unknown (2)
งานที่คาเมะทำ ไม่อนุญาตให้ผมเป็นคนขี้หึง ไม่เช่นนั้น ผมคงอยากอกแตกตายวันละหลาย ๆ รอบ
............คาเมะเป็นโฮสต์
เป็นโฮสต์อันดับหนึ่งเสียด้วย ลูกค้าติดคาเมะกันแจ ไม่รู้มีดีตรงไหน
ดูเถอะ ขนาดผมยังไปไหนไม่รอดเลย.......
........................................................................................................
........................................................................................................................
ผมไม่ได้เจอเขามาสามวันเต็มแล้วเพราะงานที่ติดพัน เสียงออดหน้าห้องพักยาวสองครั้งติดกัน ชั่วอึดใจ ประตูก็แง้มออกพร้อมกับดวงหน้าสวยหัวฟูยุ่งโผล่ออกมา ไม่เหลือเค้าโฮสต์มือหนึ่งที่ผมเคยรู้จัก นัยน์ตากลมรีหยี่ปรือสู้แสง ครั้นเห็นผม บานประตูก็เปิดออกกว้าง เขาเดินดุ่ม ๆ กลับไปทิ้งตัวลงกับที่นอน คว่ำหน้าลงกับหมอนทักทายเสียงอุบอิบฟังไม่เป็นคำ ปล่อยให้ผมเดินตามเข้ามาเอง
ผมเดินตามเข้ามาทางปลายเตียง ร่างที่นอนเหยียดยาวเริ่มจะหายใจสนิทอีกครั้ง ผมช้อนแขนสองข้างเข้าใต้ช่วงเอวเล็กบางพลิกขึ้นให้นอนหงาย เสียงเจ้าตัวโวยวายไม่ได้ศัพท์ทำให้ผมต้องอมยิ้มออกมา
....คาเมะชอบงอแง หงุดหงิด เวลาง่วงนอน
นายจะมายุ่งอะไรกับฉันนักหา
คาเมะเกาหัวเกาหู ลืมตาแบบไม่อยากจะลืมพลางเอามือไม้ผลักหน้าผมออกให้วุ่นไปหมด เอากับเขาสิ รัดแน่น ๆ สักอย่างจะดิ้นตีแปลงไปได้ถึงไหน แล้วสุดท้ายเขาก็กรนคร่อกอยู่ในอกผมนั่นเอง ผมส่ายหน้าระอา จะขี้เซาไปถึงไหนนะ......
คาซึยะ ผมกระซิบ ไม่ไปทำงานเหรอ
เดี๋ยว.... แน่ะ ยังต่อรอง
เดี๋ยวโอนเนอร์ดุเอานะ...........ปล่อยให้แขกรอได้ยังไง
แขกที่ไหน คนญี่ปุ่นทั้งนั้น เสียงงึมงำ
ไปนอนต่อที่นู่นก็ได้ รีบเอาหน้าไปเสนอให้โอนเนอร์เห็นก่อน...เร็ว
จะตื๊ออีกกี่ประโยคก็ไม่รู้ สุดท้ายเปลือกตาสวยก็ค่อยเปิดจ้องผมอย่างขัดใจ คาเมะผละไป ปล่อยให้ผมนั่งอยู่บนเตียงนั้นอย่างคุ้นเคยดี ครั้นแล้วร่างสโลสเลนั้นก็ผลุบเข้าไปในห้องน้ำ เงียบไปนาน ผมก็ต้องตะโกนสำทับ
ห้ามหลับในห้องน้ำนะ
ผมได้ยินเสียงจิ๊ปากแว่วมา ก่อนครู่หนึ่งเสียงลากผ้าม่านจะกระทบหู ตามด้วยเสียงฝักบัวเปิดซู่
ผมรูดผ้าม่านให้เปิดกว้าง แสงสลัวสาดผ่านหน้าต่างกระจกใส ด้านนอกเป็นระเบียงค่อนข้างกว้างมีราวกั้น มองออกไปเห็นดวงจันทร์สีจางที่ปลายฟ้า อากาศในห้องกำลังเย็นพอเหมาะ ผมกางโต๊ะญี่ปุ่นวางกลางห้อง นั่งลงและเปิดโน๊ตบุ๊กเครื่องบางทำงานไม่ให้เวลาเสียเปล่า
นานเท่าไหร่ผมไม่ทราบ ร่างพราวหยดน้ำก็ยืนอยู่ตรงหน้าผม เขาพันผ้าเช็ดตัวไว้ตรงสะโพกผืนเดียว ลำคอพาดผ้าอีกผืนไว้ ก่อนทิ้งตัวลงข้าง ๆ ชะโงกหน้าดูหน้าจอ กลิ่นสบู่อ่อน ๆ และแก้มนวลใสห่างปลายจมูกผมแค่คืบ
"ทำงานเหรอ" เขาถามอย่างไม่ต้องการคำตอบ ก่อนส่งผ้าผืนเล็กให้ผม ผมวางลงบนกลุ่มผมเปียกชุ่มเช็ดให้เบามืออย่างรู้งาน เขาหลับตา อมยิ้มนิด ๆ อย่างสบายตัว พลางเอนศีรษะมาซบไหล่ผม
"แต่งตัวก่อนสิ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก"
"รู้แล้วน่า" เงียบไปนิดนึง "แต่ขออีกนิดนะ...อุ่นดี"
เขาค่อย ๆ ยืดช่วงตัวออกไป.....ไหลจากไหล่ลงมาซบบนตักผม นอนหนุนแขนหลับตาพริ้ม ท่าทางสบายอกสบายใจเหลือเกิน
.........หลับไปอีกจนได้
ผมหายใจอ่อน ถอดเสื้อนอกคลุมให้เขา มองนาฬิกาอย่างนึกขำ........จุนจะหาว่าผมกักตัวเขาไว้อีกก็ช่างเถอะ
ยืดเวลาที่เขาอยู่กับผมให้ยาวขึ้น.......... ก็ดีเหมือนกัน
คิดแล้วอิจฉาแม่ผู้หญิงพวกนั้นเหมือนกันนะ
......................................................................................................
.............................................................................................................................
สี่ทุ่มครึ่งแล้ว
เขายังอยู่ด้านนอกนั่น เหตุเกิดจากเมื่อเขาตื่นมา มองหน้าผม กะพริบตาปริบ ก่อนโทรไปหาจุนเพื่อลากะทันหันอย่างรวดเร็วและกดปิดเครื่องได้ทันก่อนจุนจะบ่นขรมมาตามสาย นั่งเล่นกับผมอยู่พักใหญ่เขาก็เดินออกไป ผมลอบมองเขา เขานั่งนิ่ง ปลายนิ้วเรียวยาวคีบมวนบุหรี่ไว้ ผุยควันพุ่งออกมาเป็นสาย ดวงตาวาววะวับราวจับด้วยหยดน้ำค้างทอดมองไปในความมืดคล้ายจมอยู่กับความคิดบางอย่าง ผมก้มหน้าก้มตาทำงานกระทั่งเสร็จสิ้นจึงเลื่อนบานกระจก ก้มลงกอดเขาจากด้านหลัง แย่งเจ้ามะเร็งตัวจ้อยไปจากมือเขา บี้กับดินในกระถางต้นไม้ใกล้ ๆ เขาขมวดคิ้วเงยหน้ามอง
มันไม่ดีต่อสุขภาพ ไม่ฟังกันเลย
ก็ติดมานานแล้วนี่..........เหมือนติดนายนั่นแหละ
เขาบอก ดวงหน้ามองค้อน แต่ปลายเสียงติดจะอ้อนนิด ๆ
กลุ้มใจอะไรอยู่หรือเปล่า บอกผมได้นะ
เบื่องาน...........ว่าจะลาออก ทำอย่างอื่นแทน
...........เห็นทำมาตั้งนานไม่ใช่เหรอ ทำไมเพิ่งเบื่อ
เด็กรุ่นใหม่ ๆ เข้ามาก็มาก ยิ่งอยู่ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเป็นเต่าล้านปีเข้าไปทุกวัน.....ฉันแก่แล้วล่ะมั้ง
26 เรียกว่าแก่?" ผมหัวเราะเบา ๆ "คุณตอนนี้เหมือนวันแรกที่เราเจอกันด้วยซ้ำ
ผมพูดตามตรงเพราะเขาหน้าอ่อนเสียจนน่าตกใจ ผิวพรรณยังคงเนียนละเอียดขาวผ่อง ดวงหน้าใสเยาว์วัย ยิ่งตอนมีรอยยิ้มยิ่งทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่เคลิบเคลิ้มไปเป็นแถบแถว คงเพราะสายงานที่คาเมะทำ จึงต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ตั้งแต่อาหารการกินไปจนถึงครีมบำรุง ผมแซวเขาบ่อยครั้งไปว่าชอบทำตัวเหมือนพวกผู้หญิง
"........ฉันอาวุโสที่สุดแล้วรู้ไว้ซะ อยู่ถึงสามสิบได้ฮุบกิจการแหง ๆ"
ผมยิ้มบาง ทำท่านึก ช่วยเขาคิดหาทางออก
"งั้นถ้างานที่มีแค่....ตอนเช้าทำกับข้าวให้ผมกิน ตกเย็นรอผมกลับบ้าน ทำตัวนุ่ม ๆ ให้ผมนอนกอดกันหนาว มีอิสระแล้วสวัสดิการทุกอย่างก็ฟรีตลอดชีวิต คาซึยะจะสนใจมั้ย"
เขาหัวเราะเสียงใสกังวาน แววตาเป็นประกายขบขัน
"แน่ใจว่าเลี้ยงไหว? ฉันเลี้ยงยากนะจะบอกให้"
ท่าทางน่าหมั่นเขี้ยวจนผมอดใจไม่ไหว ก้มลงหอมแก้มเขาฟอดใหญ่
"เลี้ยงไม่ไหวไม่กลัว กลัวจะไม่ให้เลี้ยงน่ะสิ" ผมบอก เข้าข้างในเถอะ อากาศตอนกลางคืนมันเย็น"
เขาลุกตามมาอย่างว่าง่าย เกือบเที่ยงคืนแล้ว เขาซุกหน้าลงบนหมอนนุ่ม ผมปิดไฟหัวนอนให้ก่อนเข้าไปอาบน้ำแล้วหยิบเอาเสื้อผ้าที่ทิ้งไว้ที่นี่ส่วนหนึ่งมาเปลี่ยน ร่างเขาหายใจสนิทนอนนิ่งเป็นเงาอยู่บนเตียง แต่ดวงตาคู่นั้นยังจ้องผมเขม็ง ผมเอนตัวลง ไม่ทันที่หัวจะถึงหมอนดี ผมก็ได้ยินเสียงสวบสาบจากข้างหลัง ใครสักคนมุดเขยิบเข้ามาเบียดใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันให้แนบชิดยิ่งขึ้น พอผมหันไปก็เห็นแต่หน้าผากมน ๆ ของเขา
ราตรีสวัสดิ์
เขากระซิบมาในความมืด....แล้วลมหายใจนั้นก็นิ่งสนิท คนรักผมเข้าสู่นิทราเรียบร้อยแล้ว
ผมอมยิ้ม พาดแขนไว้บนเอวเขาหลวม ๆ..........ปัดเส้นผมที่ตกปรกหน้าเขาออกไป บรรจงจูบเขาที่หน้าผาก.....
ผมไม่ได้ยินเสียงใดอีก นอกจากเสียงเต้นของหัวใจ ที่ดังเป็นจังหวะอยู่ในความเงียบเชียบเช่นนั้น......
....................................................................................
......................................................................................................
END
ฟิคของฟิคอีกทีค่ะ ^^
ก็เรื่องนั้นยังไปไม่ถึงไหนเลยนี่นา....

แต่คาเมะเป็นโฮสให้สาวๆ (แก่ๆ) เนี่ยทำใจไม่ค่อยได้เท่าไร เหอๆ
เอาเถอะเนอะขนาดละครที่เมะเล่นจู๋จี๋กับนางเอกยังแทบบ้าเลย เฮ้อ...คนเรา ( เป็นเอามาก 55+ )
ปล. รอเนื่องสำคัญนะค่ะ PASSION