counter 17,143

Profile

||| @s Long @s you Hold Me |||

Calendar

January 2008
S M T W T F S
« Jul   Mar »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 

Recent Readers

You!
Join storythai!

PLoyGy , ,,*★
YoKo Milk
||| @s Long @s you Hold Me |||
||*loUiSe*||  コパル★&am
*GOLFZYEZA

PASSION CH.5

ดอกไม้ที่ผลิบานอยู่เมื่อครู่แห้งเหี่ยวลงทันตา แถมเจ้าของห้องยังทำท่ากระทืบซ้ำอีกต่างหาก ยูยะได้แต่นั่งทับส้นเรียบร้อย มองอีกฝ่ายที่ยังยืนกอดอกทำหน้าถมึงทึง บอกไปหมดแล้ว สารภาพไปหมดแล้ว กุญแจก็บอกไปแล้วว่าได้มาจากคาเมะ ทำท่าทำทางก็เหมือนรู้จักคาเมะไม่ใช่หรือ  ยูยะชักจะหน่ายใจ  ลอบถอนใจเฮือก ยืนยันเป็นรอบที่ร้อยแล้วว่าไม่ได้งัดประตูหรือหน้าต่างเข้ามา ข้าวของในห้องก็ไม่ได้มีอะไรเสียหายสักนิด   แล้วที่สำคัญ.....หน้าเขาเหมือนโจรนักหรือไง!

จะโทรหาคาเมะยืนยัน หมอนี่ก็ไม่ยอม  ต้องการอะไรกันแน่นะ!

เหมือนรู้ว่าด่าอยู่ในใจ  ยามะพีเดินเข้ามาใกล้ ท่าทางคุกคามมากขึ้น  ยูยะกลั้นหายใจ หลับตาปี๋  แอบลืมตาขึ้นข้างหนึ่ง  พอเห็นว่าชายหนุ่มไม่ได้ทำอะไรนอกจากชะโงกหน้าเข้ามาดู เขาก็ผงะออก เถิบส้นเท้าถอยไปนิด แล้วเชิดหน้าขึ้นเหมือนจะเตือน

ยามะพีไม่สนใจ   "เพื่อนคาเมะหรือ?"

ยูยะพยักหน้า  พยักจนเมื่อยคอแล้วนะ

"เพื่อนแน่หรือ?"

วะ  ก็แล้วจะโกหกทำไมเล่า  เขาทำหน้ามุ่ย ๆ ใส่  ยามะพีจึงยักไหล่  เมื่อจับผิดใด ๆ ไม่ได้ก็ถอยออกไปหลายก้าว อิงสะโพกกับโต๊ะตามเดิม  แล้วถามต่อ

"มีใครมากับนายบ้าง"

ยูยะขมวดคิ้ว  ถามให้ได้อะไร  ช่วยให้เขาพ้นจากการเป็นผู้ต้องสงสัยหรือ?  หรือเจ้าของห้องนี่จะคิดว่าเขาทำอาชญากรรมเป็นทีม? เฮ่ย ไปกันใหญ่แล้ว

"ฉันถามว่ามากับใคร?"  มัวแต่คิดสะระตะให้วุ่นวาย เลยโดนถามซ้ำเสียงห้วน ๆ   ยูยะสะดุ้ง...ส่งเสียงจิ๊จ๊ะ  หน้าตาก็ใจดีแท้ ๆ    "ทำไมต้องดุด้วย…!"

ยามะพียังมองนิ่ง ยูยะเลยร้องแหะ  แล้วตอบเสียงอุบอิบ 

"ผมมาคนเดียว"

"งั้นก็กลับไปซะ"  ยามะพีบอกเรียบ ๆ  ส่งผลให้คนฟังเบิกตากว้าง

"เอ๋" 

ยังร้องไม่ทันขาดคำ ยามะพีก็คว้าเอากุญแจของกลางที่วางไว้บนโต๊ะใส่กระเป๋าตัวเองเฉย เด็กหนุ่มทำตาโต

"ทำอะไรน่ะ!"  ยูยะร้องแหว  ลืมตัวไป ว่ากำลังถูกสอบปากคำ

"ก็นี่ห้องฉัน  ฉันเอาคืน  ไม่ถูกหรือ?"

"ก็ผมได้มาจากคาเมะนี่"  ยูยะเถียง   "ตะกี้ไหนยังหาว่าเป็นกุญแจผีอยู่เลย แล้วเก็บลงกระเป๋าทำไม"

"พูดมากจริง....."   ยามะพีบอก  แล้วก็ค่อยยิ้ม แบบที่...ยูยะคิดว่า  เป็นสัญญาณอันไว้ใจไม่ค่อยได้

“คาเมะไม่อยู่...ไม่เห็นหรือ”   

"เห็น...."

"นายอยู่กับฉันสองต่อสอง"

"รู้....."

"ถ้านายไม่ฟังฉัน ฉันก็จะยัดข้อห้าพรากผู้เยาว์ให้ตัวเอง......ดีไหม?"

คำว่า 'ดี'  ชะงักอยู่ที่ปาก  พอสมองตีความได้ ก็ตาเหลือกขึ้นมอง ถอยกรูด

"ไม่เอ๊า!!"

"ดีมาก" 

ยามะพีบอกติดตลก  เด็กหนุ่มสีหน้าระเรื่อขึ้น   ลูกมีพ่อมีแม่นะ  หยอดมุขแบบนี้ได้ไง  ไม่ขำเว้ย!
แต่แล้วยามะพีก็ขรึมลง  มองยูยะที่ยังตั้งท่าขัดอกขัดใจนิ่ง ๆ แล้วบอกเสียงเรียบ

"ฉันไม่ได้อยากก้าวก่ายความสุขใคร......แต่หมอนั่นเป็นของฉัน  อย่าได้เข้ามาเป็นมือที่สาม...." 

ยูยะหันขวับ อึ้งไป

"อะไรนะ..."

ยามะพีไม่พูดอะไร  ใช้ความเงียบให้ยูยะเข้าใจเอง  เด็กแก้มยุ้ยคนนี้ ทำไมเขาจะจำไม่ได้  รูปถ่ายใบที่คาเมะหยิบขึ้นมาแล้วผิวปากหวือวันนั้น  เด็กคนนี้.....คาเมะยอมใช้เวลาอยู่ด้วย แต่ไม่ยอมอยู่กับเขา  ยามะพีถอนใจหงุดหงิด  นี่มันอะไร เขาไม่เข้าใจ  เจอตัวจริงเข้า ไอ้เด็กนี่ก็เด็กกะโปโลธรรมดาคนหนึ่งไม่ใช่หรือ   บังเอิญที่บ้านมีเงินเท่านั้นเอง ถึงได้ว่างเที่ยวโฮสต์เอาโครม ๆ  คาเมะติดใจอะไรนัก?!

".....ฉันคงห้ามคาเมะไม่ได้  แต่ฉันคงพูดกับนายได้ใช่ไหม?"

เด็กหนุ่มที่ยังเถียงจ๋อย ๆ ในตอนแรก  ใบ้กินขึ้นมากะทันหัน  ยามะพีหัวเราะหึ  มอง ๆ ไปก็สงสารเหมือนกัน 
แต่เรื่องหัวใจ  มันเข้าใครออกใครเสียที่ไหน!

"เข้าใจแล้ว"

ยูยะบอก หน้าตาไม่เป็นมิตรกับเขายิ่งกว่าตอนแรกที่เข้ามาเจอเสียอีก  เด็กหนุ่มคว้ากระเป๋าที่วางไว้ข้างตัว ลุกขึ้น ขว้างค้อนปึง แล้วแกล้งเดินเฉียดไหล่ยามะพี  เขาไม่ว่าอะไร  เพียงมองตามหลังร่างเล็กที่เดินกลับออกไปพลางส่ายหน้าระอา 

ยูยะยังไม่ได้ไปไหน เขาพ่นลมหายใจแรง ฮึดฮัดอยู่หน้าห้องนั่นเอง หันไปหาตาแมว แลบลิ้นใส่   "คนอะไร ขี้เก๊กชะมัด!"

ว่าแล้วก็ค่อย ๆ เอากุญแจที่ล้วงมาได้ขึ้นดูอย่างพอใจ  กระหยิ่มยิ้มย่อง  "แต่เสียใจด้วย..."

"มือไวนักนะ"

ยังพูดไม่ทันจบประโยค  พวงกุญแจก็ถูกดึงไปจากมือ  พร้อมกับประตูที่ปิดลงรวดเร็วไม่แพ้ตอนเปิดออกมา  ยูยะยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงนั้นครู่ใหญ่ ก่อนจะร้องเฮอะ แล้วเดินตึงตังจากไป ชนิดกะให้สะเทือนไปทั้งชั้นเลยทีเดียว


........................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................


บรรยากาศในห้องหลังจากเด็กนั่นกลับไปเงียบสนิท  ยามะพีเดินกลับมา  วางกุญแจที่แย่งคืนได้ลงบนโต๊ะ  มองอยู่ครู่หนึ่ง  ใจหนึ่งชื้น  คาเมะยังเก็บกุญแจห้องเขาไว้กับตัว  แต่ต่อมา ใจกลับเต้นเร่า  คาเมะไม่ได้แคร์อะไรเขาเลย นึกอยากเอาไปให้ใครก็ให้  ไม่สนใจ  หรือคาเมะลืมไปเสียแล้วไม่รู้  ว่าเขาเอง ที่เป็นคนให้ไว้กับมือ

เขาพยายามข่มอารมณ์ที่ประทุขึ้นมาในอกให้สงบลง  แต่กระนั้น นัยน์ตาคมก็ยังวาวโรจน์ขึ้นอย่างช่วยไม่ได้  หัวคิ้วสองข้างเริ่มผูกกันแน่น

เขาโกรธ...

ความอดทนเขาบิดเกลียวเต็มที่ จนเหมือนใกล้สิ้นสุด ตอนนี้ เขาไม่อยากจะทน
เห็นชัด......กับเด็กนี่ คาเมะเทคแคร์เกินไปแล้ว  คาเมะไม่ใช่แค่เล่น ๆ  นัดเดทด้วยแล้วจบเหมือนที่ผ่านมา แล้วยังจะเด็กที่ชื่อจิน.....  คาเมะคิดจะสานสัมพันธ์ คิดจะก้าวหน้า ทำเหมือนไม่เห็นหัวเขาอย่างนั้น  อย่างที่เคยถามไป  เอาเขาไปไว้ที่ไหน แต่คาเมะไม่มีคำตอบให้

คิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ พร้อมกับเหตุผลว่าทำไมเขาถึงยอมให้คาเมะทำนู่นทำนี่ตามอำเภอใจ....เพราะความโง่งมของเขาเอง   เพราะเจ้าตัวให้ความหวังเขาอยู่เนือง ๆ ว่าวันหนึ่งจะกลับมา  แต่ตอนนี้....คาเมะตัดเยื่อตัดใยเขาเสียไม่มีดี  เขากลายเป็นของเก่า ไม่ได้รับการแยแส เพียงเพราะตัวเองเจอของถูกใจชิ้นใหม่

เขาคงทำตัวเป็นของตายมากเกินไป

นัยน์ตายามะพีวาววับ...
ไอ้เด็กนั่น......  เดี๋ยวคงโทรไปฟ้องคาเมะ  ถามคาเมะว่าไม่จริงใช่ไหม เขาโกหกใช่ไหม หรือไม่ก็คงทำอะไรสักอย่าง ให้คาเมะสืบสาวราวเรื่องมาถึงเขาจนได้  ก็คงไม่ต่างจาก ‘ผู้หญิง’ คนก่อน ๆ ของคาเมะนักหรอก

และนั่นเอง ทำให้ยามะพีนั่งคอย......   จับจ้องดวงอาทิตย์สีแดงกลมโตลาลับของฟ้าไป เพียงชั่วโมงกว่า ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น 
มุมปากกระตุกยิ้ม ยามะพีเดินไปต้อนรับ  แล้วร่างที่เขาคาดหวังว่าจะได้พบก็ยืนอยู่ตรงหน้า

"กุญแจ"

ประโยคแรกไม่ทักไม่ทาย  คาเมะมองหน้าเขาเฉย พูดห้วน ๆ

"รู้ได้ไงว่าอยู่กับผม....?"   ยามะพีถามยิ้ม ๆ  ขณะเดินนำเข้ามาในห้อง

คาเมะถอนหายใจระอา  ไม่ตอบอะไร

"เดี๋ยวนี้เลี้ยงเด็กหรือ"     ยามะพีเดินนำคาเมะเข้ามาในห้อง

"อยากอยู่เหมือนกัน......แต่คนนี้น่ะไม่ใช่"  

คาเมะพูดทีเล่นทีจริง  เขาหรี่ตาลง....

"แล้วใคร.......อาคานิชิ  จิน?"

คาเมะตวัดสายตาฉับ และยามะพีก็บิดรอยยิ้ม ก่อนรอยยิ้มนั้นจะพลันหายไปเมื่อได้ยินเสียงเรียบเย็นตอบกลับมา  

"ห้ามแตะต้องหมอนั่นแม้แต่ปลายเล็บ!"

".............เห็นว่ายอมล่ะเอาใหญ่เลยนะคาเมะ"   ในน้ำเสียงมีรอยกรุ่นโกรธแฝงอยู่ชัด

ยามะพีคว้าข้อมือคาเมะไว้ ดึงเข้ามาใกล้  คาเมะขมวดคิ้ว ยื้อออก แต่ยามะพีไม่ปล่อย กลับบีบแรงขึ้น...แรงขึ้น เหมือนแววตาที่กระด้างขึ้นเรื่อย ๆ

“ปล่อย...”

เจ็บงั้นหรือ?  ดี เจ็บให้มาก ๆ   หัดรู้รสชาตินี้เสียบ้าง ไม่ใช่ดีแต่ทำคนอื่นอยู่ฝ่ายเดียว

ยามะพีกระชากคาเมะเข้าหาตัว  และขืนกดลง จับแขนสองข้างตรึงแน่น ขืนจูบรุนแรง คาเมะตาโพลง ขัดขืนด้วยเรี่ยวแรงเท่าที่มี ผลักไส จิกปลายเล็บลงบนผิวเนื้อและเบือนหน้าหนีไม่ให้อีกฝ่ายกระทำจาบจ้วงโดยง่าย  ยามะพีสบถอย่างขัดใจ มองริมฝีปากที่เริ่มบวมช้ำ ดวงตากลมโตฉายความขุ่นเคืองเมื่อท่อนแขนตนมีเลือดไหลซิบ ความกรุ่นโกรธที่กักเก็บไว้มานานยิ่งพังทะลักทลาย เพราะเป็นเขางั้นหรือคาเมะจึงรังเกียจ กับคนอื่น คาเมะจึงยอมเข้าหาและสัมผัสด้วยความเต็มใจ  เพราะว่าเป็นเขางั้นหรือ!

“แกทำอะไร!”   เสียงนั้นเอ่ยถามอย่างตกตะลึง ร่างบางสั่นน้อย ๆ  

ยามะพีกล้า..... อย่างคนไม่มีอะไรจะเสีย  เขากล้ากว่าครั้งใด  ไม่กลัวว่าคาเมะจะโกรธ หรือเกลียดอีกต่อไป 
เขาไม่ตอบคำถาม แต่ปลายจมูกซุกลง มือสองข้างนั้นพยายามยันตัวเขาออกและสบถลั่น ยามะพีไม่ฟัง เขาอยากทำอะไรสักอย่างให้สมกับความอัดอั้นที่สั่งสม

“กลายเป็นคนฉวยโอกาสตั้งแต่เมื่อไหร่............ยามะ!!” 

ตะโกนถามลั่น และแทนคำตอบ ร่างคนพูดที่ดิ้นจนหล่นลงพื้นแข็งก็ถูกทาบทับด้วยร่างที่แข็งแรงกว่า เสื้อถูกถลกออกจนเห็นหัวไหล่กลมมน ผิวเนื้อเปลือยสัมผัสอากาศ ดวงหน้าเรียวใสแดงระเรื่อเมื่อถูกตีตราจอง ดวงตาคู่นั้นยังเบิกกว้าง แต่ยามะพีกลับรู้สึกพอใจ อีกสีหน้าหนึ่งแล้วที่เขาได้เห็น อารมณ์ของคาเมะที่ไม่เคยมีใครได้เห็น เขาจะเป็นคนเดียวที่ได้เห็น  ริมฝีปากเลียดไล้ลงตามซอกคอ  คาเมะจะต้องเป็นของเขา ของเขาคนเดียวเท่านั้น

มือข้างนั้นเลื่อนลงต่ำ คาเมะผวาเฮือก.........ดวงหน้าระเรื่อขึ้นเรื่อย ๆ  แล้วแรงขัดขืนนั้นก็ลดลง  ร่างบางจิกต้นแขนยามะพี  จนเมื่อสิ่งแปลกปลอมรุกรานส่วนที่ไม่เคยมีใครยุ่มย่าม  คาเมะสัมผัสได้ถึงส่วนแข็งขันแสดงตัณหาอย่างชัดเจน  เขากัดฟัน  ปล่อยให้ยามะพีทำตามใจตน ตักตวงเอาความสุขสมจากร่างกาย อารมณ์แห่งความรักความใคร่ชำแรกแทรกซึมและยามะพีก็ได้ไปจนสุดทาง........ครั้งแล้ว ครั้งเล่า  





แสงอาทิตย์ฉายเข้ามาในห้องนอนอ่อน ๆ   ยามะพีผ่อนลมหายใจ  ร่างบอบบางยังนอนอยู่ในอ้อมกอดเขา  ไม่หายไปไหน  ทุกอย่างไม่ใช่ความฝัน 
หลังมือเคลียดวงหน้าใสอย่างระมัดระวัง ไม่นานนัก เปลือกตาสวยก็ปรือขึ้น.........คาเมะขยับตัว ท่าทางยังง่วงงุน  ครั้นหันมาเห็นเขา  ก็ไม่พูดอะไร เพียงหลับตาลง คลึงหัวตาตัวเองเบา ๆ แล้วหาวหวอดอีกที  กริยาน่ารักเป็นธรรมชาติจนหัวใจคนมองแทบกระตุก

ยามะพีคล้ายจะกล่าวคำขอโทษ....แต่เขาก็ไม่ได้กล่าว  เฝ้าสังเกตร่างนั้น ที่ยันตัวขึ้นนั่ง สำรวจร่างกายตัวเองคร่าว ๆ  แล้วจึงลุกขึ้น เรือนร่างพราวสะองยังหลงเหลือร่องรอยของเขา  คาเมะฉวยเอาเสื้อคลุมสีขาวปลายเตียง สวมทับ คาดเอวลวก ๆ  พาร่างตนไปยังห้องน้ำ  นิ้วเรียวยาววางบนลูกบิดประตู  มือข้างหนึ่งนวดต้นคอเบา ๆ   เมื่อยและเหนียวตัวเต็มที  เขาอยากอาบน้ำ...

คาเมะทิ้งสายตาให้ยามะพีก่อนผลุบหายเข้าไป และนั่นทำให้เจ้าของห้องรีบลุกตามไปอย่างรวดเร็ว เสียงฝักบัวดังเปาะแปะหลังม่านใส  ยามะพีเห็นเงาร่างที่ขยับไหวชำระกายอยู่ในม่านน้ำ เขาก้าวเข้าไปประชิดด้านหลัง วางมือบนไหล่ที่เล็กกว่า ทาบริมฝีปากบนต้นคอ ร่างบางเบือนหน้ามอง ถามเสียงเรียบ

"เมื่อคืนยังไม่พอหรือไง"

มุมปากสีสดแย้มยิ้ม คาเมะหันหลังกลับมา เงยหน้าสบตายามะพี ร่างสูงโน้มลง แต่ปลายนิ้วแตะกั้นริมฝีปากเขาไว้ ยามะพีชะงัก ขมวดคิ้วสงสัย และคาเมะก็เพียงแต่ยิ้มเหมือนที่เคยยิ้ม  น้อยครั้งนักที่เขาจะล่วงรู้ ว่าคาเมะคิดอะไร

คาเมะปิดบังทุกอย่างไว้ได้มิดชิด เวลายิ้มแบบนั้น...........
ยิ้มแต่ริมฝีปาก  ดวงตาไม่ได้ยิ้ม

แล้วความคิดของยามะพีก็หลุดลอยไปเมื่อลมหายใจร้อน ๆ รินรดบนต้นคอ  มือคาเมะทาบลงบนแผ่นอกแน่นกล้าม  แล้วร่างอุ่นนุ่มก็เบียดเข้ามาเหมือนจะร้องขอบางอย่างจากเขา  ต้นขาเสียดสีไปมา รอยยิ้มนั้นแย้มออกอย่างพอใจเมื่อเขาหายใจขัด และได้รับการตอบสนอง

"เดี๋ยวก็เจ็บตัวอีกหรอกคาเมะ.."  เขาสัพยอก  แต่คาเมะยิ้มซุกซน ดึงมือเขาออกไปยังพื้นแห้งอีกด้าน อิงสะโพกเข้ากับเคาน์เตอร์ ดึงร่างตัวเองขึ้นไปนั่ง ใช้ขาข้างหนึ่งเกี่ยวเอวเขาเข้าไปชิด  กระซิบเสียงเครือ 

"อยากเจ็บจะแย่อยู่แล้ว....ไม่เห็นหรือ"

คาเมะไม่ละสายตาจากเขา ทั้งอมนิ้วของตนจนชุ่มแล้วค่อย ๆ แตะช่องทางด้านหลัง สอดเข้าไป....จากหนึ่ง..เป็นสอง....หายใจแรง สะบัดหน้าขึ้น ขยับชั่วครู่แต่แล้วกลับหยุด ทำหน้าเหมือนไม่ได้ดั่งใจ  ร่างทั้งร่างยังพราวหยดน้ำ เส้นผมเปียกชื้นระต้นคอ คาเมะเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างเว้าวอน เสียงใสครางขัดใจเบา ๆ  ทั้งที่ดวงตาหวานฉ่ำปรอย  ยามะพีเลียริมฝีปากที่แห้งผาก หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะ.......แล้วเขาก็จมดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์ของคาเมะ.......จนแทบถอนตัวไม่ขึ้นอีกแล้ว 



.............................................................................................................................
...............................................................................................................................................



......ไปหาอะไรกินกัน.......

ข้อความสั้น ๆ จากใครสักคนส่งมาหาเขาในเช้าวันหนึ่ง จินไม่รู้ว่านี่เมล์ใคร แล้วคนส่งมีเมล์เขาได้ยังไง จะว่าเพื่อนหรือคนรู้จักก็ไม่ใช่  แล้วอยู่ ๆ เขาก็เดจาวูถึงไอ้คนที่ชอบเผด็จการเขาอยู่เรื่อย แล้วเขาก็ส่ายหน้า หัวเราะเหอะ  คิดมากไปแล้ว  คงจะส่งผิดเท่านั้นเอง  เด็กหนุ่มยักไหล่ โยนโทรศัพท์ไว้ข้างหมอน ล้มตัวลงนอนต่ออย่างไม่สนใจ  เว้นแต่หัวยังไม่ถึงหมอนดี  อีกข้อความที่ยาวกว่าเดิมก็ส่งมา 

.......ฉันคาเมะ....เลือกเอา จะออกมาภายในสิบนาที  หรือจะให้ฉันเข้าไปลากตัวนายถึงบ้าน........

จินอ้าปากค้าง โทรศัพท์แทบร่วงจากมือ  ค่อยหุบลงเมื่อนึกได้  แล้วตามมาด้วยความหงุดหงิด 
ร่างสูงลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิ  กอดอก จ้องโทรศัพท์นิ่ง  แล้วมันเรื่องอะไรที่เขาต้องออกไปหามัน
ไอ้หมอนี่เอาแต่ใจชิบ มันไม่มีสิทธิมาสั่งคนอื่นให้ทำนู่นทำนี่ตามใจมันสักหน่อย!

แล้วชั่วอึดใจ  ก็ส่งมาอีก

.....8....

จินเลิกคิ้วขึ้น .........แค่นั้น?
แล้วสักพัก

....7......6....

จินทำตาโต นี่มันนับเวลาถอยหลัง?
แต่เขาก็หัวเราะหึหึ  เฉยไว้สักอย่าง มันจะทำอะไรได้?

....5.......4..........

....โมโหแล้วนะ....

เขาปรายตา  แล้วไง?  สมน้ำหน้า!

คราวนี้เงียบหายไปนาน จนจินมั่นใจว่าทางนั้นยอมแพ้แล้ว  เขาจึงเดินไปล้างหน้าแปรงฟัน สะใจในชัยชนะที่ได้มาอย่างงดงาม 
อย่างน้อย.....ให้มันรู้เสียบ้าง ว่าเขาไม่จำเป็นต้องทำอะไรตามความต้องการของมันเสมอไป!

เขาเดินออกมาอีกที  ไฟกะพริบข้อความล่าสุดทำให้เขาเปิดอ่านอีกครั้ง  คราวนี้ลูกตาแทบถลนออกมานอกเบ้า

"เฮ่ย!!"  

ผิวหน้าที่เคยขาวจัด ตอนนี้แดงก่ำ  ไม่ใช่ข้อความ แต่เป็นรูปใครสักคนที่คุ้นตาว่าเป็นตัวเอง กำลังใส่บ็อกเซอร์ตัวเดียว นอนหงาย อ้าปากเหวอ  ในท่าที่ดูไม่ได้เลยสักนิด!!  พระเจ้า!! มันขึ้นมาแอบถ่ายตอนไหนวะ!!    แล้วไม่ได้มีรูปเดียว  มาเป็นชุดคอลเล็กชั่นอย่างที่คนกดดูหน้าร้อนแทบสุก เมื่อคิดได้ว่าคนถ่ายเห็นอะไรไปบ้าง  แถมยังปิดท้ายด้วยข้อความแบล็กเมล์เล็กน้อยพอหอมปากหอมคอ มีอิโมติคอนยิ้มหวานอีกต่างหาก!!

เวลานับถอยหลังถูกส่งมาให้ติด ๆ  จินสบถลั่น ลุกลี้ลุกลนกดหาเบอร์คาเมะในเครื่อง  แล้วมันก็ดันมีเสียด้วย

"อยู่ที่ไหน!!"  

เด็กหนุ่มร้องถามเสียงหลง ก่อนคาเมะจะนับถึงศูนย์  แล้วรูปลับเฉพาะจะโดนฟอร์เวิร์ดไปไหนเสียก่อน
ไอ้หมอนี่นะ  ฝากไว้ก่อนเถอะ!



.....................................................................................................
..................................................................................................................................


เขามายังที่นัดหมาย  ร่างบางยืนกดมือถือตัวเองเล่นอยู่ตรงนั้น ชนิดที่จินต้องแยกเขี้ยวใส่  แล้วก่อนคาเมะจะได้พับฝาเก็บใส่กระเป๋าแล้วทำหน้าตายใส่เหมือนเคย จินก็คว้าหมับไป กดลบรูปในเครื่องจนหมดอย่างรวดเร็ว  พลางตวัดสายตาใส่คาเมะเป็นระยะ ร่างบางหัวเราะคิก ล้อเบา ๆ    "แค่ถ่ายไว้เล่น ๆ  ไม่เห็นต้องโกรธเลย"

ถ่ายเล่นบ้านมันสิ!

จินชะงักไป เมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วเห็นดวงหน้าหวาน ๆ ติดจะสวยมองมาทางเขาด้วยสีหน้าขบขันและแววตาชวนเสียศูนย์  เขาพยายามไม่คิดอะไรแล้วมองไปทางอื่น  ไอ้หน้าตาอย่างนี้  แค่ยิ้มให้ ใครต่อใครก็คงใจอ่อนยวบ  เขายอมรับ ว่ามันหน้าตาดีกว่าใครต่อใครที่เขาเคยเล็งไว้เยอะ  แต่ดูมันทำกับเขาแต่ละอย่าง น่าพิศวาสตาย

“จะไปไหนก็บอกมา”  จินถามเสียงห้วน คาเมะผงะไปนิด

“ทำไมต้องขึ้นเสียงด้วย”  ทำสลดใส่ราวกับหน้าเสียที่โดนตะคอกทั้งที่เป็นเรื่องปกติ จินไม่ทันคิดอะไรกระทั่งได้ยินเสียงตำหนิอย่างจงใจให้ได้ยินของกลุ่มเด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างหลัง

“ผู้ชายอะไร ใจร้ายชะมัด” 

จินหันหน้าขวับ สาว ๆ กลุ่มนั้นก็ลอยหน้าลอยตาไปทางอื่น แต่มองมาอย่างจับผิดนินทาอีกเวลาเขาเผลอ พอหันหาตัวต้นเหตุมันก็ทำไม่รู้ไม่ชี้  จินมองอีกฝ่ายดุ ๆ  คิดจะแกล้งเขาไปถึงไหนฮึ? เขาก้าวฉับ ๆ ไปจากตรงนั้น ไม่สนใจด้วยว่าคาเมะจะเดินตามมาหรือเปล่า ไปไม่เท่าไหร่แขนข้างหนึ่งก็ถูกรั้งไว้จนร่างกระตุก ก่อนจะถูกลากเข้าร้านอาหารที่อยู่ใกล้ ๆ ไม่ฟังคำคัดค้านของเขา และคาเมะก็หยุดทุกคำพูดไว้แค่ว่า

“หิวแล้ว”

ร้านอาหารที่เลือกไม่ได้มีบรรยากาศใดเป็นพิเศษหรือมีมุมลึกลับส่วนตัวให้เขาหวั่นว่าจะโดนลวนลามเอาง่าย ๆ  เหมือนเจ้าคนเลือกมันหิวจริงอย่างที่ว่า พอสายตาจับประตูร้านสักร้านได้จึงตรงดิ่งไปแบบไม่ต้องคิด คาเมะเลือกเอาโต๊ะติดกระจกมองเห็นทิวทัศน์เบื้องนอกได้ถนัด ชั่วครู่ บริกรสาวคนหนึ่งก็เดินมารับออร์เดอร์ได้ หลังจากยื้อแย่งมารับลูกค้าโต๊ะนี้อยู่นาน  จินยกหน้าที่นี้ให้คาเมะ  ซึ่งก็ยิ้มหวานสั่งอาหารได้เสียงนุ่มน่าฟังเล่นเอาสาวเจ้าเคลิ้มไปชั่วขณะ  

รักษาสโลแกนได้ถนัดนัก...มาดมาก...ใส...(ทำให้คนอื่น)ไร้สติ....

จินถอนหายใจ  เขาไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคาเมะเรียกเขาออกมาทำไม  วันนี้หมอนี่หน้าเซียว ๆ  แถมดูเหม่อ ๆ.....แล้วข้าวในจานนั่นก็พร่องไปนิดเดียว ไหนว่าหิว?
ทำงานใช้ร่างกายล่ะมั้ง เลยต้องรักษาหุ่นเป็นพิเศษ ก็ไม่รู้เอาแรงจากไหนมาสู้รบปรบมือกับเขาได้ถึงขนาดนี้

จินเงยหน้าขึ้นเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้านิ่งไปนาน คาเมะใช้มือข้างหนึ่งเท้าคางแล้วหลับตาพริ้บ อีกข้างถือช้อนวางนิ่งอยู่ในจาน จินมุ่นคิ้ว ลองเอื้อมมือไปแตะ ๆ ดู.......ยังนิ่ง   แตะแรงขึ้นอีกนิด....เฮ่ย มันหลับ....อีกแล้ว!

เขาส่ายหน้า  เรียกบริกรคิดเงิน  ก่อนเขย่าตัวอีกฝ่ายให้ตื่น  คาเมะลืมตาขึ้นมึน ๆ

“อะไร?”

ยังจะมาถามอีก

“กลับ”

จินบอกสั้น ๆ   และไม่ทันรู้ตัวว่าน้ำเสียงที่ใช้นั้นอ่อนโยนลง 
รู้ตัวอีกที จินก็กำลังผลักคาเมะเข้าไปในรถแท็กซี่  ทันทีที่หัวแตะเบาะและจินเข้ามานั่งเรียบร้อยเขาก็เอ่ยปากถาม

“นี่........จะให้ไปส่งที่ไหน”

ร่างปวกเปียกเอนลงซบไหล่กว้างราวกับจงใจ ปลุกเท่าไหร่ก็งอแงงไม่ยอมตื่น จนจินเริ่มสงสัยว่ามันหลับจริงหรือหลับแกล้ง แต่ยังไงก็คุยกับคนขี้เซาไม่รู้เรื่องแล้ว  เขาจะเอาเจ้าโฮสต์นี่ไปหย่อนไว้ไหนดี?  ถอนหายใจอีกเป็นครั้งไม่ถ้วน จึงบอกทางไปบ้านตัวเองกับคนขับ


หมอนี่เหมือนจะร้าย.....แต่ก็ไม่เสียทีเดียว.......หยอกเขาเล่นไปวัน ๆ   ต้องการอะไรจากเขากันแน่? 
จินได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ  ใบหน้าใสยามหลับสนิทดูไร้เดียงสาไม่ต่างจากเด็กเล็ก จินบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร

เมฆรวมตัวกันครึ้ม แล้วสายฝนก็โปรยปรายลงมาบาง ๆ


............................................................................................
.....................................................................................................


ร่างนั้นขยุกขยิกอยู่ใต้ผ้าห่ม คาเมะพลิกตัวตะแคง ลืมตาขึ้น จังหวะหายใจยังสม่ำเสมอ กลิ่นสบู่อ่อน ๆ สะอาดสะอ้านชวนให้อยากซุกอยู่ตรงนี้นาน ๆ  แต่เสียงเม็ดฝนสาดกระทบชายคา แล้วพร่างพรูเปาะแปะลงระเบียงด้านนอกก็ทำให้เขาต้องค่อยลุกขึ้นนั่ง มองหน้าต่างที่เป็นฝ้าเพราะความเย็น ฝนเม็ดแล้วเม็ดเล่ายังไหลผ่านลงมาเหมือนม่านน้ำตา

เขายิ้ม...เยาะตัวเอง....  
ฝนตกไม่หนักมากแต่ฟ้าทั้งฟ้าก็แลสลัว  เป็นอย่างนี้ทีไร  เขาหลับไม่ลงสักที
คาเมะทอดสายตาออกไปแบบไร้จุดหมายเช่นที่เคยทำ

นั่งอยู่อย่างนั้นเป็นนาน  ก่อนใครบางคนจะเข้ามาทำลายความสงบเงียบของคาเมะ

“ตื่นแล้วเรอะ?”

เสียงนั้นสร้างรอยยิ้มขบขันตรงมุมปาก คาเมะหันไปมองคนพูดที่ถืออ่างน้ำยืนอยู่หน้าประตู ประตูเปิดไว้กว้างสุด ราวกับนึกกลัวว่าหากเขาทำอะไรจะได้กระโดดหนีทัน คาเมะหัวเราะต่ำอย่างนึกขำ เล่นเอาคนที่หน้าบอกบุญไม่รับอยู่แล้วให้บูดบึ้งเข้าไปใหญ่

คาเมะค่อยนึกได้ในเดี๋ยวนั้น  ห้องนี้ เขาเคยเข้ามาแล้ว  เตียงที่เขานั่งอยู่ เขาก็เคยนั่งมาแล้ว รวมถึงหมอนนุ่ม ๆ หลับสบาย......กลิ่นอย่างนี้ คาเมะมองเลยไปยังเส้นผมหยักศกกระนั้นก็นุ่มมือ แวบหนึ่งเขานึกอยากจรดปลายจมูกลงบนกลุ่มผมนั้น  หากก็แวบเดียวเท่านั้น จนเจ้าตัวเองยังไม่ใส่ใจ  เหมือนกับที่นึกสงสัยว่าเขาขึ้นมาข้างบนนี่ได้ยังไง

ใกล้เตียงมีโต๊ะเล็ก ๆ อยู่ตัวหนึ่ง วางนาฬิกาปลุก แว่นตา กับ...  คาเมะไม่ทันมองให้ทั่วของเหล่านั้นก็ถูกกวาดไปไว้มุมโต๊ะก่อนเจ้าของห้องจะวางถาด.....ความจริงควรใช้คำว่ากระแทกอย่างเบามือ

“..........นายนี่มันขยันป่วยจริง ๆ เล๊ย” 

จินบอก แล้วอ่างหน้ากับผ้านั่นก็เหมือนจะเป็นหมันไปเมื่อคนไข้ฟื้นแล้วอย่างนี้  แต่สุดท้าย ท่าทางเนือย ๆ เพลีย ๆ เหมือนไม่ได้นอนมาทั้งคืน แล้วยังมาตัวร้อนแบบนี้ก็ทำให้คนมองอดสงสารไม่ได้   จินบิดผ้าให้หมาด  นั่งลงข้าง ๆ ซับหน้าให้...........ก็ไหน ๆ ยกเข้ามาแล้ว  ไม่อยากเสียพลังงานเปล่าเท่านั้นแหละ 

“กลับไปก็หายากินซะด้วย”

“ขอบใจ”

จินนิ่งไปกับการพูดที่นุ่มนวลผิดจากเคย ดวงตาคู่นั้นแวววาวอย่างประหลาด รอยยิ้มขบขันที่ไม่ได้มาจากการยั่วโมโหทำให้ดวงหน้าอ่อนใสแลดูมีเสน่ห์น่ามอง เขากลอกตาไปทางอื่นก่อนตอบเสียงห้วน

"ไม่ได้เป็นห่วงหรอกนะ!  แต่ถ้าไปล้มที่ไหนเข้า คนอื่นเขาจะเดือดร้อนเอา!"  

ครั้นแล้วเขาก็พยายามทำหน้าให้ดูปกติที่สุดก่อนเดินออกมา ปล่อยให้ ‘ลูกรักคุณแม่’  อยู่ในห้องคนเดียว


........................................................................
.........................................................................


เรโอะทำหน้าครุ่นคิด

เขามีเรื่องคาใจ นับแต่วันแรกที่พบคาเมะยืนอยู่ในบ้านเขาเองกระมัง  แต่ก็ลังเล ไม่กล้าถาม จนมาวันนี้ เขาเห็นรองเท้าของพี่ชายกับคาเมะวางอยู่คู่กัน ซ้ำยังได้รู้จากแม่ที่เพิ่งเดินสวนกัน ตอนแม่จะออกไปซื้อของว่าคาเมะมา และนอนหลับอยู่ในห้องพี่ชาย  เขาระงับความสงสัยไว้ไม่ไหวแล้ว เห็นวันนี้ต้องถามสักที เรโอะกลั้นใจ เดินไปกระตุกชายเสื้อของจินที่เดินลงมาหน้าตาเซ็งโลก ก่อนต้องสะดุ้งเมื่อทางนั้นหันมามองขวับตาขุ่น

.....เรโอะชักไม่แน่ใจอีกรอบ นี่ก็อีกเรื่องที่สงสัย ปกติพี่ชายเขาก็ดี ทำไมพูดถึงชื่อคาเมะ หรือถ้าคาเมะมาที่บ้าน พี่ชายเขาต้องอารมณ์ไม่ดีทุกครั้งด้วย  ทั้งที่ปากบอกปาว ๆ ว่าไม่ใช่เพื่อน แล้วทำไมพาคาเมะขึ้นห้องนอนง่าย ๆ อย่างนั้น  ขนาดแฟนเก่ายังเคยแค่ครั้งเดียวเอง  เรโอะเริ่มคันปากยิบ ๆ  มันต้องเป็นอย่างนั้นแน่เลย

"พี่จิน ๆ" 

"มีอะไรก็ว่ามาสิ"   นั่น หงุดหงิดอีกแล้ว 

"พี่จินรับใช่มะ"

"รับอะไร"  จินทำหน้างง ๆ

"ก็.....  "  เรโอะเกาหัว เรื่องแค่นี้ทำไม่เข้าใจ ต้องให้พูดตรง ๆ    "ก็เป็นฝ่ายรับให้พี่คาเมะไง"

เรโอะถามอย่างที่ตัวเองคิดด้วยนัยน์ตาใสกิ๊งที่สุด ตามความเห็นเขาแล้ว ถึงคาเมะจะตัวเล็กกว่า แต่มาดแมนไม่เป็นรองพี่ชาย วันก่อนยังแอบแจกเคล็ดเอาใจสาวไว้ให้เขาได้ใช้อีก จินเสียอีก...สายตาจับจ้องอยู่ที่คาเมะประจำ แถมชอบจิกสายตาใส่เขาเวลาคุยกับคาเมะด้วย ยังกะหึง!

แล้วทันทีที่สิ้นคำ ใบหน้าคมก็แดงก่ำไปถึงหูเพราะโกรธจัดพร้อมกับเจ้าคนปากพาซวยต้องรีบดีดตัวหลบฝ่าเท้าอำมหิตที่ส่งมาหมายฆาตกรรมคนพูดให้คอหักคาบันได

"ไอ้บ้าเรโอะ!!!! แกเอาสมองส่วนไหนคิดวะ!!" 

เรโอะรีบเอามือปิดปาก เขาขมวดคิ้วรอบสอง ประมวลความใหม่

“ถ้างั้นก็รุก”

“ไม่ใช่โว้ย!!”

สองเมตรไม่พอระยะปลอดภัยเมื่อพี่ชายทำท่าจะพุ่งหลาวลงมาหักคอเขาให้ได้ เรโอะวิ่งหนีในขณะที่จินตะโกนด่าเอ็ดตะโรไปทั่วบ้าน จินกำลังจะกดเรโอะทุ่มกับพื้นได้แล้วเชียวตอนที่คาเมะโผล่เข้ามาแล้วไอ้น้องชายตัวดีก็ตะโกนเรียกลั่นทำเอาเขาชะงักไปหนึ่งจังหวะ

“พี่คาเมะ!!!”  ว่าแล้วมันก็วิ่งไปหลบหลังไอ้โฮสต์นั่น รีบฟ้อง “พี่จินจะฆ่าผม  พี่คาเมะช่วยด้วย”

จินยิ่งเดือดดาล 

“นี่แกเห็นคนอื่นดีกว่าพี่แกเองงั้นเหรอ”

“ก็ไล่เตะผมอย่างนี้จะไม่ให้เห็นพี่คาเมะดีกว่าได้ยังไงล่ะ”

“แล้วคำถามแกมันน่าเตะมั้ยล่ะ!!!”

“ไม่เห็นน่าเตะ พี่จินก็บอกมาสิว่ารับหรือ...”

“หุบปากถ้าไม่อยากโดนแหกอก!!”

“รับอะไร”   ประโยคขัดทัพเล่นเอาทั้งคู่ชะงักค้าง จินมองหน้าคนถามแล้วรีบเบือนไปทางอื่นอย่างไม่กล้ามอง ปกติเขาไม่ใช่คนขี้อาย  โทษความผิดของคาเมะเถอะที่ทำอีท่าไหน สิ่งที่มันเคยทำไว้ถึงได้ติดตรึงอยู่ในหัวเขาแบบนี้  เขามองริมฝีปากรูปกระจับบางกับใบหน้าตาย ๆ ของอีกฝ่ายแล้วอยากจะบ้า สัมผัสที่มันชอบทิ้งไว้เข้ามากวนใจเขาอีกแล้ว 

“ไม่เกี่ยวกับนาย”  จินพยายามข่มเสียงตัวเองให้เรียบ แต่เรโอะก็แย้งอีก

“ทำไมจะไม่เกี่ยว?!” 

เสียงล้อเลียนนั้นฟังแล้วก็น่าเหยียบให้จมดิน จินขยับเข้ามาจะขย้ำคอให้ได้ เรโอะก็ยิ่งดันคาเมะเข้าไปเป็นโล่ แถมได้ผลอีกต่างหาก จินหยุดกึกทันทีได้แต่แยกเขี้ยวอยู่ไกล ๆ 

“เอาล่ะ ช่างเถอะ”  คาเมะยกมือห้ามไว้  “ฉันจะกลับแล้ว ขอบคุณที่ให้รบกวน เรโอะ พี่ฝากลาแม่เราด้วยล่ะ”

ร่างบางกล่าวพลางเอามือวางลงบนหัวเรโอะอย่างสนิทสนม

“แต่ฝนยังตกอยู่เลยนะพี่คาเมะ.....”

“ไม่เป็นไรหรอก  อยู่นานเดี๋ยวจะตกหนักกว่านี้.........คงกลับลำบาก”

คาเมะบอกเรียบ ๆ   แล้วร่างนั้นก็ค่อยเดินลับหายไปจากประตู  เรโอะวิ่งตามไปส่ง 
เสียงฝีเท้าสองคู่ห่างออกไป จนครู่ใหญ่ เรโอะก็เดินกลับมา  แล้วแกล้งพึมพำ

“ถึงจะใกล้หยุดตกแล้ว แต่ถ้าเดินตากฝนมาก ๆ ก็ต้องไม่สบายอีกแน่เลย”

คนฟังที่ทำเป็นไม่สนใจอะไรนิ่งไป  เขามองช่องเสียบร่มเงียบ ๆ


...............................................................
...........................................................................


ฝนยังคงตกปรอยปราย อากาศเย็นจัดจนบาดผิว เสียงน้ำเฉอะแฉะเรียกให้เขาหยุดเดิน
คาเมะยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นว่าเป็นใคร

“ร่มครับพี่  แล้ววันหลังค่อยเอามาคืนนะ” 

ร่างที่ถือร่มคันสีส้มส่งร่มสีน้ำตาลอ่อนให้เขา คาเมะยิ้มรับ ครั้นแล้วผู้อ่อนวัยกว่าก็วิ่งกลับลับตาไป
เขากางร่ม........ก่อนเดินฝ่าสายฝนไปตามถนนทอดยาว





tbc.


PASSION CH.5

ดอกไม้ที่ผลิบานอยู่เมื่อครู่แห้งเหี่ยวลงทันตา แถมเจ้าของห้องยังทำท่ากระทืบซ้ำอีกต่างหาก ยูยะได้แต่นั่งทับส้นเรียบร้อย มองอีกฝ่ายที่ยังยืนกอดอกทำหน้าถมึงทึง บอกไปหมดแล้ว สารภาพไปหมดแล้ว กุญแจก็บอกไปแล้วว่าได้มาจากคาเมะ ทำท่าทำทางก็เหมือนรู้จักคาเมะไม่ใช่หรือ  ยูยะชักจะหน่ายใจ  ลอบถอนใจเฮือก ยืนยันเป็นรอบที่ร้อยแล้วว่าไม่ได้งัดประตูหรือหน้าต่างเข้ามา ข้าวของในห้องก็ไม่ได้มีอะไรเสียหายสักนิด   แล้วที่สำคัญ.....หน้าเขาเหมือนโจรนักหรือไง!

จะโทรหาคาเมะยืนยัน หมอนี่ก็ไม่ยอม  ต้องการอะไรกันแน่นะ!

เหมือนรู้ว่าด่าอยู่ในใจ  ยามะพีเดินเข้ามาใกล้ ท่าทางคุกคามมากขึ้น  ยูยะกลั้นหายใจ หลับตาปี๋  แอบลืมตาขึ้นข้างหนึ่ง  พอเห็นว่าชายหนุ่มไม่ได้ทำอะไรนอกจากชะโงกหน้าเข้ามาดู เขาก็ผงะออก เถิบส้นเท้าถอยไปนิด แล้วเชิดหน้าขึ้นเหมือนจะเตือน

ยามะพีไม่สนใจ   "เพื่อนคาเมะหรือ?"

ยูยะพยักหน้า  พยักจนเมื่อยคอแล้วนะ

"เพื่อนแน่หรือ?"

วะ  ก็แล้วจะโกหกทำไมเล่า  เขาทำหน้ามุ่ย ๆ ใส่  ยามะพีจึงยักไหล่  เมื่อจับผิดใด ๆ ไม่ได้ก็ถอยออกไปหลายก้าว อิงสะโพกกับโต๊ะตามเดิม  แล้วถามต่อ

"มีใครมากับนายบ้าง"

ยูยะขมวดคิ้ว  ถามให้ได้อะไร  ช่วยให้เขาพ้นจากการเป็นผู้ต้องสงสัยหรือ?  หรือเจ้าของห้องนี่จะคิดว่าเขาทำอาชญากรรมเป็นทีม? เฮ่ย ไปกันใหญ่แล้ว

"ฉันถามว่ามากับใคร?"  มัวแต่คิดสะระตะให้วุ่นวาย เลยโดนถามซ้ำเสียงห้วน ๆ   ยูยะสะดุ้ง...ส่งเสียงจิ๊จ๊ะ  หน้าตาก็ใจดีแท้ ๆ    "ทำไมต้องดุด้วย…!"

ยามะพียังมองนิ่ง ยูยะเลยร้องแหะ  แล้วตอบเสียงอุบอิบ 

"ผมมาคนเดียว"

"งั้นก็กลับไปซะ"  ยามะพีบอกเรียบ ๆ  ส่งผลให้คนฟังเบิกตากว้าง

"เอ๋" 

ยังร้องไม่ทันขาดคำ ยามะพีก็คว้าเอากุญแจของกลางที่วางไว้บนโต๊ะใส่กระเป๋าตัวเองเฉย เด็กหนุ่มทำตาโต

"ทำอะไรน่ะ!"  ยูยะร้องแหว  ลืมตัวไป ว่ากำลังถูกสอบปากคำ

"ก็นี่ห้องฉัน  ฉันเอาคืน  ไม่ถูกหรือ?"

"ก็ผมได้มาจากคาเมะนี่"  ยูยะเถียง   "ตะกี้ไหนยังหาว่าเป็นกุญแจผีอยู่เลย แล้วเก็บลงกระเป๋าทำไม"

"พูดมากจริง....."   ยามะพีบอก  แล้วก็ค่อยยิ้ม แบบที่...ยูยะคิดว่า  เป็นสัญญาณอันไว้ใจไม่ค่อยได้

“คาเมะไม่อยู่...ไม่เห็นหรือ”   

"เห็น...."

"นายอยู่กับฉันสองต่อสอง"

"รู้....."

"ถ้านายไม่ฟังฉัน ฉันก็จะยัดข้อห้าพรากผู้เยาว์ให้ตัวเอง......ดีไหม?"

คำว่า 'ดี'  ชะงักอยู่ที่ปาก  พอสมองตีความได้ ก็ตาเหลือกขึ้นมอง ถอยกรูด

"ไม่เอ๊า!!"

"ดีมาก" 

ยามะพีบอกติดตลก  เด็กหนุ่มสีหน้าระเรื่อขึ้น   ลูกมีพ่อมีแม่นะ  หยอดมุขแบบนี้ได้ไง  ไม่ขำเว้ย!
แต่แล้วยามะพีก็ขรึมลง  มองยูยะที่ยังตั้งท่าขัดอกขัดใจนิ่ง ๆ แล้วบอกเสียงเรียบ

"ฉันไม่ได้อยากก้าวก่ายความสุขใคร......แต่หมอนั่นเป็นของฉัน  อย่าได้เข้ามาเป็นมือที่สาม...." 

ยูยะหันขวับ อึ้งไป

"อะไรนะ..."

ยามะพีไม่พูดอะไร  ใช้ความเงียบให้ยูยะเข้าใจเอง  เด็กแก้มยุ้ยคนนี้ ทำไมเขาจะจำไม่ได้  รูปถ่ายใบที่คาเมะหยิบขึ้นมาแล้วผิวปากหวือวันนั้น  เด็กคนนี้.....คาเมะยอมใช้เวลาอยู่ด้วย แต่ไม่ยอมอยู่กับเขา  ยามะพีถอนใจหงุดหงิด  นี่มันอะไร เขาไม่เข้าใจ  เจอตัวจริงเข้า ไอ้เด็กนี่ก็เด็กกะโปโลธรรมดาคนหนึ่งไม่ใช่หรือ   บังเอิญที่บ้านมีเงินเท่านั้นเอง ถึงได้ว่างเที่ยวโฮสต์เอาโครม ๆ  คาเมะติดใจอะไรนัก?!

".....ฉันคงห้ามคาเมะไม่ได้  แต่ฉันคงพูดกับนายได้ใช่ไหม?"

เด็กหนุ่มที่ยังเถียงจ๋อย ๆ ในตอนแรก  ใบ้กินขึ้นมากะทันหัน  ยามะพีหัวเราะหึ  มอง ๆ ไปก็สงสารเหมือนกัน 
แต่เรื่องหัวใจ  มันเข้าใครออกใครเสียที่ไหน!

"เข้าใจแล้ว"

ยูยะบอก หน้าตาไม่เป็นมิตรกับเขายิ่งกว่าตอนแรกที่เข้ามาเจอเสียอีก  เด็กหนุ่มคว้ากระเป๋าที่วางไว้ข้างตัว ลุกขึ้น ขว้างค้อนปึง แล้วแกล้งเดินเฉียดไหล่ยามะพี  เขาไม่ว่าอะไร  เพียงมองตามหลังร่างเล็กที่เดินกลับออกไปพลางส่ายหน้าระอา 

ยูยะยังไม่ได้ไปไหน เขาพ่นลมหายใจแรง ฮึดฮัดอยู่หน้าห้องนั่นเอง หันไปหาตาแมว แลบลิ้นใส่   "คนอะไร ขี้เก๊กชะมัด!"

ว่าแล้วก็ค่อย ๆ เอากุญแจที่ล้วงมาได้ขึ้นดูอย่างพอใจ  กระหยิ่มยิ้มย่อง  "แต่เสียใจด้วย..."

"มือไวนักนะ"

ยังพูดไม่ทันจบประโยค  พวงกุญแจก็ถูกดึงไปจากมือ  พร้อมกับประตูที่ปิดลงรวดเร็วไม่แพ้ตอนเปิดออกมา  ยูยะยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงนั้นครู่ใหญ่ ก่อนจะร้องเฮอะ แล้วเดินตึงตังจากไป ชนิดกะให้สะเทือนไปทั้งชั้นเลยทีเดียว


........................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................


บรรยากาศในห้องหลังจากเด็กนั่นกลับไปเงียบสนิท  ยามะพีเดินกลับมา  วางกุญแจที่แย่งคืนได้ลงบนโต๊ะ  มองอยู่ครู่หนึ่ง  ใจหนึ่งชื้น  คาเมะยังเก็บกุญแจห้องเขาไว้กับตัว  แต่ต่อมา ใจกลับเต้นเร่า  คาเมะไม่ได้แคร์อะไรเขาเลย นึกอยากเอาไปให้ใครก็ให้  ไม่สนใจ  หรือคาเมะลืมไปเสียแล้วไม่รู้  ว่าเขาเอง ที่เป็นคนให้ไว้กับมือ

เขาพยายามข่มอารมณ์ที่ประทุขึ้นมาในอกให้สงบลง  แต่กระนั้น นัยน์ตาคมก็ยังวาวโรจน์ขึ้นอย่างช่วยไม่ได้  หัวคิ้วสองข้างเริ่มผูกกันแน่น

เขาโกรธ...

ความอดทนเขาบิดเกลียวเต็มที่ จนเหมือนใกล้สิ้นสุด ตอนนี้ เขาไม่อยากจะทน
เห็นชัด......กับเด็กนี่ คาเมะเทคแคร์เกินไปแล้ว  คาเมะไม่ใช่แค่เล่น ๆ  นัดเดทด้วยแล้วจบเหมือนที่ผ่านมา แล้วยังจะเด็กที่ชื่อจิน.....  คาเมะคิดจะสานสัมพันธ์ คิดจะก้าวหน้า ทำเหมือนไม่เห็นหัวเขาอย่างนั้น  อย่างที่เคยถามไป  เอาเขาไปไว้ที่ไหน แต่คาเมะไม่มีคำตอบให้

คิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ พร้อมกับเหตุผลว่าทำไมเขาถึงยอมให้คาเมะทำนู่นทำนี่ตามอำเภอใจ....เพราะความโง่งมของเขาเอง   เพราะเจ้าตัวให้ความหวังเขาอยู่เนือง ๆ ว่าวันหนึ่งจะกลับมา  แต่ตอนนี้....คาเมะตัดเยื่อตัดใยเขาเสียไม่มีดี  เขากลายเป็นของเก่า ไม่ได้รับการแยแส เพียงเพราะตัวเองเจอของถูกใจชิ้นใหม่

เขาคงทำตัวเป็นของตายมากเกินไป

นัยน์ตายามะพีวาววับ...
ไอ้เด็กนั่น......  เดี๋ยวคงโทรไปฟ้องคาเมะ  ถามคาเมะว่าไม่จริงใช่ไหม เขาโกหกใช่ไหม หรือไม่ก็คงทำอะไรสักอย่าง ให้คาเมะสืบสาวราวเรื่องมาถึงเขาจนได้  ก็คงไม่ต่างจาก ‘ผู้หญิง’ คนก่อน ๆ ของคาเมะนักหรอก

และนั่นเอง ทำให้ยามะพีนั่งคอย......   จับจ้องดวงอาทิตย์สีแดงกลมโตลาลับของฟ้าไป เพียงชั่วโมงกว่า ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น 
มุมปากกระตุกยิ้ม ยามะพีเดินไปต้อนรับ  แล้วร่างที่เขาคาดหวังว่าจะได้พบก็ยืนอยู่ตรงหน้า

"กุญแจ"

ประโยคแรกไม่ทักไม่ทาย  คาเมะมองหน้าเขาเฉย พูดห้วน ๆ

"รู้ได้ไงว่าอยู่กับผม....?"   ยามะพีถามยิ้ม ๆ  ขณะเดินนำเข้ามาในห้อง

คาเมะถอนหายใจระอา  ไม่ตอบอะไร

"เดี๋ยวนี้เลี้ยงเด็กหรือ"     ยามะพีเดินนำคาเมะเข้ามาในห้อง

"อยากอยู่เหมือนกัน......แต่คนนี้น่ะไม่ใช่"  

คาเมะพูดทีเล่นทีจริง  เขาหรี่ตาลง....

"แล้วใคร.......อาคานิชิ  จิน?"

คาเมะตวัดสายตาฉับ และยามะพีก็บิดรอยยิ้ม ก่อนรอยยิ้มนั้นจะพลันหายไปเมื่อได้ยินเสียงเรียบเย็นตอบกลับมา  

"ห้ามแตะต้องหมอนั่นแม้แต่ปลายเล็บ!"

".............เห็นว่ายอมล่ะเอาใหญ่เลยนะคาเมะ"   ในน้ำเสียงมีรอยกรุ่นโกรธแฝงอยู่ชัด

ยามะพีคว้าข้อมือคาเมะไว้ ดึงเข้ามาใกล้  คาเมะขมวดคิ้ว ยื้อออก แต่ยามะพีไม่ปล่อย กลับบีบแรงขึ้น...แรงขึ้น เหมือนแววตาที่กระด้างขึ้นเรื่อย ๆ

“ปล่อย...”

เจ็บงั้นหรือ?  ดี เจ็บให้มาก ๆ   หัดรู้รสชาตินี้เสียบ้าง ไม่ใช่ดีแต่ทำคนอื่นอยู่ฝ่ายเดียว

ยามะพีกระชากคาเมะเข้าหาตัว  และขืนกดลง จับแขนสองข้างตรึงแน่น ขืนจูบรุนแรง คาเมะตาโพลง ขัดขืนด้วยเรี่ยวแรงเท่าที่มี ผลักไส จิกปลายเล็บลงบนผิวเนื้อและเบือนหน้าหนีไม่ให้อีกฝ่ายกระทำจาบจ้วงโดยง่าย  ยามะพีสบถอย่างขัดใจ มองริมฝีปากที่เริ่มบวมช้ำ ดวงตากลมโตฉายความขุ่นเคืองเมื่อท่อนแขนตนมีเลือดไหลซิบ ความกรุ่นโกรธที่กักเก็บไว้มานานยิ่งพังทะลักทลาย เพราะเป็นเขางั้นหรือคาเมะจึงรังเกียจ กับคนอื่น คาเมะจึงยอมเข้าหาและสัมผัสด้วยความเต็มใจ  เพราะว่าเป็นเขางั้นหรือ!

“แกทำอะไร!”   เสียงนั้นเอ่ยถามอย่างตกตะลึง ร่างบางสั่นน้อย ๆ  

ยามะพีกล้า..... อย่างคนไม่มีอะไรจะเสีย  เขากล้ากว่าครั้งใด  ไม่กลัวว่าคาเมะจะโกรธ หรือเกลียดอีกต่อไป 
เขาไม่ตอบคำถาม แต่ปลายจมูกซุกลง มือสองข้างนั้นพยายามยันตัวเขาออกและสบถลั่น ยามะพีไม่ฟัง เขาอยากทำอะไรสักอย่างให้สมกับความอัดอั้นที่สั่งสม

“กลายเป็นคนฉวยโอกาสตั้งแต่เมื่อไหร่............ยามะ!!” 

ตะโกนถามลั่น และแทนคำตอบ ร่างคนพูดที่ดิ้นจนหล่นลงพื้นแข็งก็ถูกทาบทับด้วยร่างที่แข็งแรงกว่า เสื้อถูกถลกออกจนเห็นหัวไหล่กลมมน ผิวเนื้อเปลือยสัมผัสอากาศ ดวงหน้าเรียวใสแดงระเรื่อเมื่อถูกตีตราจอง ดวงตาคู่นั้นยังเบิกกว้าง แต่ยามะพีกลับรู้สึกพอใจ อีกสีหน้าหนึ่งแล้วที่เขาได้เห็น อารมณ์ของคาเมะที่ไม่เคยมีใครได้เห็น เขาจะเป็นคนเดียวที่ได้เห็น  ริมฝีปากเลียดไล้ลงตามซอกคอ  คาเมะจะต้องเป็นของเขา ของเขาคนเดียวเท่านั้น

มือข้างนั้นเลื่อนลงต่ำ คาเมะผวาเฮือก.........ดวงหน้าระเรื่อขึ้นเรื่อย ๆ  แล้วแรงขัดขืนนั้นก็ลดลง  ร่างบางจิกต้นแขนยามะพี  จนเมื่อสิ่งแปลกปลอมรุกรานส่วนที่ไม่เคยมีใครยุ่มย่าม  คาเมะสัมผัสได้ถึงส่วนแข็งขันแสดงตัณหาอย่างชัดเจน  เขากัดฟัน  ปล่อยให้ยามะพีทำตามใจตน ตักตวงเอาความสุขสมจากร่างกาย อารมณ์แห่งความรักความใคร่ชำแรกแทรกซึมและยามะพีก็ได้ไปจนสุดทาง........ครั้งแล้ว ครั้งเล่า  





แสงอาทิตย์ฉายเข้ามาในห้องนอนอ่อน ๆ   ยามะพีผ่อนลมหายใจ  ร่างบอบบางยังนอนอยู่ในอ้อมกอดเขา  ไม่หายไปไหน  ทุกอย่างไม่ใช่ความฝัน 
หลังมือเคลียดวงหน้าใสอย่างระมัดระวัง ไม่นานนัก เปลือกตาสวยก็ปรือขึ้น.........คาเมะขยับตัว ท่าทางยังง่วงงุน  ครั้นหันมาเห็นเขา  ก็ไม่พูดอะไร เพียงหลับตาลง คลึงหัวตาตัวเองเบา ๆ แล้วหาวหวอดอีกที  กริยาน่ารักเป็นธรรมชาติจนหัวใจคนมองแทบกระตุก

ยามะพีคล้ายจะกล่าวคำขอโทษ....แต่เขาก็ไม่ได้กล่าว  เฝ้าสังเกตร่างนั้น ที่ยันตัวขึ้นนั่ง สำรวจร่างกายตัวเองคร่าว ๆ  แล้วจึงลุกขึ้น เรือนร่างพราวสะองยังหลงเหลือร่องรอยของเขา  คาเมะฉวยเอาเสื้อคลุมสีขาวปลายเตียง สวมทับ คาดเอวลวก ๆ  พาร่างตนไปยังห้องน้ำ  นิ้วเรียวยาววางบนลูกบิดประตู  มือข้างหนึ่งนวดต้นคอเบา ๆ   เมื่อยและเหนียวตัวเต็มที  เขาอยากอาบน้ำ...

คาเมะทิ้งสายตาให้ยามะพีก่อนผลุบหายเข้าไป และนั่นทำให้เจ้าของห้องรีบลุกตามไปอย่างรวดเร็ว เสียงฝักบัวดังเปาะแปะหลังม่านใส  ยามะพีเห็นเงาร่างที่ขยับไหวชำระกายอยู่ในม่านน้ำ เขาก้าวเข้าไปประชิดด้านหลัง วางมือบนไหล่ที่เล็กกว่า ทาบริมฝีปากบนต้นคอ ร่างบางเบือนหน้ามอง ถามเสียงเรียบ

"เมื่อคืนยังไม่พอหรือไง"

มุมปากสีสดแย้มยิ้ม คาเมะหันหลังกลับมา เงยหน้าสบตายามะพี ร่างสูงโน้มลง แต่ปลายนิ้วแตะกั้นริมฝีปากเขาไว้ ยามะพีชะงัก ขมวดคิ้วสงสัย และคาเมะก็เพียงแต่ยิ้มเหมือนที่เคยยิ้ม  น้อยครั้งนักที่เขาจะล่วงรู้ ว่าคาเมะคิดอะไร

คาเมะปิดบังทุกอย่างไว้ได้มิดชิด เวลายิ้มแบบนั้น...........
ยิ้มแต่ริมฝีปาก  ดวงตาไม่ได้ยิ้ม

แล้วความคิดของยามะพีก็หลุดลอยไปเมื่อลมหายใจร้อน ๆ รินรดบนต้นคอ  มือคาเมะทาบลงบนแผ่นอกแน่นกล้าม  แล้วร่างอุ่นนุ่มก็เบียดเข้ามาเหมือนจะร้องขอบางอย่างจากเขา  ต้นขาเสียดสีไปมา รอยยิ้มนั้นแย้มออกอย่างพอใจเมื่อเขาหายใจขัด และได้รับการตอบสนอง

"เดี๋ยวก็เจ็บตัวอีกหรอกคาเมะ.."  เขาสัพยอก  แต่คาเมะยิ้มซุกซน ดึงมือเขาออกไปยังพื้นแห้งอีกด้าน อิงสะโพกเข้ากับเคาน์เตอร์ ดึงร่างตัวเองขึ้นไปนั่ง ใช้ขาข้างหนึ่งเกี่ยวเอวเขาเข้าไปชิด  กระซิบเสียงเครือ 

"อยากเจ็บจะแย่อยู่แล้ว....ไม่เห็นหรือ"

คาเมะไม่ละสายตาจากเขา ทั้งอมนิ้วของตนจนชุ่มแล้วค่อย ๆ แตะช่องทางด้านหลัง สอดเข้าไป....จากหนึ่ง..เป็นสอง....หายใจแรง สะบัดหน้าขึ้น ขยับชั่วครู่แต่แล้วกลับหยุด ทำหน้าเหมือนไม่ได้ดั่งใจ  ร่างทั้งร่างยังพราวหยดน้ำ เส้นผมเปียกชื้นระต้นคอ คาเมะเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างเว้าวอน เสียงใสครางขัดใจเบา ๆ  ทั้งที่ดวงตาหวานฉ่ำปรอย  ยามะพีเลียริมฝีปากที่แห้งผาก หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะ.......แล้วเขาก็จมดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์ของคาเมะ.......จนแทบถอนตัวไม่ขึ้นอีกแล้ว 



.............................................................................................................................
...............................................................................................................................................



......ไปหาอะไรกินกัน.......

ข้อความสั้น ๆ จากใครสักคนส่งมาหาเขาในเช้าวันหนึ่ง จินไม่รู้ว่านี่เมล์ใคร แล้วคนส่งมีเมล์เขาได้ยังไง จะว่าเพื่อนหรือคนรู้จักก็ไม่ใช่  แล้วอยู่ ๆ เขาก็เดจาวูถึงไอ้คนที่ชอบเผด็จการเขาอยู่เรื่อย แล้วเขาก็ส่ายหน้า หัวเราะเหอะ  คิดมากไปแล้ว  คงจะส่งผิดเท่านั้นเอง  เด็กหนุ่มยักไหล่ โยนโทรศัพท์ไว้ข้างหมอน ล้มตัวลงนอนต่ออย่างไม่สนใจ  เว้นแต่หัวยังไม่ถึงหมอนดี  อีกข้อความที่ยาวกว่าเดิมก็ส่งมา 

.......ฉันคาเมะ....เลือกเอา จะออกมาภายในสิบนาที  หรือจะให้ฉันเข้าไปลากตัวนายถึงบ้าน........

จินอ้าปากค้าง โทรศัพท์แทบร่วงจากมือ  ค่อยหุบลงเมื่อนึกได้  แล้วตามมาด้วยความหงุดหงิด 
ร่างสูงลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิ  กอดอก จ้องโทรศัพท์นิ่ง  แล้วมันเรื่องอะไรที่เขาต้องออกไปหามัน
ไอ้หมอนี่เอาแต่ใจชิบ มันไม่มีสิทธิมาสั่งคนอื่นให้ทำนู่นทำนี่ตามใจมันสักหน่อย!

แล้วชั่วอึดใจ  ก็ส่งมาอีก

.....8....

จินเลิกคิ้วขึ้น .........แค่นั้น?
แล้วสักพัก

....7......6....

จินทำตาโต นี่มันนับเวลาถอยหลัง?
แต่เขาก็หัวเราะหึหึ  เฉยไว้สักอย่าง มันจะทำอะไรได้?

....5.......4..........

....โมโหแล้วนะ....

เขาปรายตา  แล้วไง?  สมน้ำหน้า!

คราวนี้เงียบหายไปนาน จนจินมั่นใจว่าทางนั้นยอมแพ้แล้ว  เขาจึงเดินไปล้างหน้าแปรงฟัน สะใจในชัยชนะที่ได้มาอย่างงดงาม 
อย่างน้อย.....ให้มันรู้เสียบ้าง ว่าเขาไม่จำเป็นต้องทำอะไรตามความต้องการของมันเสมอไป!

เขาเดินออกมาอีกที  ไฟกะพริบข้อความล่าสุดทำให้เขาเปิดอ่านอีกครั้ง  คราวนี้ลูกตาแทบถลนออกมานอกเบ้า

"เฮ่ย!!"  

ผิวหน้าที่เคยขาวจัด ตอนนี้แดงก่ำ  ไม่ใช่ข้อความ แต่เป็นรูปใครสักคนที่คุ้นตาว่าเป็นตัวเอง กำลังใส่บ็อกเซอร์ตัวเดียว นอนหงาย อ้าปากเหวอ  ในท่าที่ดูไม่ได้เลยสักนิด!!  พระเจ้า!! มันขึ้นมาแอบถ่ายตอนไหนวะ!!    แล้วไม่ได้มีรูปเดียว  มาเป็นชุดคอลเล็กชั่นอย่างที่คนกดดูหน้าร้อนแทบสุก เมื่อคิดได้ว่าคนถ่ายเห็นอะไรไปบ้าง  แถมยังปิดท้ายด้วยข้อความแบล็กเมล์เล็กน้อยพอหอมปากหอมคอ มีอิโมติคอนยิ้มหวานอีกต่างหาก!!

เวลานับถอยหลังถูกส่งมาให้ติด ๆ  จินสบถลั่น ลุกลี้ลุกลนกดหาเบอร์คาเมะในเครื่อง  แล้วมันก็ดันมีเสียด้วย

"อยู่ที่ไหน!!"  

เด็กหนุ่มร้องถามเสียงหลง ก่อนคาเมะจะนับถึงศูนย์  แล้วรูปลับเฉพาะจะโดนฟอร์เวิร์ดไปไหนเสียก่อน
ไอ้หมอนี่นะ  ฝากไว้ก่อนเถอะ!



.....................................................................................................
..................................................................................................................................


เขามายังที่นัดหมาย  ร่างบางยืนกดมือถือตัวเองเล่นอยู่ตรงนั้น ชนิดที่จินต้องแยกเขี้ยวใส่  แล้วก่อนคาเมะจะได้พับฝาเก็บใส่กระเป๋าแล้วทำหน้าตายใส่เหมือนเคย จินก็คว้าหมับไป กดลบรูปในเครื่องจนหมดอย่างรวดเร็ว  พลางตวัดสายตาใส่คาเมะเป็นระยะ ร่างบางหัวเราะคิก ล้อเบา ๆ    "แค่ถ่ายไว้เล่น ๆ  ไม่เห็นต้องโกรธเลย"

ถ่ายเล่นบ้านมันสิ!

จินชะงักไป เมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วเห็นดวงหน้าหวาน ๆ ติดจะสวยมองมาทางเขาด้วยสีหน้าขบขันและแววตาชวนเสียศูนย์  เขาพยายามไม่คิดอะไรแล้วมองไปทางอื่น  ไอ้หน้าตาอย่างนี้  แค่ยิ้มให้ ใครต่อใครก็คงใจอ่อนยวบ  เขายอมรับ ว่ามันหน้าตาดีกว่าใครต่อใครที่เขาเคยเล็งไว้เยอะ  แต่ดูมันทำกับเขาแต่ละอย่าง น่าพิศวาสตาย

“จะไปไหนก็บอกมา”  จินถามเสียงห้วน คาเมะผงะไปนิด

“ทำไมต้องขึ้นเสียงด้วย”  ทำสลดใส่ราวกับหน้าเสียที่โดนตะคอกทั้งที่เป็นเรื่องปกติ จินไม่ทันคิดอะไรกระทั่งได้ยินเสียงตำหนิอย่างจงใจให้ได้ยินของกลุ่มเด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างหลัง

“ผู้ชายอะไร ใจร้ายชะมัด” 

จินหันหน้าขวับ สาว ๆ กลุ่มนั้นก็ลอยหน้าลอยตาไปทางอื่น แต่มองมาอย่างจับผิดนินทาอีกเวลาเขาเผลอ พอหันหาตัวต้นเหตุมันก็ทำไม่รู้ไม่ชี้  จินมองอีกฝ่ายดุ ๆ  คิดจะแกล้งเขาไปถึงไหนฮึ? เขาก้าวฉับ ๆ ไปจากตรงนั้น ไม่สนใจด้วยว่าคาเมะจะเดินตามมาหรือเปล่า ไปไม่เท่าไหร่แขนข้างหนึ่งก็ถูกรั้งไว้จนร่างกระตุก ก่อนจะถูกลากเข้าร้านอาหารที่อยู่ใกล้ ๆ ไม่ฟังคำคัดค้านของเขา และคาเมะก็หยุดทุกคำพูดไว้แค่ว่า

“หิวแล้ว”

ร้านอาหารที่เลือกไม่ได้มีบรรยากาศใดเป็นพิเศษหรือมีมุมลึกลับส่วนตัวให้เขาหวั่นว่าจะโดนลวนลามเอาง่าย ๆ  เหมือนเจ้าคนเลือกมันหิวจริงอย่างที่ว่า พอสายตาจับประตูร้านสักร้านได้จึงตรงดิ่งไปแบบไม่ต้องคิด คาเมะเลือกเอาโต๊ะติดกระจกมองเห็นทิวทัศน์เบื้องนอกได้ถนัด ชั่วครู่ บริกรสาวคนหนึ่งก็เดินมารับออร์เดอร์ได้ หลังจากยื้อแย่งมารับลูกค้าโต๊ะนี้อยู่นาน  จินยกหน้าที่นี้ให้คาเมะ  ซึ่งก็ยิ้มหวานสั่งอาหารได้เสียงนุ่มน่าฟังเล่นเอาสาวเจ้าเคลิ้มไปชั่วขณะ  

รักษาสโลแกนได้ถนัดนัก...มาดมาก...ใส...(ทำให้คนอื่น)ไร้สติ....

จินถอนหายใจ  เขาไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคาเมะเรียกเขาออกมาทำไม  วันนี้หมอนี่หน้าเซียว ๆ  แถมดูเหม่อ ๆ.....แล้วข้าวในจานนั่นก็พร่องไปนิดเดียว ไหนว่าหิว?
ทำงานใช้ร่างกายล่ะมั้ง เลยต้องรักษาหุ่นเป็นพิเศษ ก็ไม่รู้เอาแรงจากไหนมาสู้รบปรบมือกับเขาได้ถึงขนาดนี้

จินเงยหน้าขึ้นเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้านิ่งไปนาน คาเมะใช้มือข้างหนึ่งเท้าคางแล้วหลับตาพริ้บ อีกข้างถือช้อนวางนิ่งอยู่ในจาน จินมุ่นคิ้ว ลองเอื้อมมือไปแตะ ๆ ดู.......ยังนิ่ง   แตะแรงขึ้นอีกนิด....เฮ่ย มันหลับ....อีกแล้ว!

เขาส่ายหน้า  เรียกบริกรคิดเงิน  ก่อนเขย่าตัวอีกฝ่ายให้ตื่น  คาเมะลืมตาขึ้นมึน ๆ

“อะไร?”

ยังจะมาถามอีก

“กลับ”

จินบอกสั้น ๆ   และไม่ทันรู้ตัวว่าน้ำเสียงที่ใช้นั้นอ่อนโยนลง 
รู้ตัวอีกที จินก็กำลังผลักคาเมะเข้าไปในรถแท็กซี่  ทันทีที่หัวแตะเบาะและจินเข้ามานั่งเรียบร้อยเขาก็เอ่ยปากถาม

“นี่........จะให้ไปส่งที่ไหน”

ร่างปวกเปียกเอนลงซบไหล่กว้างราวกับจงใจ ปลุกเท่าไหร่ก็งอแงงไม่ยอมตื่น จนจินเริ่มสงสัยว่ามันหลับจริงหรือหลับแกล้ง แต่ยังไงก็คุยกับคนขี้เซาไม่รู้เรื่องแล้ว  เขาจะเอาเจ้าโฮสต์นี่ไปหย่อนไว้ไหนดี?  ถอนหายใจอีกเป็นครั้งไม่ถ้วน จึงบอกทางไปบ้านตัวเองกับคนขับ


หมอนี่เหมือนจะร้าย.....แต่ก็ไม่เสียทีเดียว.......หยอกเขาเล่นไปวัน ๆ   ต้องการอะไรจากเขากันแน่? 
จินได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ  ใบหน้าใสยามหลับสนิทดูไร้เดียงสาไม่ต่างจากเด็กเล็ก จินบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร

เมฆรวมตัวกันครึ้ม แล้วสายฝนก็โปรยปรายลงมาบาง ๆ


............................................................................................
.....................................................................................................


ร่างนั้นขยุกขยิกอยู่ใต้ผ้าห่ม คาเมะพลิกตัวตะแคง ลืมตาขึ้น จังหวะหายใจยังสม่ำเสมอ กลิ่นสบู่อ่อน ๆ สะอาดสะอ้านชวนให้อยากซุกอยู่ตรงนี้นาน ๆ  แต่เสียงเม็ดฝนสาดกระทบชายคา แล้วพร่างพรูเปาะแปะลงระเบียงด้านนอกก็ทำให้เขาต้องค่อยลุกขึ้นนั่ง มองหน้าต่างที่เป็นฝ้าเพราะความเย็น ฝนเม็ดแล้วเม็ดเล่ายังไหลผ่านลงมาเหมือนม่านน้ำตา

เขายิ้ม...เยาะตัวเอง....  
ฝนตกไม่หนักมากแต่ฟ้าทั้งฟ้าก็แลสลัว  เป็นอย่างนี้ทีไร  เขาหลับไม่ลงสักที
คาเมะทอดสายตาออกไปแบบไร้จุดหมายเช่นที่เคยทำ

นั่งอยู่อย่างนั้นเป็นนาน  ก่อนใครบางคนจะเข้ามาทำลายความสงบเงียบของคาเมะ

“ตื่นแล้วเรอะ?”

เสียงนั้นสร้างรอยยิ้มขบขันตรงมุมปาก คาเมะหันไปมองคนพูดที่ถืออ่างน้ำยืนอยู่หน้าประตู ประตูเปิดไว้กว้างสุด ราวกับนึกกลัวว่าหากเขาทำอะไรจะได้กระโดดหนีทัน คาเมะหัวเราะต่ำอย่างนึกขำ เล่นเอาคนที่หน้าบอกบุญไม่รับอยู่แล้วให้บูดบึ้งเข้าไปใหญ่

คาเมะค่อยนึกได้ในเดี๋ยวนั้น  ห้องนี้ เขาเคยเข้ามาแล้ว  เตียงที่เขานั่งอยู่ เขาก็เคยนั่งมาแล้ว รวมถึงหมอนนุ่ม ๆ หลับสบาย......กลิ่นอย่างนี้ คาเมะมองเลยไปยังเส้นผมหยักศกกระนั้นก็นุ่มมือ แวบหนึ่งเขานึกอยากจรดปลายจมูกลงบนกลุ่มผมนั้น  หากก็แวบเดียวเท่านั้น จนเจ้าตัวเองยังไม่ใส่ใจ  เหมือนกับที่นึกสงสัยว่าเขาขึ้นมาข้างบนนี่ได้ยังไง

ใกล้เตียงมีโต๊ะเล็ก ๆ อยู่ตัวหนึ่ง วางนาฬิกาปลุก แว่นตา กับ...  คาเมะไม่ทันมองให้ทั่วของเหล่านั้นก็ถูกกวาดไปไว้มุมโต๊ะก่อนเจ้าของห้องจะวางถาด.....ความจริงควรใช้คำว่ากระแทกอย่างเบามือ

“..........นายนี่มันขยันป่วยจริง ๆ เล๊ย” 

จินบอก แล้วอ่างหน้ากับผ้านั่นก็เหมือนจะเป็นหมันไปเมื่อคนไข้ฟื้นแล้วอย่างนี้  แต่สุดท้าย ท่าทางเนือย ๆ เพลีย ๆ เหมือนไม่ได้นอนมาทั้งคืน แล้วยังมาตัวร้อนแบบนี้ก็ทำให้คนมองอดสงสารไม่ได้   จินบิดผ้าให้หมาด  นั่งลงข้าง ๆ ซับหน้าให้...........ก็ไหน ๆ ยกเข้ามาแล้ว  ไม่อยากเสียพลังงานเปล่าเท่านั้นแหละ 

“กลับไปก็หายากินซะด้วย”

“ขอบใจ”

จินนิ่งไปกับการพูดที่นุ่มนวลผิดจากเคย ดวงตาคู่นั้นแวววาวอย่างประหลาด รอยยิ้มขบขันที่ไม่ได้มาจากการยั่วโมโหทำให้ดวงหน้าอ่อนใสแลดูมีเสน่ห์น่ามอง เขากลอกตาไปทางอื่นก่อนตอบเสียงห้วน

"ไม่ได้เป็นห่วงหรอกนะ!  แต่ถ้าไปล้มที่ไหนเข้า คนอื่นเขาจะเดือดร้อนเอา!"  

ครั้นแล้วเขาก็พยายามทำหน้าให้ดูปกติที่สุดก่อนเดินออกมา ปล่อยให้ ‘ลูกรักคุณแม่’  อยู่ในห้องคนเดียว


........................................................................
.........................................................................


เรโอะทำหน้าครุ่นคิด

เขามีเรื่องคาใจ นับแต่วันแรกที่พบคาเมะยืนอยู่ในบ้านเขาเองกระมัง  แต่ก็ลังเล ไม่กล้าถาม จนมาวันนี้ เขาเห็นรองเท้าของพี่ชายกับคาเมะวางอยู่คู่กัน ซ้ำยังได้รู้จากแม่ที่เพิ่งเดินสวนกัน ตอนแม่จะออกไปซื้อของว่าคาเมะมา และนอนหลับอยู่ในห้องพี่ชาย  เขาระงับความสงสัยไว้ไม่ไหวแล้ว เห็นวันนี้ต้องถามสักที เรโอะกลั้นใจ เดินไปกระตุกชายเสื้อของจินที่เดินลงมาหน้าตาเซ็งโลก ก่อนต้องสะดุ้งเมื่อทางนั้นหันมามองขวับตาขุ่น

.....เรโอะชักไม่แน่ใจอีกรอบ นี่ก็อีกเรื่องที่สงสัย ปกติพี่ชายเขาก็ดี ทำไมพูดถึงชื่อคาเมะ หรือถ้าคาเมะมาที่บ้าน พี่ชายเขาต้องอารมณ์ไม่ดีทุกครั้งด้วย  ทั้งที่ปากบอกปาว ๆ ว่าไม่ใช่เพื่อน แล้วทำไมพาคาเมะขึ้นห้องนอนง่าย ๆ อย่างนั้น  ขนาดแฟนเก่ายังเคยแค่ครั้งเดียวเอง  เรโอะเริ่มคันปากยิบ ๆ  มันต้องเป็นอย่างนั้นแน่เลย

"พี่จิน ๆ" 

"มีอะไรก็ว่ามาสิ"   นั่น หงุดหงิดอีกแล้ว 

"พี่จินรับใช่มะ"

"รับอะไร"  จินทำหน้างง ๆ

"ก็.....  "  เรโอะเกาหัว เรื่องแค่นี้ทำไม่เข้าใจ ต้องให้พูดตรง ๆ    "ก็เป็นฝ่ายรับให้พี่คาเมะไง"

เรโอะถามอย่างที่ตัวเองคิดด้วยนัยน์ตาใสกิ๊งที่สุด ตามความเห็นเขาแล้ว ถึงคาเมะจะตัวเล็กกว่า แต่มาดแมนไม่เป็นรองพี่ชาย วันก่อนยังแอบแจกเคล็ดเอาใจสาวไว้ให้เขาได้ใช้อีก จินเสียอีก...สายตาจับจ้องอยู่ที่คาเมะประจำ แถมชอบจิกสายตาใส่เขาเวลาคุยกับคาเมะด้วย ยังกะหึง!

แล้วทันทีที่สิ้นคำ ใบหน้าคมก็แดงก่ำไปถึงหูเพราะโกรธจัดพร้อมกับเจ้าคนปากพาซวยต้องรีบดีดตัวหลบฝ่าเท้าอำมหิตที่ส่งมาหมายฆาตกรรมคนพูดให้คอหักคาบันได

"ไอ้บ้าเรโอะ!!!! แกเอาสมองส่วนไหนคิดวะ!!" 

เรโอะรีบเอามือปิดปาก เขาขมวดคิ้วรอบสอง ประมวลความใหม่

“ถ้างั้นก็รุก”

“ไม่ใช่โว้ย!!”

สองเมตรไม่พอระยะปลอดภัยเมื่อพี่ชายทำท่าจะพุ่งหลาวลงมาหักคอเขาให้ได้ เรโอะวิ่งหนีในขณะที่จินตะโกนด่าเอ็ดตะโรไปทั่วบ้าน จินกำลังจะกดเรโอะทุ่มกับพื้นได้แล้วเชียวตอนที่คาเมะโผล่เข้ามาแล้วไอ้น้องชายตัวดีก็ตะโกนเรียกลั่นทำเอาเขาชะงักไปหนึ่งจังหวะ

“พี่คาเมะ!!!”  ว่าแล้วมันก็วิ่งไปหลบหลังไอ้โฮสต์นั่น รีบฟ้อง “พี่จินจะฆ่าผม  พี่คาเมะช่วยด้วย”

จินยิ่งเดือดดาล 

“นี่แกเห็นคนอื่นดีกว่าพี่แกเองงั้นเหรอ”

“ก็ไล่เตะผมอย่างนี้จะไม่ให้เห็นพี่คาเมะดีกว่าได้ยังไงล่ะ”

“แล้วคำถามแกมันน่าเตะมั้ยล่ะ!!!”

“ไม่เห็นน่าเตะ พี่จินก็บอกมาสิว่ารับหรือ...”

“หุบปากถ้าไม่อยากโดนแหกอก!!”

“รับอะไร”   ประโยคขัดทัพเล่นเอาทั้งคู่ชะงักค้าง จินมองหน้าคนถามแล้วรีบเบือนไปทางอื่นอย่างไม่กล้ามอง ปกติเขาไม่ใช่คนขี้อาย  โทษความผิดของคาเมะเถอะที่ทำอีท่าไหน สิ่งที่มันเคยทำไว้ถึงได้ติดตรึงอยู่ในหัวเขาแบบนี้  เขามองริมฝีปากรูปกระจับบางกับใบหน้าตาย ๆ ของอีกฝ่ายแล้วอยากจะบ้า สัมผัสที่มันชอบทิ้งไว้เข้ามากวนใจเขาอีกแล้ว 

“ไม่เกี่ยวกับนาย”  จินพยายามข่มเสียงตัวเองให้เรียบ แต่เรโอะก็แย้งอีก

“ทำไมจะไม่เกี่ยว?!” 

เสียงล้อเลียนนั้นฟังแล้วก็น่าเหยียบให้จมดิน จินขยับเข้ามาจะขย้ำคอให้ได้ เรโอะก็ยิ่งดันคาเมะเข้าไปเป็นโล่ แถมได้ผลอีกต่างหาก จินหยุดกึกทันทีได้แต่แยกเขี้ยวอยู่ไกล ๆ 

“เอาล่ะ ช่างเถอะ”  คาเมะยกมือห้ามไว้  “ฉันจะกลับแล