบอกุศล  แล้วมันจะไปเดือดร้อนอะไรใคร   แต่พอได้สบตาคู่นั้นแล้วก็ยังหนาวสันหลังเหมือนเดิม ยังกับตัวเองเป็นชู้อย่างนั้น  


เปรียบคนตัวโต ๆ เทียบกับคาเมะแล้ว คาเมะตัวเล็กชะมัด  ว่าแต่หมอนี่จะว่าอะไรเขาอีกหรือเปล่านะ ต่อหน้าคาเมะเสียด้วย  แล้วถ้าเป็นอย่างนั้น คาเมะจะออกรับแทนเขาหรือเปล่า?  คน ๆ นี้ สำคัญกับคาเมะมากรึเปล่านะ?


แต่.....


“สายแล้ว”  เสียงนั้นบอกตามปกติและไม่พูดอะไรอีกก่อนถอยฉากออกไป ยูยะทำตาปริบ ๆ ในขณะที่คาเมะยิ้มบาง 


“คงต้องไปก่อน  ไว้คุยกันนะ”


ยูยะพยักหน้าหงึก ๆ โบกมือให้คาเมะที่เดินออกไป.....แล้วอยู่ ๆ ยามะพีก็หันขวับมามองหน้าเขา ยูยะสะดุ้งอีกรอบ สะดุดค้างในท่านั้น กอดกระเป๋าแน่น



อย่างไม่คาดคิด.....คนตัวโตกลับยิ้มให้


แต่ยูยะกลืนน้ำลายอึก....
.......รอยยิ้มแบบนี้

ยิ้มหวาน............เคลือบยาพิษ ชัด ๆ


....................................................................
................................................................................



เสียงฝีเท้าเดินขึ้นบันไดและมาหยุดหน้าประตู ทำให้ร่างที่นอนซมในทีแรกเผยอเปลือกตาขึ้นมอง  จินพยายามยันตัวลุก เกลียดสภาพนี้ชะมัด  ตัวก็หนักแถมครั่นเนื้อครั่นตัวไปหมด  อาการหวัดธรรมดามันเล่นงานคนปกติให้งอมได้ขนาดนี้เชียวหรือ เขาถอนหายใจเบื่อหน่าย แล้วประตูห้องเขาก็เปิดออกง่าย ๆ พร้อมกับร่างคุ้นตาที่เดินเข้ามา ส่งเสียงทักทายคำแรก


“เป็นไง” 


“ยังไม่ตาย”  เขาตอบเสียงแหบ พร้อมกันนั้นมันก็เดินตรงมา เอามือแปะบนหน้าผากจนเขาผงะไปนิด


“พรุ่งนี้จะหายมั้ย”


“จะไปรู้ได้ไง”


“หยุด ๆ ไปก็ได้ เรียนครึ่งวันเอง”


“เออ”


ยูอิจิโยนกระเป๋าไว้ทาง  ทิ้งตัวลงกับเบาะนั่งบนพื้น   “แล้วนี่แกไปติดมาจากใคร คนในบ้านแกมีใครเป็นหวัดเรอะ”


จินส่ายหน้ามึน ๆ  ยูอิจิขำคิก ถามด้วยเสียงชวนจั๊กจี้


“ไปจูบกับใครมารึเปล่า”


“อะไรนะ” คนฟังงุนงง


“ก็ปกติแกเคยเป็นไข้เสียที่ไหน ไข้หวัดมันติดกันทางจูบได้รู้เปล่า เชื้อหวัดมันค่อย ๆ ฟักตัว เอาปากไปประกบกับใครมาล่ะ อุณหภูมิถึงพุ่งปรอทแตกขนาดนี้” 


จริงหรือเล่นก็ไม่รู้  แต่สิ้นคำ ใบหน้าของคนป่วยที่ระเรื่ออยู่แล้วก็ค่อย ๆ แดงจนซ่านไปถึงลำคอ หรือเขาจะติดมาจากหมอนั่น?  แต่ครั้งล่าสุดที่เจอกันก็ไม่ได้จูบนี่?  ....เฮ่ย!  ม..มันพูดจริงเสียที่ไหนเล่า เขาจะมานั่งคิดมากทำไมเนี่ย?!   จินลอบสบถเบา ๆ  ล้มตัวลงนอนอีกครั้งแต่หันหลังให้ เขากระชากผ้าห่มขึ้นคลุม ไม่ตอบคำใด ครั้นแล้วเจ้าตัวก็ไอโขลกติดกันหลายครั้ง  ไอ้คนช่างยั่วช่างแหย่เลยยิ้มขำ


“เถอะ นอนเยอะ ๆ แล้วกัน มีการบ้านอะไรพอทำได้จะช่วยทำไปก่อน”


“ขอบใจ”


“เปลี่ยนคำขอบใจเป็นไปหาอะไรมาประคบตัวเป็นเพื่อนดีกว่า พักนี้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว อยากได้ใครมานวดหลังทุบไหล่ให้สักหน่อย จะได้สดชื่น” 


อ้อ มันหมายถึง เนื้ออุ่น ๆ
ยังตื๊อไม่เลิก


“ไม่ไปบาร์เกย์แล้วเรอะ”  คนป่วยถามเสียงแหบ 


“โอ๊ย พูดไปอย่างนั้น ยังชอบอึ๋บ ๆ อวบ ๆ อยู่   เฮ่ย บาร์เกย์กับโฮสต์คลับไม่เหมือนกันนะ”


“ไม่เห็นจะต่าง”


“ต่างสิ…....เออ....หรือแกว่าเป็นยังไง” 


“ไม่รู้”  จินบอกก่อนกล่าวต่ออย่างรู้ทัน  “ไม่ต้องมาชวน ไม่ไป”


“ชวนไปไหนก็ไม่ค่อยไป หวงเนื้อหวงตัวจริงวุ้ยไอ้เด็กน้อย”  ยูอิจิบอก เพราะกระหยิ่มใจว่าคนป่วยลุกขึ้นมาไล่เตะไม่ได้แน่  ได้แต่แยกเขี้ยวแง่ง ๆ อยู่บนเตียง


“แล้วแกว่าไอ้โฮสต์หน้าหวานที่ยูยะมันว่า จะหน้าหวานสมคำโฆษณามันมั้ย มันไม่ค่อยชมใครให้ได้ยินซะด้วย”


จินจิ๊ปาก นี่มันยังไม่รู้อีกหรือว่าหนุ่มปริศนาที่เขาเฉ่งไม่ให้ยูยะเข้าไปยุ่ง กับโฮสต์ที่ยูยะเคยพูดถึงเมื่อนานมาแล้วเป็นคนเดียวกัน?   แล้วทั้งที่ไม่ได้เจตนา แต่ดวงหน้าที่เขาจำขึ้นใจมานาน (ว่าถ้าเจอต้องเผ่น) ก็ผุดขึ้นมาในสมอง ใบหน้าเรียวเล็กอ่อนใส ผมสีอ่อนแนบแก้มนวล ดวงตาเป็นประกาย ปากนิดจมูกหน่อย ....หน้าหวานไหม?  เออ หวานมั้ง


“ไม่รู้เว้ย!” 


เสียงตอบสั้นห้วน จนคนชวนคุยไปเรื่อยถึงกับสะดุ้ง 


“อะไร แค่นี้ต้องหงุดหงิด ง่วงแล้วล่ะสิ ฉันกลับก่อนก็ได้”  ยูอิจิบอก  ลุกขึ้นยืน  "ไปละ  หายไว ๆ ล่ะ"


“ขอบใจ” 


เสียงตอบยังตวัดเหมือนเดิม  จินไม่รู้ว่ามีใครออกจากห้อง หรือเข้ามาอีกหรือไม่
......เพราะหลังจากนั้นเขาก็หลับไปด้วยฤทธิ์ยา


…………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………..


ประตูเปิดออก โฮสต์อันดับต้น ๆ เดินเข้ามาพร้อมกันสองคน ทำให้โอนเนอร์ที่กำลังดูโน่นดูนี่อยู่ ช้อนสายตาขึ้นมอง........เห็นอีกคนที่เดินตามมาเป็นเงาแล้วก็แปลกใจ  สองคนนี้มันกลับมาคืนดีกันแล้วหรือ?  เอมินั่งอยู่หน้าห้อง แต่ไม่ยักบอก ว่าเจ้ายามะมันมาด้วย  แล้วสายตาของจุน ก็จับไปที่คาเมะอีกครั้ง


"ลูกค้ารายเดิมติดต่อเข้ามาอีกแล้วนะ  ว่าไง?”   พอเห็นสายตาคาเมะที่ตวัดฉับเหมือนจะปาดคอ  เขาก็ยกมือขึ้น เป็นเชิงว่า....เข้าใจแล้วครับ...   ก่อนถามต่ออย่างสงสัย


"นี่ยังไม่คิดจะรับแขกผู้ชายอีกหรือ  หลอกให้ฉันดีใจนี่หว่า  แล้วเด็กคนนั้นมันมีอะไรให้แกติดใจนักหนา ถึงได้เป็นข้อยกเว้น?......ชื่อ.......ชื่ออะไรนะ...เออ..."


จุนทำท่านึก...
‘เทโกชิ  ยูยะ’   ยามะพีต่อให้ในใจ
เมื่อจุนนึกไม่ออก เขาก็ปัดเรื่องนั้นทิ้ง  หันมาตามเรื่องที่ตัวเองคาใจ  ชี้นิ้วไปยังทั้งคู่สลับไปมา


“แล้วนี่ทำไมมาด้วยกันได้?”


“ผมจะมาพร้อมคาเมะมันแปลกนักหรือไง”   ยามะพีตวัดเสียงถาม จุนเลยหัวเราะ แววตาพราวระยับขบขัน


“แหม  แซวเล่นเฉย ๆ  ลงไปได้แล้ว สาว ๆ  ถามหาแกกันให้ควั่กแล้วมั้ง ขอบใจนะที่มาส่งเจ้าหญิงถึงที่”


‘เจ้าหญิง’  ปรายตาขวับให้อีกที แต่จุนคงไม่สะทกสะท้าน   “…ส่วนแกน่ะอยู่นี่ก่อน” 


“มีเรื่องอะไร?”


คาเมะถาม แต่จุนยังไม่ตอบ เขาแค่ยิ้ม เรียกให้คาเมะเข้าไปใกล้เหมือนมีธุระบางอย่างให้คาเมะจัดการ กระทั่งคาเมะมาหยุดอยู่หน้าจุน ยามะพีก็เดินออกไปแล้วประตูก็ปิดลงสนิทพอดี เขากำหมัดแล้วแทบจะเขกหัวไอ้คนหน้าตายแรง ๆ แถมซ้ำด้วยเบิ๊ดกะโหลกอีกสักสองที  เสียแต่มันหลบทัน  เผ่นแผล็วไปตั้งหลักอยู่โน่น  หน้านิ่ง ๆ เลิกคิ้วขึ้นมองเขาเป็นคำถามว่าทำผมทำไม อย่างที่เขาว่ามันกวนประสาทชะมัด  เลยได้แต่แว้ดลั่น


“ก็เรื่องที่เนื้อตัวแกเป็นอย่างนี้ แล้วยังจะเสนอหน้าไปรับแขกอีกน่ะสิ!”  จุนว่าพลางจ้องรอยจ้ำ จุดย้ำตามผิวเนื้อตรงต้นคอ ตาเขม็ง  "ไปทำอะไรกับใครมาหา"


คาเมะนิ่งไปพักนึงเหมือนจะนึก จนก้มลงมองร่างตัวเองแล้วหัวเราะเหมือนเพิ่งนึกได้ 


"อ๋อ กับยามะ..."


เป็นคำตอบที่ทำเอาคนฟังงุนงง  "แกนอนกับมันจริงน่ะ?"


"ใช่"  รอยยิ้มนั้นค่อย ๆ เย็นลง   "ผมเคยให้ทางเจ้านั่นเลือก แล้วมันก็เลือกแล้วในที่สุด ตอนนี้ผมเลยเลือกบ้าง ว่าจะทำยังไงกับมัน" 


จุนอึ้ง.......เฮ้ย.........อย่าบอกนะว่า?.....


"โดนคนที่เราเห็นว่าพอไว้ใจได้หักหลังน่ะ มันน่าโมโห"   คาเมะบอกต่อเสียงเรียบ   "จำไว้นะจุน  หมอนั่นทำผมก่อน..."


"คาเมะ...."


จุนขมวดคิ้ว  แต่แล้วเขาก็เงียบเสีย  เขารู้ยิ่งกว่าใคร......ว่าไอ้เด็กตรงหน้านี่เกลียดการโดนหักหลังแค่ไหน  แล้วเรื่องที่เขาเคยคาดไว้ว่ามันจะเกิดขึ้นมันก็เกิด คำเตือนที่เขาเคยเตือนยามะพี เจ้านั่นมันไม่ฟังเลยสักนิด  คงทำลงไปแล้วสินะ.......ดูแววตาตรงหน้านี่ก็รู้ 


มันอยากได้อะไรต้องได้ ไม่ว่าด้วยวิธีไหน  ใครทำมันเจ็บ มันเอาคืนหลายเท่าตัว ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไร
ยามะพีพลาดไปแล้ว.......และกว่าจะรู้ตัวว่าได้หลงเข้าไปในกับดัก  คงเป็นวันที่มันตัดสินใจลงมือเชือดเหยื่อของมันอย่างมีความสุข  ดูคนที่เคยทำร้ายมันทุรนทุรายอย่างทรมาน ไม่ว่าอีกฝ่ายจะร้องขอความเมตตาเท่าไหร่  มันจะยิ่งซ้ำแผลเดิมนั้นให้หนัก ให้เจ็บช้ำจนไม่อาจเป็นผู้เป็นคน


"โฮสต์จะหายไปสักคนก็ไม่เป็นไรหรอกจุน เดี๋ยวผมหาให้ใหม่"  


เหมือนจะพูดเล่น แต่ดวงตาคู่นั้นเป็นประกาย
เอาจริง!


สำหรับเขา...
ไม่ว่าเมื่อไหร่ มันก็ยังเป็นเด็กชายตัวน้อยน่ารักน่าชังเสมอ ดวงตาใส ๆ คู่นั้นเขายังจำได้ดี  ไม่ว่าในวันนี้ มันจะเปลี่ยนตัวเองไปเท่าไหร่ก็ตาม
แต่เด็กคนนั้น.....คงหายสาบสูญไปแล้วตลอดกาล



tbc.



#1เอาอีกแล้วไง!!!
มาต่อไม่บอกไม่กล่าวกันอีกแล้ว 5555+
แหม...มาคราวนี้สองตอนรวดเลยนะค่ะ
อ๊ะๆ...อย่าบ่นนะว่ามาต่อช้าก็ว่า เร็วก็ว่า
แบบว่าไม่ได้ว่าอะไรน๊า....ดีใจมั่กมากต่างหาก (ยิ้มแป้นทีเดียวเชียว 555+)
ก่อนอื่นต้องเม้นตอนที่ 6 ก่อน...

อารมณ์คาเมะจังตอนนี้ต้องเครียดแค้นยามะพีมากแน่ๆ
ฟังที่คาเมะจังพูดแล้วขนลุกเลยค่ะ
ประมาณว่าแค้นนี้ต้องชำระ แก้แค้น 10 ปีไม่สายอะไรประมาณนั้นเลยเหอๆ
แต่ตอนที่แล้วเกลียดยามะพีมากๆๆๆๆเลยนะค่ะ
สงสารคาเมะจังด้วย....
แต่ว่าตอนนี้รู้สึกว่ายามะพีกับยูยะจังจะเป็นเนื้อคู่กันเนอะ
ฉะนั้น...จะยอมให้อภัยยามะพีก็ได้ถ้ายามะพีได้เป็นแฟนกับยูยะ 555+

เฮ้อ...ตอนนี้พี่จินป่วยอยู่ด้วยคาเมะจังจะมาป่วนคนไข้มั๊ยค่ะ
กะแล้วว่าร่มที่ให้นะต้องเป็นของจิน อิอิ
เป็นห่วงคาเมะจังอ่ะดิ แหมๆ....แอบคิดถึงด้วย
ขอตัวไปเม้นตอน 7 ต่อเลยดีกว่า...
ktokungon 2008-04-06 22:41:26
#2เอาอีกแล้วไง!!!
มาต่อไม่บอกไม่กล่าวกันอีกแล้ว 5555+
แหม...มาคราวนี้สองตอนรวดเลยนะค่ะ
อ๊ะๆ...อย่าบ่นนะว่ามาต่อช้าก็ว่า เร็วก็ว่า
แบบว่าไม่ได้ว่าอะไรน๊า....ดีใจมั่กมากต่างหาก (ยิ้มแป้นทีเดียวเชียว 555+)
ก่อนอื่นต้องเม้นตอนที่ 6 ก่อน...

อารมณ์คาเมะจังตอนนี้ต้องเครียดแค้นยามะพีมากแน่ๆ
ฟังที่คาเมะจังพูดแล้วขนลุกเลยค่ะ
ประมาณว่าแค้นนี้ต้องชำระ แก้แค้น 10 ปีไม่สายอะไรประมาณนั้นเลยเหอๆ
แต่ตอนที่แล้วเกลียดยามะพีมากๆๆๆๆเลยนะค่ะ
สงสารคาเมะจังด้วย....
แต่ว่าตอนนี้รู้สึกว่ายามะพีกับยูยะจังจะเป็นเนื้อคู่กันเนอะ
ฉะนั้น...จะยอมให้อภัยยามะพีก็ได้ถ้ายามะพีได้เป็นแฟนกับยูยะ 555+

เฮ้อ...ตอนนี้พี่จินป่วยอยู่ด้วยคาเมะจังจะมาป่วนคนไข้มั๊ยค่ะ
กะแล้วว่าร่มที่ให้นะต้องเป็นของจิน อิอิ
เป็นห่วงคาเมะจังอ่ะดิ แหมๆ....แอบคิดถึงด้วย
ขอตัวไปเม้นตอน 7 ต่อเลยดีกว่า...
ktokungon 2008-04-06 22:41:45
#3อ่า...มันขึ้นต้งสองอันง่ะ

ขอโทษนะค่ะ
ktokungon 2008-04-06 22:44:06

Post Comment






พิมพ์ตัวอักษรตามที่เห็น
คำว่า "สีแดง" ภาษาอังกฤษสะกดว่าอยา่งไร? (คำถามป้องกันสแปม)







♪แชทรูม

งดรับ comment คนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกชั่วคราว เพื่อตรวจสอบปัญหา Spam ครับ
ขออภัยในความไม่สะดวกด้วย

Firefox 2
แก้ปัญหาเม้นไอคอนไม่ติด ด้วย Firefox

ficjinme PASSION